บทความ

พิทยา ธนาดำรงศักดิ์


4 WHEELS มีโอกาสสัมภาษณ์ พิทยา ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ถึงทิศทางการตลาดของรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กที่ ตงฟง มอเตอร์ส (DFSK) กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

4 WHEELS : ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อบริษัท ?

พิทยา : จากเดิมที่ใช้ชื่อบริษัท ดี เอฟ เอ็ม มอเตอร์ เซลส์ (ไทยแลนด์) ฯ ตอนนี้เราเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เพราะบริษัทแม่ในจีนเขามีนโยบายแยกบแรนด์ของรถแต่ละเซกเมนท์ ให้ชัดเจน อย่างเช่น รถเก๋ง เขาใช้ชื่อ ดีเอฟพีวี (DFPV) ถ้าเป็นรถ 6 ล้อ หรือรถบรรทุกเล็ก เขาใช้ ดีเอฟเอสเค (DFSK) และอีกหลายชื่อ เพื่อให้ลูกค้าได้รับรู้ถึงรถแต่ละเซกเมนท์ ชื่อ ดีเอฟ (DF) จะนำหน้าเสมอ ส่วนรถจะต่อท้าย จะเป็นชื่อเฉพาะคล้ายรถยุโรป ตงฟง มอเตอร์ส ขายรถทุกประเภท เราเป็น 1 ใน 3 ของรถที่ขายดีในประเทศจีน

 

4 WHEELS : ยอดจำหน่ายรถในปีที่แล้ว เป็นอย่างไร ?

พิทยา : ปีที่แล้ว เราขายได้ 2,100 กว่าคัน ห่างจากเป้าหมายเล็กน้อย เพราะเกิดภาวะน้ำท่วม และคาบเกี่ยวช่วงการนำเข้าและการผลิต ปีที่แล้วเราตั้งเป้าไว้ 3,000 คัน แต่ทางจีนเขาเข้าใจ เลยลดเป้าหมายลงมา หลังผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วม ต้นปี 2555 ช่วง 2 เดือนแรกของปี เราทำตัวเลขได้ 1,000 กว่าคัน เป็นยอดค้างส่งที่ต่อเนื่องมาจากยอดปีที่แล้ว ถามว่าดีไหม ก็กึ่งดี และไม่ดี มันสะท้อนไปถึงโรงงานของเรา ที่มีกำลังการผลิตเดือนละ 300 คัน เลยไม่ทันส่ง ตอนนี้วางแผนงานที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 กะ น่าจะได้ตัวเลขรวม 600 กว่าคัน/เดือน

ส่วนเป้าหมายปีนี้ เราตั้งไว้ 3,000 คัน/ปี เท่าปีที่แล้ว มีการเปิดตัวรถใหม่ ในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นรถคอมแพคท์เอมพีวี ที่เคยโชว์ในงาน MOTOR EXPO 2011 เป็นรถ 7 ที่นั่ง ราคาไม่เกิน 5 แสนบาท ออพชันครบ

 

4 WHEELS : ส่วนแบ่งการตลาด เป็นเท่าไร ?

พิทยา : ตั้งไว้ 30 % ของตลาดมีนี คอมเมอร์เชียล ซึ่งปีที่แล้ว ยอดจำหน่ายรวมทั้งหมด 9,000 กว่าคัน เราได้ประมาณ 21-23 % อันดับ 1 ในตลาด เป็นของ ซูซูกิ

 

