บทความ

ทาคายูคิ ซูกิยามา


“4 WHEELS” สัมภาษณ์ ทาคายูคิ ซูกิยามา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงทุกประเด็นร้อนของ ซูซูกิ

 

4 WHEELS : ซูซูกิ มีแผนที่จะรองรับยอดจองที่โตเกินคาดอย่างไร ?

ทาคายูคิ : เรามีแผนเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นจากเดิม ในวันที่เราเปิดตัว ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ เราแถลงข่าวว่า กำลังการผลิต 15,000 คัน แบ่งเป็น 10,000 คัน สำหรับขายในประเทศ และอีก 5,000 คัน สำหรับตลาดส่งออก แต่เราจะเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศเป็น 15,000 คัน ยอดนี้เราทำได้แน่นอน เพื่อป้อนความต้องการของผู้บริโภคในประเทศก่อนที่จะส่งออก พูดง่ายๆ คือ กำลังผลิตเท่าเป้าหมายเดิม แต่เราจะเน้นส่งมอบรถให้ลูกค้าในประเทศเป็นหลัก

 

4 WHEELS : ยอดส่งออกต่างประเทศ วางแผนไว้อย่างไร ?

ทาคายูคิ : ตอนนี้เรายังไม่ได้เริ่ม คิดว่าปลายปีนี้ น่าจะเข้าสู่แผนการเดิม เราจะให้ความสำคัญต่อกำลังการผลิตทั้งหมดเพื่อตลาดรถในประเทศเป็นลำดับแรก

 

4 WHEELS : โรงงาน ซูซูกิ มีศักยภาพแค่ไหน ?

ทาคายูคิ : อย่างที่บอก ถ้ากำลังการผลิตสำหรับตลาดในประเทศ 15,000 คัน เฉลี่ยแล้วเราผลิตรถเดือนละ 1,500 คัน โดยประมาณ ซึ่งจริงๆ แล้ว มันไม่แน่นอน บางเดือนอาจจะ 1,500 คัน แต่บางเดือนเราอาจผลิตเยอะขึ้น ในช่วงแรกที่เราเปิดตัวเดือนมีนาคม กำลังการผลิต อาจจะไม่เยอะ แต่หลังจากเดือนที่ 2-3 เราเริ่มเข้าที่เข้าทาง เราก็เร่งผลิตมากขึ้น อาจจะเพิ่มเป็น 2 กะ มั่นใจว่ายอดจอง 15,000 คัน เราสามารถผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในประเทศ ทำได้แน่นอน แนวโน้มของเราดีขึ้น ผลิตมากขึ้น และพร้อมส่งมอบรถมากขึ้น

 

4 WHEELS : ยอดจอง ซูซูกิ สวิฟท์ มีประมาณเท่าใด ?

ทาคายูคิ : ประมาณ 15,000 คัน เราจะพยายามส่งมอบรถให้ลูกค้าเร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการจองที่ลูกค้ายังทยอยมาจองรถอยู่เรื่อยๆ ตัวเลขในมือเราตอนนี้สามารถดูแลลูกค้าช่วงแรกได้ และเรายังเปิดรับจองอยู่ แต่ต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่า เขาต้องรอคิว จะได้รถประมาณต้นปีหน้า

 

4 WHEELS : ยอดค้างส่งตอนนี้มีเท่าไร ?

ทาคายูคิ : ประมาณ 12,000 คัน ส่งไปแล้ว 2,000-3,000 คัน ถ้าตอนนี้ไม่รับจอง เราน่าจะเคลียร์ได้ตามเป้าหมายเดิม แต่ว่าผลตอบรับจากลูกค้าดีมาก เกินจากสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้เยอะมาก ส่วนจำนวนดีเลอร์ เรามีแผนระยะสั้น ตอนนี้มี 50 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 70 แห่ง แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพ ฯ 20 แห่ง (เดิมมี 14 แห่ง) ต่างจังหวัด 50 แห่ง ส่วนแผนระยะยาวภายในปี 2015 ต้องครบ 100 แห่งทั่วประเทศ

 

4 WHEELS : ในปีนี้จะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ หรือไม่ ?

ทาคายูคิ : เราทำข้อตกลงกับ BOI ไว้เรื่องอีโคคาร์ ภายใน 5 ปี ต้องผลิตไม่น้อยกว่า 100,000 คัน ต้องทำเงื่อนไขแรกให้ได้ก่อน ขณะเดียวกันเราก็เริ่มศึกษาการผลิตรถรุ่นใหม่ แต่ยังไม่สรุป ตอนนี้เรามีรุ่น สวิฟท์ เป็นรถธง มีเอสยูวีเป็นรุ่น กแรนด์ วีทารา และเอสเอกซ์-4 ส่วนรถกระบะ มีรุ่น แคร์รี พิคอัพ ที่ยังขายดี ส่วนรถครอบครัว มีรุ่น เอพีวี น่าจะรองรับความต้องการของลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง เรื่องรถใหม่ ยังไม่ได้คิดมากมายอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างของ ซูซูกิ ตอนนี้ เราทุ่มเทให้กับการผลิต สวิฟท์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับรถในเวลาที่รวดเร็ว และมั่นใจได้ในคุณภาพที่โรงงานเราพิถีพิถันในเรื่องการผลิต

 

4 WHEELS : ก่อนตั้งโรงงานผลิตรถในประเทศไทย คุณคาดหวังไว้อย่างไร ?

ทาคายูคิ : สิ่งแรก คือ ต้องขอบคุณรัฐบาลไทย ที่ส่งเสริมการลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น อีโคคาร์ โครงการรถคันแรก เพราะนโยบายเหล่านี้ ช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศร้อนแรงยิ่งขึ้น และเราได้รับผลดีเรื่องดังกล่าว ส่งต่อมาถึง ซูซูกิ สวิฟท์ ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายจริงๆ

ตอนนี้โรงงานเฟสแรก เสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีกำลังการผลิตปีละ 50,000 คัน แต่ยังใช้ไม่เต็มกำลังการผลิตส่วนเฟส 2 จะเสร็จก่อนปี 2016

 

4 WHEELS : เปรียบเทียบยอดขาย 5 เดือนแรกของปี 2554 กับปี 2555 แตกต่างกันมากแค่ไหน ?

ทาคายูคิ : ยอดขายของเราโตขึ้นประมาณ 130 % จากรถทุกรุ่น มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 1 % ยอดขายประมาณ 5,000 คัน แบ่งเป็นรุ่น สวิฟท์ ประมาณ 2,000 คัน ส่วนยอดขายของปีนี้ เราประมาณการว่า น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 คัน จะเติบโตขึ้นมากกว่า 100 % ส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 2 % โดยมีรุ่น สวิฟท์ ประมาณ 15,000 คัน ที่เป็นยอดจองในขณะนี้ รุ่นอื่นๆ อีก 5,000 กว่าคัน สำหรับยอดขายปี 2554 เราปิดยอดจำหน่ายที่ 9,600 คัน

 

4 WHEELS : ท่าทีของบริษัทแม่ในญี่ปุ่น คิดอย่างไรกับความสำเร็จของ ซูซูกิ ในประเทศไทย ?

ทาคายูคิ : ก่อนที่จะเริ่มสร้างโรงงานผลิตในประเทศไทย ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์พอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น ได้วางแผนไว้ว่าจะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถ ซูซูกิ เพื่อส่งออกจำหน่ายทั่วโลก โดยเราให้ความสำคัญกับประเทศไทย หลังจากที่เปิดตัว สวิฟท์ ไปแล้ว มีผลตอบรับที่ดีมาก ยิ่งทำให้เรามั่นใจในศักยภาพของตลาดในประเทศมากขึ้น และญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับเมืองไทยมากขึ้น

 

4 WHEELS : เรื่องการบริการ และอะไหล่ วางแผนไว้อย่างไร ?

ทาคายูคิ : เราบริหารจัดการทุกเรื่องทั้งหมด โดยบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบดูแลทั้งหมด ทั้งเรื่องการผลิต การสตอคอะไหล่ การอบรมช่างบริการให้กับดีเลอร์ ส่วนรถจักรยานยนต์ จะมีบริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบ จะแยกส่วนในการบริหารงานทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์

 

4 WHEELS : แผนการตลาดของ ซูซูกิ วางไว้อย่างไร ?

ทาคายูคิ : เราบริหารงานตามนโยบายของญี่ปุ่น เพื่อให้เมืองไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญของโลก นี่เป็นความพยายามของเรา ที่จะนำประเทศไทยก้าวสู่เวทีโลก

ศูนย์การผลิตรถ ซูซูกิ ทั่วโลก มี 8 แห่ง โดยในยุโรป มีศูนย์การผลิตในประเทศฮังการี ส่วนเอเชีย มีประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ปากีสถาน และไทย เป็นประเทศล่าสุด ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ เป็นศูนย์การผลิตรถจักรยานยนต์ และสำหรับฐานการผลิตในจีน เน้นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ไม่เน้นตลาดส่งออก เนื่องจากว่าคนจีน มีกำลังซื้อที่สูงมาก ผลิตจำหน่ายในประเทศ ยังไม่เพียงพอ ส่วนกำลังการผลิตจากประเทศไทย เราตั้งเป้าไว้ว่า จะส่งออกไปจำหน่ายในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอาเซียน ตอนนี้ยังไม่ระบุจำนวนของตัวเลข เราจะเน้นยอดการผลิตเพื่อส่งมอบรถให้ลูกค้าในเมืองไทยก่อน เรายืนยันว่า ลูกค้าชาวไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา

 

4 WHEELS : ซูซูกิ มีแผนการลงทุนเพิ่มหรือไม่ ?

ทาคายูคิ : เรามองว่าในปีหน้า จะมีการลงทุนเพิ่มสำหรับโครงการใหม่ เช่น อีโคคาร์ คันที่ 2 แต่ตอนนี้ยังไม่สรุป คิดว่าช่วงงาน MOTOR EXPO 2013 จะมีรายละเอียดเพิ่มเติม

 

4 WHEELS : คุณคาดว่าแนวโน้มตลาดรถในเมืองไทย จะเป็นอย่างไร ?

ทาคายูคิ : จริงอยู่ ยอดขายปี 2554 เราขายได้ประมาณ 9,600 คัน ปี 2555 ประมาณการไว้ 20,000 คัน แต่ยอดขายปี 2556 คงตอบยาก เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น นโยบายของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เงื่อนไขการตลาดในช่วงนั้นๆ เป็นอย่างไร ? แต่โดยรวมแล้ว เราคิดว่า ตลาดรถเล็ก ประหยัดพลังงาน ไปได้สวย ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่วนตลาดรถกระบะขนาดเล็ก รถรุ่น แคร์รี พิคอัพ ของเรายังขายดีอยู่ ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน เราไม่เน้น อย่างที่บอก เราต้องการเน้นให้ไทยเป็นศูนย์การผลิตรถเก๋ง ส่วนตลาดรถเอสยูวี ยังมีโอกาสอยู่ แต่ไม่ใช่เวลานี้ โดยรวมแล้ว เราคิดว่า ตลาดรถในเมืองไทย ยังสามารถเติบโตเพิ่มขึ้น โดยดูจากรายได้รวมของประชากร



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ / นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2555
คอลัมน์ : แวดวงรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/EIvub
อัพเดทล่าสุด
5 Jul 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th