บทความ

สุดจิตต์นิจนิรันดร์


แม้เราพยายามทำใจเมื่อไปเยี่ยมครู ๒-๓ ครั้งหลังสุดว่าครูสุดจิตต์ อนันตกุล ดุริยประณีต ศิลปินแห่งชาติ แม้ครูจะหายป่วยกลับมา เราก็คงไม่ได้ครูผู้มีความรื่นเริง อ่อนโยนอ่อนหวานแต่เข้มแข็ง ยิ้มรับลถานการณ์ต่างๆอย่างอารมณ์ดีแสดงความเป็นผู้มีน้ำใจโอบอ้อมอารี เหมือนดั่งครูเพลงไทยส่วนใหญ่นับแต่โบราณกาลมา แต่ครูจะกลับมาร้องเพลง ใส่เพลงและควบคุมวงดนตรีดุริยประณีต ให้เพลงประกอบการแสดงสักวาของเราอย่างเดิมไม่ได้อีกแล้วกระมัง

 

แล้วความหวาดกลัวนั้นก็เป็นจริง หลังจากตรากตรำสังขารและสู้กับโรคร้ายมานาน ครูก็จากไปในวัย ๘๔ ปี ๔ เดือน ๘ วัน นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการเพลงไทยอีกครั้งหนึ่ง

 

เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

 

ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้ามีส่วนเล็กน้อยในการผลิตสารคดีชุด “สยามศิลปิน” เราพยายามเร่งรัดให้ตอนที่ผลิตชีวิตและผลงานของครูสุดจิตต์ ดุริยประณีตให้ครูได้ทันเห็น แต่น่าเศร้าใจที่มักมีอุปสรรค นอกจากมหาอุทกภัยในปี๒๕๕๔แล้ว ความที่เรารู้จักใกล้ชิดครูบ้าง เราก็อยากให้สารคดีออกมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด (ซึ่งเป็นไปได้ยาก) เราต้องตัด-ต่อ-เติม-แก้ไข พยายามจะให้ออกมาอย่างดีที่สุด และที่น่าเศร้าใจที่สุด วันที่สารคดีออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทย(ไทยพีบีเอส) เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๕ เป็นวันที่ครูกลับเข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย ซึ่งข้าพเจ้ารับฟังจากชยันตี อนันตกุล-ลูกสาวคนเดียวของครู ด้วยความไม่สบายใจ เมื่อเธอบอกว่า แม่ไม่สามารถได้ดูและรับรู้แล้ว

 

เมื่อก่อนข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่า ครูเป็นครูผู้ใหญ่ที่ข้าพเจ้าไม่กล้าแม้จะถามไถ่เรื่องเพลงที่ตนอยากรู้ จนกระทั่งได้ไปร่วมรายการทางโทรทัศน์และแสดงสักวาตามที่ต่างๆหลายกรรมหลายวาระ จึงได้รู้ว่าครูเป็นคนที่เราสามารถเข้าใกล้ชิดได้จนเรียกว่า”พี่”ได้สนิทใจ แม้กระทั่งติดขัดเรื่องเพลง โทรศัพท์ไปถามก็จะได้คำตอบทันทีทันใด เพราะว่าครูบันทึกความรู้เกี่ยวกับเพลงในสมองท่านเกินกว่าเราจะคาดได้ถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไปเล่นสักวาที่ไหน เรานึกถึงครูขึ้นมาก่อนใคร พอเราบอกว่าจะเล่นเรื่องอะไร ตอนไหน ครูจะบอกว่าจะเตรียมเพลงให้เข้าบรรยากาศจำนวนมากไว้ เป็นเรื่องอิเหนา (เพลงสำเนียงแขก) เรื่องขุนช้างขุนแผน(ทำนองพื้นบ้านภาคกลางและลาว) เรื่องราชาธิราช (สำเนียงพม่า-มอญ) เรื่องสามก๊ก (สำเนียงจีน) พระอภัยมณี ( สำเนียงออก ๑๒ ภาษา) ฯลฯ แม้ตออนที่ครูนอนอยู่บนเตียง ยังจดชื่อเพลงให้นักร้องและวงดนตรีเตรียมไปร้องให้วงสักวาเราเป็น ๓๐-๔๐ กว่าเพลง

 

เมืออายุ ๕๘ ปี ครูเคยเขียนเล่าอัตชีวประวัติไว้(ข้อมูลใน กูเกิ้ล)มีบางตอนดังนี้

 

