บทความ

ตลาดรถปีนี้ กับ “กรรม” ในปีต่อๆ ไป


ยอดจำหน่ายรถรวมกว่า 1.4 ล้านคัน ในปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามลับสมองว่า เมื่อไม่มีนโยบายประชานิยมมาสร้าง “ดีมานด์เทียม” แล้ว ปี 2556 นี้ยอดขายรถจะ “ทรง” หรือ “ทรุด”

คำถามนี้ผมโดนผู้สื่อข่าว “ยิง” เข้าใส่ตลอด ตั้งแต่ยังไม่จบปี โดยเฉพาะช่วงที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29” มียอดจองรถในงานสูงถึง 85,904 คัน ผมซึ่งทายยอดจองรถในงานตัวเองผิดมาโดยตลอด เลยจำเป็นต้องตอบไปตามหลักการว่า เนื่องจากยอดปีที่แล้วมันไม่ได้เติบโตตามปกติ ฉะนั้น ปีนี้มันก็คงตกลงมาตามปกติ แต่จะลงไปสักเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ผลิตแต่ละค่ายจะสามารถหาของดีมายั่วกิเลสผู้ซื้อได้มากน้อยแค่ไหน

กรณีนี้ ผมไม่ค่อยเป็นห่วงหรอกครับ อย่างน้อยๆ ค่าย โตโยตา ก็มี วีออส ใหม่ ที่ซุ่มขายแคทาลอคมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แถมกลางปีก็คงได้มหาฤกษ์สำหรับอีโคคาร์ อีกหนึ่งรุ่น ส่วนค่ายอื่นๆ ทั้งรุ่นเล็ก และรุ่นใหญ่ รับรองไม่น้อยหน้ากันอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยอดจองรถจากงานของเรา ซึ่งต้องเร่งส่งมอบกันในปีนี้ จะทำให้สายพานผลิตไม่ว่างไปตลอดทั้งปี หนำซ้ำบางรายสายพานเต็มยาวไปถึงต้นปีหน้าโน่นเลยทีเดียว

เมื่อคิดสะระตะแล้ว ผมเชื่อว่าปีนี้ถึงยอดขายรถจะลดลง แต่เป็นการลงแบบ “ซอฟท์ แลนดิง” หรือราว 20-30 % ของยอดปี 2555

เป็นอันว่าไม่มีอะไรน่าวิตกสำหรับบริษัทรถยนต์ยังไงก็เกินล้านคันอยู่ดี และเท่าที่ผมสอบถามผู้บริหารเกือบทุกค่ายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ต้องการโครงการประชานิยมมาสนับสนุนการขายแต่อย่างใด เพราะในภาวะปกติตลาดจะเติบโตตามธรรมชาติปีละ 10-15 % อยู่แล้ว ซึ่งเป็นอัตราที่น่าพอใจ และง่ายต่อการวางแผนการผลิต และการลงทุนทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
ตรงกันข้าม ถ้ามีอะไรมาทำให้ตลาดมันบูมผิดธรรมชาติ แผนการผลิตการลงทุนก็จะรวนไปหมด บางบริษัท ฯ ที่ปรับตัวไม่ทันพลาด “ตกขบวน” ก็อาจทำใจไม่ได้จนเสียอาการไปเลย

ที่น่าสนใจ คือ ถึงแม้มหกรรมคืนภาษีรถคันแรก จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่ผลพวงของมันยังคงอยู่อีกยาวนาน เพราะผู้ที่ใช้สิทธิ์ตามโครงการจะต้องครอบครองรถไปจนครบ 5 ปี ซึ่งคาดกันว่าจะมีเจ้าของรถคันแรกจำนวนมากที่ผ่อนไม่ไหว หรือเอาไม่อยู่กับค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษา เพราะตอนซื้อหลายคนยังเรียนไม่จบ หรือยังไม่มีงานทำเลยด้วยซ้ำ

พอผ่อนไม่ไหว ไฟแนนศ์ก็ยึดไปขายทอดตลาดตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้ให้ ปัญหาคือ ใครจะเป็นคนจ่ายเงินภาษีราว 3 หมื่นถึง 1 แสนบาทที่ใช้ไปหมดแล้วคืนให้แก่รัฐ เจ้าของรถคงไม่มีปัญญา เพราะเผลอๆ ยังต้องเป็นหนี้ไฟแนนศ์ต่อถ้าขายรถไม่ได้ราคา

ไปๆ มาๆ ไฟแนนศ์ก็คงต้องควักกระเป๋าไปก่อนเพื่อ “ปลดลอค” ให้สามารถนำรถไปขายต่อได้ จากนั้นจึงค่อยไปไล่บี้เองกับเจ้าของรถอีกที ไม่เจ๊งตอนนั้นแล้วจะไปเจ๊งตอนไหน

อันนี้จะนับเป็น “กรรม” ของไฟแนนศ์เองที่โลภมากก็ไม่ผิด แต่ต้องถือเป็น “กรรม” ของประเทศที่เราต้องเผชิญร่วมกันในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

หวังว่าตอนนั้นพวกท่านคงจะยังอยู่เพื่อรับผิดชอบผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเองนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2556
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Jhh6B
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง