บทความ

เปิดตัวเอสยูวี และ ซีดานสุดหรู


ยักษ์เมืองยุ่นเปิดตัวรถไฟฟ้า

จะผลิตขายในเมืองมะกัน

ตัวถังลื่นลมกว่า เอสยูวี ทุกแบบ

สหรัฐอเมริกา-โตโยตา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน (TOYOTA MOTOR CORPORATION) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ใช้งานประชุมด้านรถไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา เปิดตัวรถไฟฟ้าแบบใหม่ ซึ่งเป็นผลงานจากความร่วมมือกับผู้ผลิตรถไฟฟ้าเลื่องชื่อของเมืองมะกัน มีกำหนดออกตลาดในฤดูร้อนปีนี้ โดยติดป้ายค่าตัว 49,800 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือประมาณ 1.6 ล้านบาทไทย

เพียง 22 เดือนหลังจากประกาศโครงการพัฒนารถไฟฟ้า ด้วยความร่วมมือกับบริษัท เทสลา มอเตอร์ส (TESLA MOTORS) ผู้ผลิตรถไฟฟ้าเลื่องชื่อของสหรัฐอเมริกา ที่งาน ELECTRIC VEHICLE SYMPOSIUM (EVS) หรือ การประชุมรถไฟฟ้า ครั้งที่ 26 ซึ่งมีขึ้นที่นครลอสแองเจลิสระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของเมืองยุ่นซึ่งกำลังเดินนำหน้าผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ไปหลายก้าวในเรื่องรถไฮบริด ได้ยุติการรอคอยของลูกค้าผู้ต้องการใช้รถโตโยตาที่วิ่งได้โดยไม่ต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง โดยนำรถไฟฟ้าติดป้ายชื่อ โตโยตา รัฟโฟร์ อีวี (TOYOTA RAV4 EV) ออกอวดตัวเป็นครั้งแรก พร้อมประกาศยืนยันว่า ฤดูร้อนปีนี้จะนำรถออกสู่โชว์รูมใน 4 ตลาดสำคัญของรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้แก่ ซาคราเมนโท (SACRAMENTO) ซานฟรานซิสโกเบย์เอเรีย (SAN FRANCISCO BAY AREA) ลอนแองเจลิส/ออเรนจ์เคาน์ที (LOS ANGELES/ORANGE COUNTY) และ ซานดิเอโก (SAN DIEGO)

รถไฟฟ้าแบบดังกล่าวไม่ใช่รถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่พัฒนาจากรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัดที่รู้จักกันดีทั่วโลกคือ โตโยตา รัฟโฟร์ (TOYOTA RAV4) โดยเปลี่ยนระบบขับจากขับล้อหน้า หรือขับทุกล้อด้วยกำลังของเครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นขับล้อหน้าด้วยพลังมอเตอร์ไฟฟ้าและแบทเตอรีซึ่งเป็นผลงานพัฒนาของค่าย เทสลา มอเตอร์ส ตัวถังซึ่งลื่นลมกว่ารถกิจกรรมกลางแจ้งแบบใดในโลก เพราะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำเพียง 0.29 มีรายละเอียดในหลายๆ จุดที่แตกต่างจากรถรุ่นสามัญ ตัวอย่าง คือ แผงกระจังหน้า กันชนหน้า กระจกมองข้าง สปอยเลอร์ท้าย และพื้นใต้ท้องรถที่ออกแบบเพื่อให้กระแสอากาศไหลผ่านได้มากที่สุด

