บทความ

ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยีที่น่าสนใจ


เมื่อเจ้าชายกบอยากสูงใหญ่ แน่นอนว่าเทคโนโลยีต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ต้องไม่ธรรมดา เพราะดีเอนเอของ โพร์เช (PORSCHE) คือ ความเร็วแรง ดังนั้นการทำให้รถที่มีความสูงใหญ่ขนาดนี้ มีสมรรถนะที่ดีเยี่ยมนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเรื่องที่ยากน่าจะเป็นการบังคับควบคุม และการทรงตัว มากกว่า จะทำอย่างไรให้รถที่มีน้ำหนักขนาดนี้ และสูงแบบนี้ มีความคล่องตัว ควบคุมได้ไม่ต่างจากรถอื่นๆ ในตระกูลเดียวกัน รวมถึงความสนุกสนานในการขับขี่ ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถค่ายนี้ เราจะเห็นว่า กาเยนน์ (CAYENNE) กลายเป็นรถที่คนรักความเร็วแรงต้องมีอยู่ในโรงรถ และวันนี้เราจะมาแนะนำเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ของรถรุ่นนี้กัน

การควบคุมฝูงม้า
ต้องอาศัยระบบ PTM และ PTV PLUS

ระบบ PTM (PORSCHE TRACTION MANAGEMENT SYSTEM) ACTIVE ALL-WHEEL DRIVE และระบบ PTV PLUS (PORSCHE TORQUE VECTORING PLUS) ด้วยแรงบิด 52.5 กก.-ม. (515 นิวตัน-เมตร) ที่ 3,500 รตน. ทำให้ต้องจัดสรรระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากรถคันนี้ไม่ใช่รถเอสยูวีที่เอาไปลุย แต่เป็นรถที่เอาไว้ขับเพื่อรีดสมรรถนะออกมา พูดง่ายๆ ก็คือ รถสปอร์ทยกสูงนั่นเอง

ระบบขับเคลื่อน และระบบส่งกำลังต้องมีประสิทธิภาพสูง ดังนั้นระบบ PTM มาพร้อมกับ ACTIVE ALL-WHEEL DRIVE จะทำงานร่วมกับเพลาหลังโดยตรง คลัทช์หลายแผ่นได้รับการควบคุมโดยมอเตอร์ไฟฟ้า และทำการกระจายแรงดันเข้าสู่เพลาหน้า หากการลื่นไถลทางด้านเพลาหลังเพิ่มมากขึ้น เช่น เกิดจากการเร่งเครื่องยนต์เต็มกำลัง คลัทช์หลายแผ่นจะถ่ายโอนแรงดันเหล่านี้เข้าสู่ล้อหน้าทันที การตรวจสอบการขับขี่จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ระบบจะตอบสนองต่อการขับขี่ในทุกๆ สภาวะที่แตกต่างกัน รวมไปถึงตามความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกันด้วย

สมรรถนะระดับเทพ
สามารถสั่งเพิ่มเติมได้

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ ACTIVE ALL-WHEEL DRIVE ช่วยควบคุมการขับขี่ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบการขับเคลื่อนชนิดนี้จะช่วย ป้องกันการลื่นไถลได้ดี หากต้องการเพิ่มการขับขี่ที่คล่องตัวให้กับ กาเยนน์ จีทีเอส มากขึ้นไปอีก ก็สามารถเลือกติดตั้ง ระบบการกระจายแรงบิด PTV PLUS เป็นระบบเสริมเพิ่มเติมได้ เพื่อช่วยให้การขับขี่มีความคล่องตัวและมั่นคงมากขึ้น ระบบนี้จะทำงานด้วยการกระจายแรงบิดไปยังล้อหลัง รวมไปถึงการควบคุมระบบเฟืองท้ายด้วยไฟฟ้า และช่วยพัฒนาการทรงตัวของพวงมาลัยให้มีความแม่นยำ โดยการเบรคล้อด้านในของล้อหลัง ขึ้นอยู่กับองศาของพวงมาลัยความเร็ว ตำแหน่งของแป้นคันเร่งด้วยเช่นกัน ผลลัพธ์ที่ได้ คือ การตอบสนองที่รวดเร็วโดยตรงเมื่อรถเข้าสู่โค้งนั่นเอง รถอยู่ในความเร็วสูงขณะเข้าโค้ง ล้อจะมีอาการหมุน การลอคระบบเฟืองท้ายด้วยไฟฟ้า จะช่วยให้รถเกาะถนน และทรงตัวได้ดีมากยิ่งขึ้น



------------------------------
เรื่องโดย : พหลฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มกราคม ปี 2556
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/DZUV4
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th