บทความ

อัพเกรดระบบไฟในรถ


สิ่งหนึ่งที่ถูกมองข้ามที่สุดในการติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์กำลังขับสูง คือ ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ ไม่ว่าวิธีการจะซับซ้อนอย่างไร มันสามารถเปลี่ยนกฎทางพิสิคส์ได้ โดยสามารถเปลี่ยนจากรูปแบบหนึ่งไปยังรูปแบบอื่น เพาเวอร์แอมพ์ต้องใช้พลังงานจากระบบไฟฟ้าในรถยนต์ (แบทเตอรี และไดชาร์จ) และแปลงพลังงานไปขับลำโพงรถยนต์ ดังนั้นในการติดตั้งเพาเวอร์แอมพ์ เราจำเป็นต้องรู้ศักยภาพของระบบไฟฟ้าในรถยนต์ และวิธีอัพเกรด

สมมติว่า มีระบบเครื่องเสียง 1,000 วัตต์ และคุณอยากจะรู้กำลังขับที่ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ สามารถขับดันได้ ยกตัวอย่างเช่น ที่เอาท์พุทเต็มกำลังขับ ระบบจะผลิตได้ 1,000 วัตต์ ไปยังลำโพง โดยที่ลำโพงมีประสิทธิภาพ 62 % ส่วนที่เหลืออยู่ในรูปความร้อน (62 หาร 100 = 0.62) นั่นหมายความว่า กำลังไฟฟ้??าเข้าที่เพาเวอร์แอมพ์ คือ 1,000 หาร 0.62 หรือ 1,612 วัตต์ และสมการมาตรฐานสำหรับพลังงาน คือ

P = VxI

P คือ กำลังไฟฟ้า

V คือ แรงดันไฟฟ้า

I คือ กระแส

สมมติว่า แรงดันแบทเตอรีปกติ 13 VDC กระแสอินพุท หรือกำลังไฟฟ้าในระบบ สามารถคำนวณได้จากสมการข้างต้น โดยจัดเรียงสมการเป็น

I = P/V

โดยแทนตัวเลข และการแก้สมการ

I = 1,612 หาร 13

เพราะฉะนั้น I = 124 แอมพ์

ส่วนใหญ่ไดชาร์จจะผลิตกระแสไฟได้สูงสุดประมาณ 60 แอมพ์ ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งจะใช้กับระบบไฟในรถยนต์ ดังนั้นก็จะเหลือเพียง 30 แอมพ์ สำหรับระบบเสียง ซึ่งจะต้องหากระแสไฟอีก 94 แอมพ์ เพื่อที่จะได้เพียงพอกับระบบเสียงของคุณที่ต้องการกระแส 124 แอมพ์ คุณจะต้องหาอีก 94 แอมพ์ จากที่ไหน หรือจะใช้กำลังไฟจากแบทเตอรี แต่ก็สามารถทำได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่แรงดันไฟจะลดลงไปถึงระดับที่ไม่เพียงพอ ซึ่งระบบเสียงของคุณจะไม่สามารถเล่นได้เต็มประสิทธิภาพ

มีหลายสิ่งที่สามารถทำได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบไฟฟ้าในรถของคุณ ขั้นแรก คุณสามารถเปลี่ยนไดชาร์จ เป็นแบบไฮเอาท์พุท ซึ่งไดชาร์จแบบนี้ สามารถให้กำลังขับสูงตั้งแต่ 105 ถึง 190 แอมพ์

เมื่อเปรียบเทียบไดชาร์จเหล่านี้ คุณอาจมีคำถามในใจหลายประการ เช่น มันจะพอดีหรือไม่ ซึ่งไดชาร์จแบบนี้บางตัวใส่ได้พอดีกับตำแหน่งเดิม แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องสร้างที่ใส่เอาเอง ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้เวลา