ผู้ขับรถไฟฟ้าแบบนี้สามารถเลือกโหมดการขับได้ 2 แบบ คือ SPORT กับ NORMAL โดยที่แบบแรก รถจะสามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 7.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. ส่วนแบบหลังตัวเลขจะเปลี่ยนเป็น 8.6 วินาที และ 138 กม./ชม. แบทเตอรีซึ่งรับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กม. สามารถประจุไฟได้หลายวิธี วิธีที่ใช้เวลาสั้นที่สุด คือ 6 ชั่วโมง ต้องกระทำด้วยไฟแรงสูงในสถานีที่จัดไว้โดยเฉพาะ การประจุไฟเต็มหม้อแต่ละครั้ง รถจะวิ่งได้ไกลประมาณ 160 กม.
จะออกจำหน่ายโดยติดป้ายค่าตัว 49,800 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือเท่ากับประมาณ 1.6 ล้านบาทไทย โดยมีสีตัวถังให้เลือกเพียง 3 สี คือ สีขาว BLIZZARD WHITE PEARL สีฟ้า SHORELINE BLUE PEARL และสีเงิน CLASSIC SILVER METALLIC

“นี่คือผลลัพธ์ของการนำสิ่งดีที่สุดของ 2 โลก มารวมเข้าด้วยกัน” บอบ คาร์เตอร์ (BOB CARTER) นายใหญ่ของ โตโยตา ในสหรัฐอเมริกากล่าวกับผู้สื่อข่าว”เป็นการเสกสมรสระหว่างประสิทธิภาพของรถไฟฟ้ากับความแคล่วคล่องของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัด”

 

ไฮโซสาวแต่งรถสวย

เอสยูวี สุดหรูโมเดลพิเศษ

จำกัดจำนวนผลิตแค่ 200

อังกฤษ/สาธารณรัฐประชาชนจีน-ยอดผู้ผลิตรถกิจกรรมกลางแจ้งของเมืองผู้ดี ซึ่งมีเจ้าของอยู่ในเมืองภารตะ ใช้นครหลวงของเมืองมังกรเป็นที่เปิดตัวรถ เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค (RANGE ROVER EVOQUE) รุ่นพิเศษ ผลงานจากความร่วมมือกับเจ้าแม่แฟชันสุดไฮโซ ตั้งค่าตัวไว้แพงลิบถึง 79,995 ปอนด์ และจะทำไม่เกิน 200 คัน

ในคืนวันสุกดิบก่อนวันเปิดงานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่งครั้งล่าสุด คือ คืนวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2012 แลนด์ โรเวอร์ (LAND ROVER) ผู้ผลิตรถกิจกรรมกลางแจ้งสุดหรูของเมืองผู้ดี ได้จัดงานใหญ่ขึ้นที่นครหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ งานเปิดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ของรถ เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค (RANGE ROVER EVOQUE) รุ่นพิเศษ ซึ่งตกแต่งทั้งภายนอกและภายในตัวถัง ตามความคิดของ วิคทอเรีย เบคแฮม (VICTORIA BECKHAM) เจ้าแม่แฟชันลูก 4 ซึ่งยังสวยพริ้ง และยืนยงอยู่ในสังคมไฮโซเมืองผู้ดีมายาวนาน

รถรุ่นพิเศษที่ว่านี้ มีชื่อรุ่นยาวเหมือนลิ้นของนักกวนเมืองในประเทศอ่อนการพัฒนาบางประเทศว่า RANGE ROVER EVOQUE SPECIAL EDITION WITH VICTORIA BECKHAM ดัดแปลงจากรถรุ่นสามัญตัวถัง 3 ประตู/4 ที่นั่ง ซึ่งยาว 4.365 ม.กว้าง 1.965 ม. และสูง 1.605 ม. ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,999 ซีซี 177 กิโลวัตต์/240 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ สามารถทำความเร็วสูงสุด 217 กม./ชม.
การผลิตในขั้นต้นจะกระทำในสายการผลิตเดียวกันกับรถรุ่นสามัญ จากนั้นจึงเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่พิเศษของหน่วยงานซึ่งมีชื่อว่า ENGINEERING TO ORDER เพื่อการประกอบและตกแต่งทั้งภายนอก/ภายในด้วยมือ รูปลักษณ์ภายนอกมีจุดสะดุดตามากมาย รวมทั้งสีตัวถังพ่นด้วยมือ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า HAND-FINISHED MATT BLACK PAINTWORK ส่วนภายในห้องโดยสาร ก็มีรายละเอียดหลายสิบหลายร้อยจุด ที่ไม่เคยพบเคยเห็นกันมาก่อนในรถรุ่นสามัญ ตัวอย่างเช่น เบาะหุ้มด้วยหนังแท้เย็บด้วยมือ พรมปูพื้นทำจากผ้าขนแกะ การตกแต่งส่วนต่างๆ ด้วยไม้เคลือบแลคเคอร์สีดำและวัสดุซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนโลหะที่ผสมจากทองคำและทองแดงอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ROSE-GOLD