4 WHEELS: จำนวนของดีเลอร์ เป็นอย่างไร ?

พิทยา : ยังคงตัวเลขอยู่ที่ 40 แห่งทั่วประเทศ เราไม่เน้นวงกว้างแล้ว เน้นดีเลอร์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพแข็งแกร่งที่สุด เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่กำลังเติบโต ในกรุงเทพ ฯ มีอยู่ 9 แห่ง ส่วนที่เหลือ 31 แห่ง เป็นดีเลอร์ต่างจังหวัด นโยบายในปีนี้ หลักๆ เราต้องการยกภาพลักษณ์สินค้าจีนให้เด่นขึ้นมา มองเห็นว่าภาพลักษณ์ของสินค้าจีนในไทยไม่ค่อยดี มีมุมมองในแง่ลบ ถ้าจะทำให้ยอดขายดีขึ้น ต้องเน้นภาพลักษณ์ให้ดีขึ้น มองว่ารถยนต์เป็นสินค้าที่สำคัญในชีวิตประจำวัน ถ้าจะมีผลิตภัณฑ์ที่ยกระดับสินค้าจีนได้ รถยนต์น่าจะมีโอกาสมากที่สุด จีนอยู่ในช่วงขาขึ้น มีการผลิตรถยนต์มากที่สุดในโลก ความต้องการในประเทศพุ่งขึ้นสูงมาก อาจจะภายใน 5-10 ปีข้างหน้า รถจีนจะเริ่มมีการส่งออกมากขึ้น บวกกับรัฐบาลจีนมีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศของเขา ควบคุมการผลิตรถยนต์ให้เหลือแค่ 11 บริษัท จากเดิมที่เคยมี 300 ยี่ห้อ ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ที่ร่วมทุนกับต่างชาติ เช่นเดียวกับ ตงฟง มอเตอร์ส ที่ร่วมทุนกับ ฮอนดา นิสสัน เป็นต้น เท่ากับว่ารัฐบาลจีน เขาเริ่มต้นที่จะยกระดับอุตสาหกรรมรถของเขาอย่างเข้มงวด โดยผ่านมาตรฐานยูโร 4 และ 5 มันเป็นสัญญาณที่ดี ทำให้ทั่วโลกรู้ว่า รถจีนเริ่มมีคุณภาพดีขึ้น

 

4 WHEELS : แล้วภาพลักษณ์ในเมืองไทย มีการเตรียมแผนงานไว้อย่างไร ?

พิทยา : เรามองว่า สินค้าจีนในประเทศไทย มักจะใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นตัวนำหน้า ปีนี้เราจะไม่พูดถึงราคา แต่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสินค้าจีน ราคาถูก คุณภาพไม่ดี เป็นสินค้าดี คุณภาพดี เราทำงานวิจัยมาในระดับหนึ่ง ถ้าลูกค้าจะดูบแรนด์ต่างชาติ หรือบแรนด์ญี่ปุ่น เขาจะมีความคาดหวังในระดับหนึ่ง สมมติว่า เขาคาดหวัง 85 % เวลาเข้าไปตามโชว์รูม ถ้าพนักงานขายไม่แข็งจริงๆ ลูกค้าก็จะไม่ได้ตามที่คาดหวัง ในทางกลับกัน ถ้าลูกค้าจะมาดูรถจีน เขาไม่ตั้งเป้าไว้ขนาดนั้น เราคาดว่าเขาตั้งเป้าไว้แค่ 50 % นโยบายของเราจะเน้นให้พนักงานขายทำงานมากขึ้น ดูแลลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้เกินจากที่เขาคาดหวังไว้ เปรียบเทียบกันแล้ว ในต้นทุนที่ต่ำกว่า จะได้ความพึงพอใจที่สูงกว่า ซึ่งกลายเป็นนโยบายที่เรียกว่า RED CAPET เป็นจุดสำคัญ เพราะสินค้าของเราราคามันขายตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่ารถ ตงฟง มอเตอร์ส (DFSK) ราคาประหยัดหรือเปล่า แต่ให้ดูถึงเรื่องบริการที่เน้นให้ดีขึ้น ในอนาคตอันใกล้ จะปรับปรุงสำนักงานใหญ่ที่ดอนเมือง ให้เป็นศูนย์บริการขนาด 10 ช่องซ่อม ศูนย์อบรม เพื่อทเรนช่างของดีเลอร์ต่างๆ รวมถึงศูนย์อะไหล่ที่ใหญ่และครบวงจร เราจะแยกฝ่ายขายและการตลาด ไปอยู่ที่สำนักงานแห่งใหม่ แถวงามวงศ์วาน ซึ่งเป็นแผนธุรกิจของเราในปีนี้ ไตรมาส 2 น่าจะสมบูรณ์ ใกล้ๆ กับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ แน่นอนในอนาคตข้างหน้า รถจีนจะทะลักเข้ามาอีกหลายยี่ห้อ แต่คงไม่มีใครกล้าทำอย่างเรา ที่สนับสนุนเงินและอุปกรณ์ให้ดีเลอร์ รายละ 2 ล้านบาทในการทำงาน ที่เราทำอย่างนี้ก็เพื่อจะแยกตัวเองออกจากคนอื่นให้ชัดเจน เราไม่ต้องการทำแบบตีหัวเข้าบ้าน ขายอย่างเดียว ไม่ดูแลลูกค้า ซึ่งสินค้าจีนมันมีแบบนี้เยอะ เราต้องการสื่อสารให้ลูกค้ารู้ว่า ถ้าบแรนด์จีนมีระดับต้อง ตงฟง มอเตอร์ส เรามีอะไรที่เหนือกว่าคู่แข่ง