รายละเอียดสำคัญทางสเปคที่ควรรู้ คือ อัตรากระแสไดชาร์จ เพื่อความแน่ใจในเรื่องของ “ความร้อน” ซึ่งกระแสเอาท์พุทจะลดลง และความร้อนสูงขึ้นถึงอุณหภูมิทำงานปกติ โดยดูค่า IDLE (กระแสไหลในวงจร) ว่ามี RPM (รอบ/นาที) และเทียบไดชาร์จให้แน่ใจว่ามีพูลเลย์ขนาดเดียวกัน และความเร็วโรเตอร์เหมือนกัน

คำถามสุดท้ายที่ได้ยินบ่อย ทำอย่างไรกับไดชาร์จที่มีตัวตั้งแรงดันไฟฟ้าแบบภายใน และภายนอก แนะนำให้ใช้ตัวตั้งแรงดันไฟฟ้าภายนอก ถ้าเป็นไปได้ เพราะมันง่ายสำหรับการปรับแรงดันไฟฟ้า

การใช้แบทเตอรีหลายตัวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบไฟฟ้าในรถ แบทเตอรีจะเป็นตัวจัดหาพลังงานเพิ่มเติมให้กับระบบ เมื่อความต้องการกระแสของเพาเวอร์แอมพ์เกินความสามารถของไดชาร์จ และการใช้แบทเตอรีหลายตัวยังช่วยให้เล่นระบบเสียงต่อไปได้ เมื่อจอดรถ และดับเครื่องยนต์

เป็นการดีที่ใช้ไดชาร์จไฮเอาท์พุท และเพิ่มแบทเตอรี ด้วยกฎง่ายๆ คือ ใช้ไดชาร์จขนาดใหญ่สุดที่สามารถใส่ได้พอดีกับเครื่องยนต์ และเพิ่มแบทเตอรีทุกๆ การขยาย 500 วัตต์

มีแบทเตอรีอยู่หลายประเภท แต่ที่ดีที่สุดเพื่อการติดตั้งระบบเสียง คือ แบทเตอรีแบบ DEEP CYCLE MARINE เป็นแบทเตอรีแบบบำรุงรักษาได้ ออกแบบมาเพื่อให้ปริมาณกระแสไฟปานกลางไปถึงมาก และแผ่นในแต่ละเซลล์มีความหนา ใช้งานได้นาน เหมาะสำหรับการติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์

มี 3 วิธีในการตรวจสอบเพื่อเลือกแบทเตอรี วิธีแรก คือ ดูค่า CCA (COLD CRANKING AMPS) บ่งชี้ความสามารถแบทเตอรีให้กระแสขนาดใหญ่ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่อุณหภูมิเย็น

วิธีที่ 2 คือ ดูค่า AH (แอมพ์/ชั่วโมง) การประเมินนี้ระบุว่า แบทเตอรีมีความสามารถในการให้กระแสได้เท่าไร โดยทั่วไปแบทเตอรีมีค่า AH 85-105

วิธีที่ 3 ดูระยะเวลากักเก็บกระแสไฟ แบทเตอรีแบบ DEEP CYCLE MARINE มีความสามารถในการคืนสภาพ และผลิตพลังงานไฟฟ้าหลังจากปล่อยกระแสไฟ โดยไม่ต้องชาร์จซ้ำอีกครั้ง

การติดตั้งแบทเตอรีเสริม หรือแบทเตอรีแบบขนาน จะส่งผลให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อใช้วิธีการต่อแบบนี้ เป็นการประเมินโดยรวมของค่า AH คือ ผลรวมในการให้คะแนนทั้งหมดของแบทเตอรี แบทเตอรีที่ติดตั้งในลักษณะนี้ควรจะเหมือนกัน (รุ่นเดียวกัน) หากไม่เหมือนกันแล้ว จะทำให้ความต้านทานภายในแบทเตอรีต่างกัน

การวางแผนออกแบบระบบไฟฟ้า และการติดตั้งที่ถูกต้อง เป็นรากฐานสำคัญของประสิทธิภาพเสียงที่ดีกว่า และความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ต้องจ่ายเพิ่ม



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ/อินเตอร์เนท
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2555
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/T9CSi
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th