“ดิฉันตื่นเต้นมากที่ได้ทำงานกับ แลนด์ โรเวอร์ เพราะนับถือบแรนด์นี้จริงจริง” ไฮโซสุดสวยกล่าว “ขับ เรนจ์ โรเวอร์ อยู่เป็นประจำ และเชื่อว่าคือสุดยอดของคุณภาพ และความหรู”

จะผลิตขายไม่เกิน 200 คัน และผู้จะได้รถเป็นคันแรก คือ ผู้ซื้อในสาธารณรัฐจีนประชาชนจีนซึ่งเป็นสถานที่เปิดตัวนั่นเอง นอกจากรถซึ่งติดป้ายค่าตัว 79,995 ปอนด์ หรือเกือบสองเท่าตัวของรถรุ่นสามัญแล้ว สิ่งที่ผู้ซื้อทุกคนจะได้ไปด้วยก็คือ ชุดกระเป๋าเดินทางหนังแท้ 4 ชิ้นที่ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะอย่างที่เห็นในภาพล่างสุดหน้าขวามือ กับสมุดคู่มือปกหนังเย็บด้วยมือพร้อมลายเซ็นของเจ้าแม่ไฮโซ วิคทอเรีย เบคแฮม

 

เบนท์ลีย์ มุลซานน์ รุ่นพิเศษ

เฉลิมฉลองวันเกิดควีนอังกฤษ

เปิดตัวในเมืองหลวงของจีน

อังกฤษ/สาธารณรัฐประชาชนจีน-ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองผู้ดีซึ่งมีเจ้าของอยู่ในเมืองเบียร์ ยึดคติ “กระสุนนัดเดียวยิงนกสองตัว” ใช้งานเลี้ยงในกรุงปักกิ่งที่จัดขึ้นเพื่อฉลองการเปิดตัวแทนจำหน่ายรถ เบนท์ลีย์ ในเมืองมังกร เป็นงานเปิดตัวรถหรู เบนท์ลีย์ มุลซานน์ (BENTLEY MULSANNE) รุ่นพิเศษ ที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันสำคัญของสมเด็จพระราชินีอังกฤษ และจะจำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 60 คัน

ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2012 นอกเหนือจากงานเลี้ยงเพื่อฉลองการเปิดกิจการของตัวแทนจำหน่ายรถ เบนท์ลีย์ ในสาธารณรัฐจีน ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในบรรดาตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ที่สุดในโลกของค่ายนี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองผู้ดีกระทำควบคู่กันไปด้วย คือ การเปิดตัวรถรุ่นพิเศษติดป้ายชื่อ เบนท์ลีย์ มุลซานน์ ไดมอนด์ จูบิลี เอดิชัน (BENTLEY MULSANNE DIAMOND JUBILEE EDITION) อันเป็นรถที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาและในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 60 ปี อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า DIAMOND JUBILEE นั่นเอง

