บทความ

เบนซ์ อี-คลาสส์ โฉมใหม่ เปิดตัวแล้วในเมืองโอบามา มีรถไฮบริดให้เลือกใช้ด้วย


เบนซ์ อี-คลาสส์ โฉมใหม่
เปิดตัวแล้วในเมืองโอบามา มีรถไฮบริดให้เลือกใช้ด้วย

เยอรมนี/สหรัฐอเมริกา-ค่าย “ดาวสามแฉก” ใช้งานแสดงรถยนต์ในเมืองมะกันเป็นที่เปิดตัวรถหรู เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ E-CLASS) รุ่นใหม่ ซึ่งจะเริ่มออกโชว์รูมในเดือนมีนาคม 2013 โดยมีแผงกระจังหน้า 2 แบบ และมีเครื่องยนต์ให้เลือกอย่างหลากหลายถึง 12 ขนาด ทั้งเครื่องเบนซิน เครื่องดีเซล และเครื่องไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า

ที่งานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ครั้งล่าสุด ซึ่งเปิดฉากขึ้นในเมืองมะกัน เมื่อกลางเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์สามารถเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานได้อย่างล้นหลาม ด้วยการนำ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ E-CLASS) รุ่นใหม่ ทั้งตัวถังซีดาน และตัวถังตรวจการณ์ ออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องรอนาน เพราะเดือนมีนาคมของปีงูเล็ก จะเริ่มนำรถออกสู่โชว์รูมในเมืองเบียร์

เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ รุ่นใหม่ที่เห็นอยู่นี้ ไม่ใช่รถใหม่อย่างที่เรียกกันในเมืองไทยว่า “ใหม่หมด” แต่เป็นรถรุ่นปัจจุบันที่ได้รับการปรับปรุงแบบ “ยกหน้า” อย่างที่เรียกกันในภาษาฝรั่งว่า MID-LIFE FACELIFT มีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งในส่วนของหน้าตา และรูปทรงองค์เอว การเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ การยกระดับอุปกรณ์มาตรฐาน การเพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัย และการเพิ่มอุปกรณ์ไฮเทคนานาชนิดเป็นออพชันพิเศษให้ลูกค้าเลือกใช้

ความเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวถังภายนอก จุดที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ ดวงโคมไฟหน้าที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด และรวมไฟแอลอีดีสำหรับการขับในเวลากลางวันไว้ด้วย กับแผงกระจังหน้าที่มีให้เลือก 2 แบบ คือ ตัวถังที่ตกแต่งแบบมาตรฐาน และแบบ ELEGANCE ติดตั้งแผงกระจังหน้าแบบคลาสสิคที่ติดโลโกดาวสามแฉกไว้บนหน้าหม้อ ส่วนตัวถังที่ตกแต่งแบบ AVANTGARDE ติดตั้งแผงกระจังหน้าแบบสปอร์ทซึ่งมีโลโกดาวสามแฉกขนาดโตติดอยู่ตรงกลาง ส่วนภายในห้องโดยสารที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 5 คน ก็มีการปรับปรุงโดยใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม รวมทั้งติดตั้งพวงมาลัยและแผงคอนโซลกลางที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด

ชุดที่จะออกขายในเมืองแม่ ทั้งตัวถังซีดาน และตัวถังตรวจการณ์ มีรถให้เลือกรวม 18 โมเดล แยกเป็นรถเบนซิน 10 โมเดล คือ E 200 (135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า) E 250 (155 กิโลวัตต์/211 แรงม้า) E 300 (185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า) E 300 4MATIC (185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า) E 350 (225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า) E 350 4MATIC (225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า) E 400 (245 กิโลวัตต์/333 แรงม้า) E 400 4MATIC (245 กิโลวัตต์/333 แรงม้า) E 500 (300 กิโลวัตต์/408 แรงม้า) E 500 4MATIC (300 กิโลวัตต์/408 แรงม้า) เป็นรถดีเซล 7 โมเดล คือ E 200 CDI (100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า) E 220 CDI (125 กิโลวัตต์/170 แรงม้า) E 250 CDI (150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า) E 250 CDI 4MATIC (150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า) E 300 BLUETEC (170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า) E 350 BLUETEC (185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า) E 350 BLUETEC 4MATIC (185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า) และเป็นรถไฮบริด 1 โมเดล คือ E 300 BLUETEC HYBRID (ดีเซล 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า+มอเตอร์ไฟฟ้า 19 กิโลวัตต์/26 แรงม้า) ทุกโมเดลมีระบบ ECO START/STOP SYSTEM ซึ่งช่วยประหยัดเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ด้วย ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หลัง หรือทั้งคู่หน้าและคู่หลังแล้วแต่กรณี มีแบบเดียว คือเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ TG-TRONIC PLUS



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2556
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/PcfgA
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th