บทความ

“สถิติใหม่เกิดขึ้น เพียงแค่ 8 เดือนผ่านไปเท่านั้น”


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม ปี '55 กับ '54
ตลาดโดยรวม + 62.3 %
รถยนต์นั่ง + 66.4 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ + 59.1 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ + 106.2 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ + 57.2 %
รถเอมพีวี + 132.1 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-สิงหาคม ปี '55 กับ '54
ตลาดโดยรวม + 47.2 %
รถยนต์นั่ง + 41.6 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ + 44.5 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ + 213.9 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ + 55.0 %
รถเอมพีวี + 99.2 %

ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศสูงสุดที่เกิดขึ้นในปี 2554 ถูกทำลายลงไปเรียบร้อยแล้ว โดย 8 เดือนของปี 2555 ยอดจำหน่ายรวมของรถยนต์ทุกประเภท พุ่งขึ้นสูงถึง 859,486 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2554 ถึง 47.2 % นี่เป็นตัวเลขของรถยนต์ใหม่ที่เดินทางไปถึงมือเจ้าของใหม่เรียบร้อยแล้ว ยังไม่นับรวมยอดสั่งจองที่แต่ละค่ายยังค้างส่งมอบอีกหลายหมื่นคัน ถึงแม้บางค่ายจะมีแผนการลงทุนเปิดโรงงานประกอบเพิ่มเติม และการส่งออกรถยนต์ไปจำหน่ายต่างประเทศเริ่มชะลอตัวลงบ้าง จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป แต่อย่างไรก็ยังคงมียอดค้างส่งเป็นจำนวนมากอยู่ดี โมเดลรุ่นที่ขายดียอดนิยม จองวันนี้ปีหน้าค่อยมาว่ากันแน่นอน

สำหรับเดือนสิงหาคม มีรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นบนท้องถนน ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นในกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล ซึ่งจะทำให้กรุงเทพ ฯ ครองความเป็นเมืองที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลกอย่างเหนียวแน่นต่อไป หรือไม่แน่อาจขยับขึ้นไปรับตำแหน่งที่ดีขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้ เดือนสิงหาคม ยอดจำหน่ายรถยนต์ทุกประเภทอยู่ที่ 128,296 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว 62.3 % ยังไม่ทำลายสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดต่อเดือนที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 57,210 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว 66.4 % รวม 8 เดือน 357,591 คัน เพิ่มขึ้นจากระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 41.6 %

รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ 50,362 คัน เพิ่มขึ้น 59.1% รวม 8 เดือน 350,590 คัน เพิ่มขึ้น 44.5 % รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ 3,752 คัน เพิ่มขึ้น 106.2 % เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 35,180 คัน เพิ่มสูงขึ้น 213.9 % รถเอสยูวี เดือนสิงหาคม 8,791 คัน เพิ่มสูงขึ้น 57.2 % 8 เดือนผ่านไป ยอดสะสมรวม 57,200 คัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 55.0 % รถเอมพีวี เดือนสิงหาคม มียอดจำหน่าย 2,678 คัน เพิ่มขึ้น 132.1 % ยอดสะสม 17,623 คัน เพิ่มขึ้น 99.2 % ส่วนที่เหลือเป็นรถยนต์ประเภทอื่นๆ 5,503 คัน เพิ่มขึ้น 24.2 % รวม 8 เดือน 41,302 คัน เพิ่มขึ้น 29.1 %

เดือนสิงหาคม โตโยตา จำหน่ายรถยนต์ทุกประเภทได้ 44,413 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 34.6 % ซึ่งเมื่อรวมยอดจำหน่ายที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิงหาคม โตโยตา จำหน่ายไปได้แล้วรวมทั้งสิ้น 333,733 คัน เป็นสัดส่วน 38.8 % ของตลาดทั้งหมด ทิ้งห่าง อีซูซุ ที่อยู่ในอันดับที่ 2 เกินกว่า 1 เท่าตัว ปิดประตูการพลาดตำแหน่งแชมพ์อย่างแน่นอน ขณะที่ผลงานของ อีซูซุ เดือนสิงหาคม 18,933 คัน ส่วนแบ่งตลาด 14.8 % รวม 8 เดือน 132,957 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 15.5 % มั่นใจได้กับอันดับที่ 2 เช่นกัน เพราะ ฮอนดา ที่อยู่ในอันดับที่ 3 ถึงแม้จะเร่งผลิตรถยนต์ออกมาส่งมอบให้แก่ลูกค้า รวมไปถึงความต่อเนื่องของรถยนต์รุ่นใหม่ในปีนี้ แต่ก็ยากที่จะไล่กวดแซงขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 2 ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่เพียง 4 เดือนเท่านั้น เดือนสิงหาคม ฮอนดา จำหน่ายรถยนต์ได้ 18,162 คัน ส่วนแบ่งตลาด 14.2 % รวม 8 เดือน 86,979 คัน ส่วนแบ่งตลาด 10.1 %

รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่ถือเป็นโมเดลพื้นฐาน มีสัดส่วนการตลาดมากที่สุดในบรรดารถยนต์เพื่อการพาณิชย์ทั้งหมด เดือนสิงหาคม โตโยตา จำหน่ายพิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อไปอีก 17,688 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 35.1 % รวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 131,163 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 37.4 % ในส่วนของ อีซูซุ เดือนสิงหาคมจำหน่ายได้ 16,431 คัน ไม่ห่าง โตโยตา เท่าใดนัก มีส่วนแบ่งตลาด 32.6 % แต่ยอดรวมจนถึงเดือนสิงหาคมมีอยู่ 108,504 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาด 30.9 % คงยากที่จะไล่ตาม โตโยตา ทันเสียแล้ว ขณะที่ มิตซูบิชิ นอนใจได้เช่นกันกับอันดับที่ 3 ในปี 2555 นี้ เดือนสิงหาคมจำหน่ายได้ 4,730 คัน ส่วนแบ่งตลาด 9.4 % ผ่านมา 8 เดือน ยอดสะสมของ มิตซูบิชิ อยู่ที่ 38,956 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 11.1 % ฟันธงได้ว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันดับแต่อย่างใด สำหรับตลาดรถพิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ

ประเภทรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ นอกจากอันดับ 1 และ 2 ที่ค่อนข้างชัวร์แล้วว่าเป็น โตโยตา และ อีซูซุ ในอันดับต่อลงไปมีสิทธิ์ที่จะมีการปรับเปลี่ยนได้ เดือนสิงหาคม โตโยตา จำหน่ายได้ 2,103 คัน ส่วนแบ่งตลาด 56.1 % อีซูซุ 948 คัน ส่วนแบ่งตลาด 25.3 % รวม 8 เดือน โตโยตา 19,326 คัน ส่วนแบ่งตลาด 54.9 % อีซูซุ 10,459 คัน ส่วนแบ่งตลาด 29.7 % อันดับ 3 ดูเหมือนว่า เชฟโรเลต์จะมีภาษีดีกว่า ฟอร์ด และมิตซูบิชิ ที่ตามอยู่ในอันดับที่ 4 และ 5 เชฟโรเลต์ มีอยู่รวมทั้งสิ้น 1,640 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.7 % ขณะที่ ฟอร์ด จำหน่ายได้รวม 1,244 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.5 % เท่ากับ มิตซูบิชิ ที่จำหน่ายไปแล้ว 1,231 คัน ทั้ง ฟอร์ด และมิตซูบิชิ มีสิทธิ์สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ และหากได้ยาดีอัดแคมเปญโดนอกโดนใจอย่างแรง อาจขยับขึ้นไปใกล้ เชฟโรเลต์ มากขึ้น หรือสุดท้ายอาจแซงเข้าวินในอันดับที่ 3 ได้แบบเฉียดฉิว เดือนสิงหาคม ทั้ง 3 ยี่ห้อจำหน่ายได้ดังนี้ ฟอร์ด 234 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6.2 % เชฟโรเลต์ 196 คัน ส่วนแบ่งตลาด 5.2 % และมิตซูบิชิ 165 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.4 %

สำหรับรถเอสยูวี อันดับ 1 เป็น โตโยตา แน่นอน เดือนสิงหาคมจำหน่ายได้ 2,939 คัน ส่วนแบ่งตลาด 33.4 % รวม 8 เดือน 22,348 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 39.1 % อันดับ 2 มิตซูบิชิ จำหน่ายได้ 2,627 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 29.9 % รวม 8 เดือน 18,191 คัน รับส่วนแบ่งการตลาด 31.8 % อันดับที่ 3 เชฟโรเลต์ 2,341 คัน ส่วนแบ่งตลาด 26.6 % ในเดือนสิงหาคม และยอดรวม 9,918 คัน ส่วนแบ่งตลาด 17.3 % ส่วน ฮอนดา ที่เคยยิ่งใหญ่ในตลาดนี้ ยอดรวมเมื่อผ่านเดือนสิงหาคมไป อยู่ในอันดับที่ 5 ตามหลัง อีซูซุ อันดับ 4 อยู่ 600 กว่าคัน โอกาสที่ดีที่สุดอาจจะขึ้นไปถึงอันดับที่ 4 เมื่อ ฮอนดา ซีอาร์-วี ใหม่ ขึ้นสู่โชว์รูมอย่างเป็นทางการแต่เวลาที่เหลืออยู่ และกำลังการผลิต จะส่งผลให้ตำแหน่งเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ น่าติดตามเหมือนกันสำหรับค่ายใหญ่นี้

ตลาดรถเอมพีวี คงไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอย่างแน่นอน กับบแรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอันดับที่ 1-3 โตโยตา เดือนสิงหาคมจำหน่ายได้ 1,496 คัน ส่วนแบ่งตลาด 55.9 % 8 เดือนผ่านไปมีอยู่ 10,230 คัน ส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 58.0 % อันดับ 1 แน่นอนเช่นเดียวกับอันดับ 2 ฮอนดา เดือนสิงหาคมจำหน่ายได้ 1,021 คัน ส่วนแบ่งตลาด 38.1 % รวม 8 เดือน 5,839 คัน ส่วนแบ่งตลาด 33.1 % และอันดับ 3 ปโรตอน เดือนสิงหาคม 126 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.7 % รวม 8 เดือน 1,056 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6.0 %
สรุปว่า โตโยตา ครองความเป็นหนึ่งในทุกตลาดสำหรับปี 2555 นี้ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักอย่าง รถยนต์นั่ง, รถพิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือตลาดรองอย่าง รถพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ, เอมพีวี, เอสยูวี รวมไปถึงรถยนต์ประเภทอื่นๆ อย่างแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2555
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SJTY4
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th