รถรุ่นพิเศษที่ว่านี้ ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองผู้ดีจะจำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 60 คัน โดยระบุว่าแต่ละคันคือตัวแทนของแต่ละปีที่สมเด็จพระราชินีทรงครองราชย์ ทุกคันจะตกแต่งอย่างหรูหราฟู่ฟ่าเพื่อให้สมกับเป็นรถที่เฉลิมฉลองวาระพิเศษ รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่อาจหาได้ในรถทั่วๆไป ตัวอย่าง คือ ที่รองรับศีรษะถักทอด้วยเส้นทอง ซึ่งออกแบบขึ้นโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับและผู้โดยสารแต่ละคน โต๊ะพิคนิคสำหรับผู้โดยสารบนเบาะหลังที่หุ้มหนังแท้และตกแต่งด้วยแถบลายทองเหมือนราชพาหนะที่ใช้ในรัฐพิธีต่างๆ

ส่วนกลไกที่ใช้ขับเคลื่อนตัวถังซึ่งยาว 5.575 ม. กว้าง 1.926 ม. และสูง 1.521 ม. ไม่มีอะไรแตกต่างจากรถรุ่นสามัญ กล่าวคือ ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังด้วยพลังของเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ DOHC วี 8 สูบ 6,752 ซีซี 377 กิโลวัตต์/512 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที ทำอัตราเร่ง 0-160 กม./ชม. ใน 11.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 296 กม./ชม. ส่วนอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ค่อนข้างหนักหน่อย คือ อยู่ที่ระดับ 393 กรัม/กม. โดยเฉลี่ย

สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของรถ เบนท์ลีย์ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2012 ค่ายนี้สามารถขายรถในตลาดทั่วโลกได้ถึง 1,759 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 46.6 จากตัวเลขในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2011 ตลาดใหญ่ที่สุด คือสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมียอดขายสูงถึง 578 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 84.9) รองลงไป คือ ทวีปอเมริกา 468 คัน อังกฤษ 233 คัน และตะวันออกกลาง 168 คัน

 

เอาดี คิว 5 รุ่นยกหน้า
เปิดตัวแล้วในเมืองเบียร์
มีเครื่องยนต์ 5 ขนาด

เยอรมนี-ค่าย “สี่ห่วง” เปิดเผยโฉมหน้าและรายละเอียดของรถกิจกรรมกลางแจ้ง เอาดี คิว 5 (AUDI Q5) รุ่นใหม่ มีหน้าตาเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย กำลังจะออกโชว์รูมในเมืองเบียร์โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกรวม 5 ขนาด และมีรุ่นที่ขับเคลื่อนทุกล้อด้วยระบบไฮบริดให้เลือกใช้ด้วย

หลังจากปล่อยให้รถกิจกรรมกลางแจ้งสุดหรู เอาดี คิว 5 (AUDI Q5) อยู่ในตลาดมายาวนานเกือบ 4 ปี นับแต่เดือนกรกฎาคม 2008 เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เอง ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า “สี่ห่วง” ก็ทำให้ผู้เป็นเจ้าของรถอนุกรมนี้เกิดความรู้สึกอยากเปลี่ยนรถ ด้วยการนำรายละเอียดและรูปลักษณ์ของรถรุ่นใหม่ออกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งบอกด้วยว่า กำหนดออกโชว์รูมในเมืองเบียร์ของรถรุ่นนี้ คือ ฤดูร้อนปีงูใหญ่

ไม่ใช่รถรุ่นใหม่แท้ แต่เป็นรถรุ่นเดิมที่ได้รับการปรับปรุงแบบ “ยกหน้า” อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า MID-LIFE FACELIFT ในส่วนของตัวถังภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยกับแผงกระจังหน้าและกันชนหน้าจนมองแทบไม่เห็นความแตกต่าง ส่วนภายในห้องโดยสาร แผงหน้าปัดอุปกรณ์และคอนโซลกลางยังใช้ของเดิม ที่เปลี่ยนไป คือ รายละเอียดการตกแต่งซึ่งทำให้ดูมีคุณภาพดีขึ้น ในส่วนของกลไก นอกจากเครื่องยนต์ซึ่งเปลี่ยนไปทั้งสมรรถนะ และอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแล้ว ก็มีการปรับแต่งชิ้นส่วนหลายชิ้นของระบบรองรับ (กันสะเทือน) เพื่อให้นั่งสบายกว่าเดิม และเปลี่ยนระบบพวงมาลัยจากแบบใช้ของเหลว หรือ HYDRAULIC เป็นแบบใช้ไฟฟ้า-กลไก หรือ ELECTRO-MECHANIC