 

4 WHEELS : รถจีนประเภทมีนี คอมเมอร์เชียล มีกี่ยี่ห้อ ?

พิทยา : ในเมืองไทยมีหลายยี่ห้อ เช่น วูหลิง เดวา โซคอน ส่วนรถบรรทุกใหญ่มี 2 ยี่ห้อ อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่า ตงฟง มอเตอร์ส (DFSK) ของเราขายได้ประมาณ 2,000 กว่าคัน วูหลิง ขายได้ไม่กี่ร้อยคัน ตลาดที่เหลือจะเป็นของ ซูซูกิ ส่วน โซคอน ไม่เคยโชว์ตัวเลขเลย และยังมียี่ห้ออื่นๆ อีก พวกบแรนด์เล็กๆ น้อยๆ แต่ภายใน 5 ปีข้างหน้า เราตั้งเป้าไว้ 10,000 คัน/ปี เราเชื่อว่าในอนาคต คนไทยจะเข้าใจเรื่องต้นทุนในการใช้รถ ที่เน้นความประหยัด โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมัน

 

4 WHEELS : ปีที่แล้ว กิจกรรมคาราวานทั่วประเทศ ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ?

พิทยา : ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ถึงลูกค้าจะเข้ามาประมาณหลักพันคน แต่เรามองว่า ภาพที่เกิดขึ้นมันมีทั้งลูกค้าเก่าและใหม่อยู่ด้วยกัน ทุกครั้งที่จัดคอนเสิร์ท บรรดารถอาชีพที่เราเคยทำอยู่ เขากลับมาค้าขายในงานคอนเสิร์ท และดีเลอร์ ทุ่มเทให้กับเรา เขาตั้งใจทำให้ดีขึ้น ถึงคนจะไม่เยอะ แต่ภาพมันออกมาดีมาก และมีธนาคารกสิกรไทย มาร่วมด้วย ยิ่งทำให้ภาพดีขึ้น ปีนี้เราเน้นจังหวัดใหญ่ๆ ที่มียอดขายสูงๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเยอะเหมือนปีที่แล้ว

 

4 WHEELS : แผนงานของโรงงานผลิตรถ ที่สร้างขึ้นมาใหม่ เป็นอย่างไร ?

พิทยา : เราลงทุนไป 500 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตรถ ตงฟง มอเตอร์ส (DFSK) ที่ฉะเชิงเทรา เป็นความร่วมมือระหว่าง ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ฯ กับ ตงฟง มอเตอร์ส ประเทศจีน เราลงทุนเรื่องแหล่งเงินทุน ส่วนจีนลงทุนเรื่องเครื่องจักรต่างๆ แต่การบริหารจัดการทั้งหมดเป็นของเรา ควบคุมคุณภาพทั้งหมด เฟสแรกประมาณ 106 ล้านบาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนเฟสที่ 2 กำลังดำเนินการอยู่ เรามองว่ารถ วี-ซีรีส์ (V-SERIES) ที่เปิดตัวใหม่ ถ้าขายได้ดี เราจะปรับไลน์การผลิตที่โรงงานให้รองรับการผลิตรถรุ่นนี้ด้วย เราตั้งเป้า วี-ซีรีส์ ไว้เดือนละ 100 คัน ต้องรอดูผลการตลาดรถ ตงฟง มอเตอร์ส (DFSK) ที่ทำตลาดในขณะนี้ มี 2 รุ่นหลักๆ เป็น มีนีทรัค และมีนีแวน เครื่องยนต์ 1.1 และ 1.3 ลิตร เราเปิดตัวตั้งแต่ปี 2008 ประมาณ 4 ปีแล้วที่เราทำการตลาดรถ ตงฟง มอเตอร์ส (DFSK) เราเตรียมการสำหรับรถรุ่นใหม่ๆ ไว้แล้ว แต่ต้องรอช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2555
คอลัมน์ : สาระเชิงโฆษณา
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/CK67l
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th