บทความ

ยอดขายรถปี 2555


พระเจ้าช่วย ! นั่นคือประโยคเดียวที่ผมนึกออกในตอนนี้ เมื่อเห็นสรุปตัวเลขยอดจำหน่ายรถในปี 2555 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ยอมรับเลยว่า นโยบายประชานิยมของรัฐส่งผลโดยตรงกับตลาดรถยนต์ในประเทศ โดยที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า การสร้างดีมานด์เทียม จะทำให้ตัวเลขการจำหน่ายรถสูงเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ในรอบ 50 ปี

1.4 ล้านคัน คือ ตัวเลขที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ รถยนต์นั่ง ขายได้ 6 แสนกว่าคัน รถกระบะหรือรถเพื่อการพาณิชย์ ขายได้ 7 แสนกว่าคัน เป็นสัดส่วนที่ทำให้ตลาดรถโตขึ้น 80 % โดยประมาณ หนึ่งในปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อตัวเลขยอดจำหน่าย คือ โครงการรถคันแรก และจากสถิติของกรมสรรพสามิต ชี้แจงว่า มีผู้ยื่นเรื่องขอใช้สิทธิ์รถคันแรก ที่สิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ด้วยจำนวนทั้งสิ้น 1,256,291 ราย คิดเป็นเงินภาษีที่ต้องคืนประมาณ 9.1 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มรถยนต์นั่ง 737,989 คัน รถกระบะ 258,693 คัน รถกระบะ 4 ประตู 257,408 คัน และรถอื่นๆ 2,201 คัน ในจำนวนดังกล่าวประมาณ 20 % จดทะเบียนในกรุงเทพ ฯ และอีก 80 % จดทะเบียนต่างจังหวัด

และแน่นอนครับว่า จังหวัดที่มีผู้ขอใช้สิทธิ์รถคันแรกมากที่สุด คือ กรุงเทพ ฯ เมืองฟ้าอมรที่มีการจราจรหนาแน่นติดอันดับโลก ด้วยยอดประมาณ 2.45 แสนราย คิดเป็นเงินภาษีคืนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ส่วนจังหวัดที่รองลงมา อาทิ ชลบุรี, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, เชียงใหม่, นครราชสีมา, นนทบุรี, ขอนแก่น, สงขลา และระยอง ซึ่งไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร จะห่วงก็แต่กรุงเทพ ฯ ของเรานี่ละ อีก 3 เดือนต่อจากนี้เมืองนี้จะมีรถยนต์ออกมาวิ่งเพ่นพ่านอีก 2 แสนกว่าคัน นึกแล้วผวา ลำพังเท่าที่เป็นอยู่ รถมันเยอะอยู่แล้ว นึกแค่จำนวนถนนที่วิ่งใช้งานในตอนนี้ รถรายังจอดติด นั่งมองหน้ากันตาปริบๆ อยู่นานสองนานกว่าจะเคลื่อนที่ ยิ่งสี่แยกไฟแดง ที่มีตำรวจมายืนโบกรถด้วยละก็ รับรองรถติดนานขึ้นกว่าเดิมอีกหลายนาทีเชียวละ ผมอดสงสัยและถามตัวเองว่า ทำไมรัฐดันทะลึ่งมาส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ ทั้งๆ ที่บรรดาบริษัทรถยนต์ทั้งหลายเขาวางแผนการเติบโตของตนเองเป็นขั้นตอนไว้หมดแล้ว การที่รัฐเข้ามาวุ่นวายในอุตสาหกรรมนี้ มีแต่จะก่อผลเสียในระยะยาว มันทำให้เกิดความปั่นป่วนในด้านกำลังการผลิต การจำหน่าย การบริการหลังการขาย และยังพาดพิงไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ เช่น อุปกรณ์แต่งรถ หรือชิ้นส่วนอะไหล่ทดแทน รวมถึงธุรกิจสถาบันการเงินอีกด้วย

ลองนึกดูสิครับว่า นโยบายนี้มันเป็นการสร้างหนี้ระยะยาวให้กับประชาชน โดยเอาตัวเลขเงินคืนภาษีมาล่อ ครอบครัวไหนที่มีรายได้ครัวเรือนไม่ถึง 3 หมื่นบาท ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ยังไม่รวมผ่อนหนี้สาธารณะต่างๆ ค่าเทอมลูก ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่ากินค่าอยู่ คิดแล้วไม่น่ารอด ผมเชื่อว่าในปีนี้หรืออย่างช้าในปีหน้า เราคงได้ยินข่าว “ยึดรถคันแรก” แน่นอน เพราะผู้บริโภคเริ่มอึดอัดกับภาระในการผ่อนส่งค่างวดรถ และต้องครอบครองกรรมสิทธิ์ในตัวรถอีก 5 ปีเป็นอย่างต่ำกว่าจะขายต่อได้ ถึงแม้จะมีหลายคนบอกว่า ธุรกิจขายรถมือสองในเมืองไทย ส่วนใหญ่โอนลอยทั้งนั้นก็ตาม ตรงนี้แหละจะสร้างปัญหามากมาย เพราะรัฐเล่นสร้างกับดัก “ดีมานด์เทียม” ไว้ขนาดนี้ เชื่อเถิดว่าในระยะยาวมีปัญหาให้แก้อีกเพียบ ทั้งเรื่องจำนวนถนนที่ไม่มากพอรองรับปริมาณรถ มันจะทำให้การจราจรแออัดมากขึ้น บวกกับการสร้างโครงการคมนาคมขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีต่างๆ จะทำให้ผิวการจราจรถูกเบียดบังไปอีกเยอะ

แค่นึกก็เสียวสันหลังวาบแล้ว ต่อจากนี้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า รถติดมหาศาลแน่ๆ ถึงตอนนั้น พระเจ้าคงไม่ช่วยแล้วละ



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2556
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/upfAh

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
19 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th