เช่นเดียวกับรถรุ่นเดิม รถที่เพิ่งผ่านการปรับปรุงแบบ “ยกหน้า” นี้มีทั้งรถขับล้อหน้าและรถขับทุกล้อ และมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างหลากหลายถึง 5 ขนาด ทั้งเครื่องใหม่และเครื่องเก่าที่ได้รับการปรับปรุงให้มีสมรรถนะสูงขึ้น เครื่องเบนซินมีอยู่เพียง 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,984 ซีซี 165 กิโลวัตต์/225 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC กับเครื่องซูเพอร์ชาร์จฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 6 สูบ 2,995 ซีซี 200 กิโลวัตต์/272 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC

ส่วนเครื่องดีเซลซึ่งมีอยู่รวม 3 ขนาด ประกอบด้วย เครื่องเทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,968 ซีซี ซึ่งปรับแต่งเป็น 2 แบบ คือ แบบให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์/143 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และแบบให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์/177 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ S TRONIC กับเครื่องเทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 6 สูบ 2,967 ซีซี 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ S TRONIC

ที่จัดให้เป็นพิเศษสำหรับคนรักสีเขียว คือ รุ่นขับทุกล้อแบบไฮบริด โดยใช้เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,984 ซีซี 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 40 กิโลวัตต์/54 แรงม้า ได้กำลังรวมสูงสุด 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยแค่ 6.9 ลิตร/100 กม. หรือ 14.5 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แค่ 159 กรัม/กม.

นี่คือรถธงคันใหม่ ที่ยักษ์รองของเมืองโสมเพิ่งนำออกสู่โชว์รูมในเกาหลีใต้เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมปีงูใหญ่โดยติดป้ายชื่อ เกีย เค 9 (KIA K9) เป็นรถซีดานขนาดใหญ่ในตัวถังยาว 5.090 ม. กว้าง 1.900 ม. และสูง 1.490 ม. ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ดีมาก คือ แค่ 0.27 และเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังแบบแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายนี้ จะเริ่มการส่งออกในไตรมาสสุดท้ายของปี โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซิน วี 6 สูบ 3.8 ลิตร 334 แรงม้า กับเครื่องดีเซล วี 6 สูบ 3.8 ลิตร ส่วนระบบเกียร์มีแบบเดียว คือ เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ยักษ์รองของเมืองโสมบอกว่า ตัว K ที่ใช้ในรถรุ่นนี้และรถรุ่นอื่นๆ อีก 2 รุ่น คือ KIA K5 และ KIA K7 ไม่ได้ย่อจากชื่อยี่ห้อและชื่อประเทศ คือ KIA กับ KOREA เท่านั้น หากยังหมายถึง KRATOS ในภาษากรีก ซึ่งแปลว่า ทรงพลัง มีอิทธิพลเหนือผู้อื่น และครองอำนาจ กับ KINETIC ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า กระปรี้กระเปร่าและอัดแน่นด้วยพละกำลัง อีกต่างหาก

