บทความ

เปลี่ยนใบปัด และตรวจเชคระบบปัดน้ำฝน


เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนกันแล้ว คนส่วนมากมักให้ให้ความสำคัญกับยางรถยนต์เป็นหลัก แต่ยังมีอีกจุดหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ระบบปัดน้ำฝน ถ้าไม่ตรวจเชคให้ดี เวลาใช้งานจะเกิดเส้นๆ มัวๆ บนกระจก ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน อาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้

 

มอเตอร์ปัดน้ำฝน

มอเตอร์ปัดน้ำฝน มีหน้าที่สร้างแรงจากการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็ก โดยสมัยก่อนจะเป็นแบบขดลวด คือ ใช้ขดลวดพันรอบแกนเพื่อสร้างสนามแม่เหล็ก แต่ปัจจุบันนี้จะเป็นแบบแม่เหล็กถาวรกันหมดแล้ว โดยใช้แม่เหล็กถาวรเฟอร์ไรท์เพื่อสร้างสนามแม่เหล็ก มอเตอร์แบบแม่เหล็กถาวรได้ถูกพัฒนาทำให้มีขนาดเล็กและเบา จึงนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง

 

ก้านปัดน้ำฝน

ก้านปัดน้ำฝน มีหน้าที่เปลี่ยนแปลงการหมุนของมอเตอร์ มาเป็นการเคลื่อนที่แบบส่ายไป/มาของแกนหมุนด้านซ้าย/ขวาของก้านปัดน้ำฝน มักจะสั้น/ยาวไม่เท่ากัน เพื่อจะได้แนบกับส่วนโค้งของกระจกได้ดี

หน้าที่หลักของก้านปัดน้ำฝน คือ การกวาดน้ำออกจากกระจก ก้านปัดน้ำฝนที่ดี ต้องรีดน้ำออกจากกระจกได้สม่ำเสมอ ไม่ก่อให้เกิดเสียงขณะปัด ไม่แข็งกระด้างสามารถปัดได้เกลี้ยง หากพบว่าการปัดไม่เกลี้ยง ยางมีรอยขาดและปัดเรียบบางช่วง ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนได้แล้ว

 

น้ำล้างกระจก

น้ำที่ฉีดจากระบบฉีดน้ำฝน เป็นสิ่งสำคัญในการปัดล้างทำความสะอาดกระจก แถมยังช่วยหล่อลื่นให้สามารถปัดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ควรหมั่นตรวจเชคระดับน้ำในหม้อพักน้ำฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ ถ้าเป็นไปได้ควรใช้น้ำสะอาดเปล่าๆ (น้ำดื่มได้ยิ่งดี) เพื่อป้องกันการเกิดคราบตะกอนบริเวณหม้อพักน้ำ สายยาง และข้อต่อต่างๆ ซึ่งเมื่อเกิดตะกอนสะสมมากๆ อาจเกิดการอุดตันได้
คุณสมบัติของใบปัดน้ำฝนที่ดี

– ทำงานได้ดี และมีประสิทธิภาพ หน้าสัมผัสของยางปัดน้ำฝนระหว่างปลายของยางปัดกับผิวกระจกประมาณ 0.01-0.05 มิลลิเมตร

– มีความทนทาน และทนความร้อน ยางปัดต้องทำจากยางคุณภาพสูง สามารถทนต่อแสงแดด รังสีอุลทราไวโอเลท โอโซน และไอเสีย

– ทนต่อสารเคมี (CHEMICAL RESISTANCE) ใบปัดต้องทนต่อสารเมธานอล (METHANAL) และสารละลายอื่นๆ ที่ใช้ในการล้าง

– ทนต่อการทำงานของสารเคมี (ANTI-CORROSION) ใบปัดต้องมีการป้องกันสนิม และไม่เป็นตัวนำ เพื่อป้องกันใบปัดจากสารซัลไฟท์ในอากาศ

– มีความมั่นคง (STABILITY) ใบปัดต้องมั่นคง และไม่ยกขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง

 

อุปกรณ์

1. ก้านปัดน้ำฝน

2. น้ำสะอาด

 

ขั้นตอนการเปลื่ยนใบปัดน้ำฝน และการบำรุงรักษาทั่วไป

1. ตรวจเชคการทำงาน โดยการฉีดน้ำของระบบปัดน้ำฝนดูการทำงานของมอเตอร์ และก้านปัด

2. เมื่อเห็นว่าปัดไม่ดี ควรเปลี่ยนก้านปัดน้ำฝน โดยดึงแขนปัดน้ำฝนขึ้น

3. สำรวจเขี้ยวลอค ด้านปลายแขนใบปัดด้านหนึ่ง จะลอคยางใบปัดไว้

4. บีบยางบริเวณเขี้ยวที่ลอคใบปัด เพื่อหลบเขี้ยวลอค ให้ยางหลุดออกมา และดึงออกจากแขนใบปัด

5. ประกอบยางกับใบปัดอันใหม่ แล้วดันเข้าไปตามช่องในโครงใบปัด

6. ดันจนกระทั่งยางเข้าลอคกับแขนใบปัด และลองขยับดูว่าแน่นสนิทหรือยัง

7. ทำตามวิธีที่ 3-6 กับอีกฝั่งหนึ่ง โดยเทียบกับของเดิม แล้วลองเชคโดยฉีดน้ำปัดน้ำฝนดู

8. เชครูฉีดน้ำล้างกระจกว่าอุดตันหรือไม่ ใช้เข็มปรับให้ฉีดน้ำในตำแหน่งที่เหมาะสม

9. เปิดฝากระโปรงเชคน้ำในหม้อพักน้ำฉีดกระจก

10. ถ้าพร่องให้เติมน้ำสะอาด ลงไปหม้อพักน้ำฉีดกระจกให้ถึงระดับ FULL

11. เชคสายท่อน้ำล้างกระจกว่าพับ หรือรั่ว หรือไม่ เสร็จแล้วปิดฝากระโปรงลง

12. เปิดระบบปัดน้ำฝนเพื่อตรวจเชคให้เรียบร้อยอีกครั้ง เป็นอันเสร็จ



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2555
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/zHMHM
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจเชครถ
ขจัดกลิ่นอับด้วยวิธีธรรมชาติ