“ ข้าพเจ้าเกิดวันจันทร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๘ ปีมะโรงตรงกับวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๔๗๑ เป็นลูกของคุณพ่อสุข คุณแม่แถม ดุริยประณีต มีพี่น้องทั้งหมด ๑๐ คน ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินหรือนักดนตรีหรือผู้สนใจในวงการดนตรีเคยรู้จักกันทั้งนั้น เรียงลำดับได้ดังนี้ นางชุบ ชุ่มชูศาสตร์ (ดุริยประณีต) นายโชติ ดุริยประณีต นายชื้น ดุริยประณีต นายชั้น ดุริยประณีต นางสุดา เขียววิจิตร (ดุริยประณีต) นางแช่มช้อย ดุริยพันธ์ (ดุริยประณีต) นางชม รุ่งเรือง (ดุริยประณีต) นางทัศนีย์ พิณพาทย์ (ดุริยประณีต) นางสุดจิตต์ อนันตกุล (ดุริยประณีต) และนายสืบสุด ดุริยประณีต

 

คุณพ่อของข้าพเจ้ารับราชการในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ท่านเป็นอัจฉริยะทางด้านดนตรีไทย นักดนตรีนักร้องในสมัยนั้น ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นจำนวนมาก นามสกุล “ดุริยประณีต” ก็เป็นนามสกุลหนึ่งที่ได้รับพระราชทานจากพระองค์ท่าน ส่วนคุณแม่นั้นเป็นละครเก่าอยู่ในวัง พี่โชติตอนมีชีวิตอยู่เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกกองการสังตีต กรมศิลปากร พี่ชื้น เป็นข้าราชการกรมศิลปากร เป็นนักระนาดฝีมือเยี่ยมในยุคนั้น ตีระนาดส่งภาคคลื่นสั้นกรมประชาสัมพันธ์ตรงไปประเทศมาเลเซีย และได้ส่งหมวกสามารถมอบให้ผ่านมาทางกรมประชาสัมพันธ์อีกด้วย พี่ชื้นมีความสามารถหลายอย่าง เขียนเพลงไทยเป็นโน้ตสากล และสามารถบรรเลงฆ้องวงใหญ่จนได้รับรางวัลที่หนึ่ง นอกจากนี้ยังสามารถบรรเลงเครื่องดนตรีได้ทุกชิ้น และแต่งเพลงได้ด้วย พี่สุดา (เชื่อม)… เริ่มเป็นนักร้องตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี รับราชการในวังหลวงติดต่อมาจนถึงกรมศิลปากร(แม้เกษีญณแล้ว)กรมศิลปากรยังคงจ้างไว้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางร้อง และสอนเพลงละครต่าง ๆ ให้นักร้องกรมศิลป์ฯอีกด้วย ส่วนพี่แช่มช้อยนั้น ก็เป็นนักร้องกรมศิลปากรในสมัยนั้นพร้อมทั้งสามี (ครูเหนี่ยว ดุริยพันธ์) ก็ได้สร้างชื่อเสียงทางร้องให้กับกรมศิลป์ฯ สืบต่อมาจนถึงแก่กรรมทั้งสองท่าน น้องชายของข้าพเจ้า นายสืบสุด ดุริยประณีต (ไก่) เป็นผู้ที่ตีระนาดที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ซึ่งหาตัวจับยาก เป็นผู้ชอบแสวงหาความรู้มาก ครูอยู่ไหนก็จะตามไปต่อเพลง ถึงแม้จะลำบากในการเดินทางเพียงใดก็ตาม จนประสบอุบัติเหตุถึงแก่กรรมพร้อมบิดา เพียงอายุได้ ๒๘ ปีเท่านั้น

 

“เมื่อข้าพเจ้าจำความได้ก็ได้ยินเสียงดนตรีแล้ว พออายุได้ ๘ ปี ก็เริ่มหัดร้องเพลงกับพี่ ๆ ที่บ้านมีวงดนตรี ทำเครื่องดนตรีขายเป็นบ้านแรก มีลูกศิษย์ลูกหามาเรียนดนตรีกันมาก มาจากหลายจังหวัด…..ที่บ้านต้องหุงข้าวเลี้ยงกันทุกวันสนุกดี สมัยก่อนเรียนกันอย่างจริงจังแบบโรงเรียน เช้ากินข้าวแล้วเริ่มเรียนหรือต่อเพลง กลางวันท่องจำ ค่ำก็ซ้อมหรือต่อเพลงใหม่ต่อไป ครูที่ช่วยกันสอนก็คือ คุณพ่อ พี่โชติ พี่ชื้น พี่ชั้น มาระยะหลังน้องไก่โต ลูกศิษย์ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกมาก ที่บ้านเลยจัดวงประชันกันขึ้นทางสถานีวิทยุศาลาแดงสมัยนั้น…. ข้าพเจ้าเริ่มรักการดนตรีและร้องเพลงมาตั้งแต่นั้น “ (อยากยกมาทั้งหมดเพราะครูเล่าสนุก แต่เนื้อที่มีจำกัดจึงขอคัดมาเพียงเท่านี้)

 

ครูได้ฝึกฝนการขับร้องมากขึ้น โดยมีพี่ๆ ช่วยกันสอน ถ้าขี้เกียจต่อเพลงวันไหน ก็จะถูกทำโทษโดยการถูกตีด้วยก้านกล้วยจนหลังแอ่นนอกจากขับร้องแล้ว ครูยังเรียนเล่นดนตรีได้หลายประเภท จากครูผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงและฝีไม้ลายมือเป็นเอก เช่น พระยาเสนาะดุริยางค์(แช่ม สุนทรวาทิน) หลวงประดิษฐไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง) พระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตเสวี) ครูมนตรี ตราโมท เรียนรำไทยกับครูต้นแบบเช่นครูลมุล ยมะคุปต์และครูเฉลย ศุขะวณิช(ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง-นาฏศิลป์ ๒๕๓๐)

 

กระทั่งปี พ.ศ.๒๔๙๒ ครูอายุ ๑๙ ปี กรมโฆษณาการ(กรมประชาสัมพันธ์)จัดประกวดขับร้องเพลงไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ครูถูกพี่ๆยุแกมบังคับให้เข้าประกวดด้วย ปรากฏว่าครูได้รับรางวัลรองที่ ๓ รองจาก(อาจารย์)เจริญใจ สุนทรวาทิน(ต่อมาเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง-คีตศิลป์ ๒๕๓๐) ผู้ชนะลิศและครูทัศนีย์ ดุริยประณีตพี่สาวของครู เอง ผลจากการประกวดทำให้ครูได้ไปเป็นครูสอนร้องเพลงตามโรงเรียนหลายแห่ง จนกระทั่งพี่สาว(ครูทัศนีย์)ที่เป็นนักร้องกรมประชาสัมพันธ์สิ้นชีวิต อธิบดีกรมฯคือหม่อมหลวงขาบ กุญชร ขอให้ครูเข้ารับราชการ และเป็นนักร้องประจำแทน จนเกษียณและกรมฯขอให้ช่วยราชการต่อมาอีกนาน และแม้จะออกมาแล้ว ก็ยังไปช่วยงานของกรมมิได้ขาด

 

ในช่วงนั้นนอกจากครูต้องทำหน้าที่เป็นนักร้อง เป็นนักดนตรี สอนขับร้องทั้งในกรมและตามโรงเรียน วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ตลอดจบองค์กร-บริษัทที่ขอให้ช่วย ยังมีสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม ช่อง ๙ บางลำพู(อสมท) และต่อมาถึงช่อง๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ ครูยังอุทิศเวลาจัดรายการสอนและเสนอการขับร้องและดนตรีไทยทางวิทยุเป็นประจำ ไปสอน ไปฝึกพนักงานและดูแลการดนตรีไทยประกอบละครคณะต่างๆให้ด้วย รวมทั้งที่ได้รับการบันทึกไว้ครูจึงมีผลงานมากมาย

 

รวมทั้งเมื่ออธิบดีกรมประชาสัมพันธ์จัดให้มีการบันทึกโน้ตเพลงไทยและจัดทำเพลงไทยประยุกต์ร่วมกับดนตรีสากลที่เรียกว่า “สังคีตสัมพันธ์” ครูก็เป็นกำลังหลักคนหนึ่งในการอันเป็นคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อวงการเพลงไทย ต่อวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์และวงดนตรีสุนทราภรณ์มาจนบัดนี้ และที่สำคัญยิ่ง ครูได้รับพระกรุณาธิคุณให้เป็นพระอาจารย์ถวายการสอนและการขับร้อง ในบางโอกาส

 

จึงเป็นความชื่นใจแก่ผู้รู้จัก ลูกศิษย์และวงการดนตรีไทยที่ครูได้รับยกย่องจากสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ(ต่อมาหน้าที่นี้เป็นของกระทรวงวัฒนธรรม) เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง( คีตศิลป์) พ.ศ.๒๕๓๖

 

แม้ว่าครูได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติแล้ว ครูยังเป็นครูเพลงสอนทั้งขับร้องและดนตรีที่กรำงานหนัก เพราะครูไม่ปฏิเสธงานใคร แม้จะค่าวงดนตรีน้อยหรือช่วยฟรีครูก็ไม่ปฏิเสธ แม้ต้องควักกระเป๋าตนเองให้ลูกวงครูก็ทำสม่ำเสมอ

 

ข้าพเจ้าได้เขียนถึงครูไว้อย่างย่นย่อในสารคดี”สยามศิลปิน”ไว้ว่า

 

“คือครูผู้สืบสานคีตศิลป์ สืบสังคีตศิลปินเรื่อยรินไหล สืบพิณพาทย์นาฏดุริยางค์ทางเพลงไทย สืบมโหรีไว้ในตำนาน เป็นคนรองสุดท้องพี่น้องทั้งสิบ สืบเสียงทิพย์บทละบองพร้องขับขาน สืบเชื้อสายศิลปินในวิญญาณ ตราบชั่วกาลนาม “สุดจิตต์” นิจนิรันดร์”@



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2556
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/qS5yj
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th