ทั้ง 3 ภาพนี้คือ รถโมเดลพิเศษผลิตจำนวนจำกัด ที่ผู้ผลิตรถยนต์เจ้าของเครื่องหมายการค้า “แมวป่า” เพิ่งนำออกสู่โชว์รูมในเมืองผู้ดีโดยติดป้ายชื่อ แจกวาร์ เอกซ์เจ อัลทิเมท (JAGUAR XJ ULTIMATE) เป็นรถระดับสุดหรูที่ตกแต่งห้องโดยสารเป็นพิเศษ เพื่อเอาอกเอาใจเจ้าของรถเงินถุงเงินถังผู้ยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อแลกกับความสุขความสบาย ตัวอย่างคือ เก้าอี้ที่นั่งคู่หลังหุ้มหนังแบบพิเศษที่เรียกขานกันในภาษาอังกฤษว่า SEMI-ANILINE PREMIUM NATURAL LEATHER พร้อมติดตั้งระบบปรับพนักพิงและที่วางแขนด้วยไฟฟ้าระบบนวดตัว และระบบปรับอุณหภูมิอากาศ โต๊ะทำงานแบบพับเก็บได้ทำจากอลูมิเนียมและบังคับเปิด/ปิดด้วยการกดปุ่ม ช่องเก็บและแช่ขวดแชมเปญติดตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเก้าอี้หลังสองตัว ฯลฯ มีสีตัวถังให้เลือกใช้เพียง 2 สี คือ สีขาว POLRIS WHITE กับสีดำ CELESTIAL BLACK และมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่องซูเพอร์ชาร์จฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 8 สูบ 5,000 ซีซี 510 แรงม้า และเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 6 สูบ 2,993 ซีซี 275 แรงม้า

หน้าตาเหมือนรถตลาดที่พร้อมจะออกโชว์รูม แต่ที่จริงยังติดป้ายว่าเป็นรถแนวคิด เป็นผลงานชิ้นใหม่เอี่ยมแกะกล่อง ที่ยอดผู้ผลิตรถหรูเมืองผู้ดีเพิ่งนำออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่งเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไป พัฒนาจากรถตลาด โรลล์ส-รอยศ์ โกสต์ (ROLLS-ROYCE GHOST) ที่เริ่มจำหน่ายเมื่อต้นปี 2010 แล้วตั้งชื่อให้ใหม่ว่า โรลล์ส-รอยศ์ โกสต์ ซิกซ์ เซนส์ คอนเซพท์ (ROLLS-ROYCE GHOST SIX SENSES CONCEPT) เพราะเป็นรถที่ทำได้ครบทั้ง 6 สัมผัส คือ เห็นรูปลักษณ์ด้วยตา ได้ยินเสียงของเครื่องยนต์ แตะต้องด้วยส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย ดมกลิ่นได้จากหนังแท้ในห้องโดยสาร ลองชิมดูได้ถ้าไม่รังเกียจรสชาติของโลหะและสีเคลือบ สุดท้าย คือ สัมผัสที่ 6 ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่า หมายถึงอะไร ? ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองอังกฤษซึ่งเจ้าของกำลังนั่งจิบเบียร์อยู่ในเยอรมนีเฉลยว่า คือ AURA หรือกระแสแห่งความรู้สึกซึ่งเปล่งจากตัวถังที่รังสรรค์ด้วยมืออย่างประณีตพิถีพิถันไม่มีใดปานนั่นเอง ว่าเข้านั่น !

ปิด “ข่าวรอบโลก” ในเดือนที่ผู้คนต้องอดหลับอดนอนเพราะฟุตบอลยูโร ด้วยผลงานใหม่ของค่าย “ดาวสามแฉก” ซึ่งเพิ่งอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่งครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยติดป้ายชื่อ เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน วิชัน ไดมอนด์ (MERCEDES-BENZ VIANO VISION DIAMOND) เป็นรถอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า SHOW CAR คือ ทำไว้อวดไม่ได้ทำไว้ขาย พัฒนาจากรถตลาด เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน (MERCEDES-BENZ VIANO) รุ่นที่เริ่มจำหน่ายในเมืองเบียร์เมื่อครึ่งหลังของปี 2010 โดยทำตัวถังภายนอกให้ดูโดดเด่นด้วยการเคลือบสีตัวถังแบบ TWO-TONE หรือ “สองสี” คือ สีดำกับสีขาว DIAMOND WHITE และแทรกกลางด้วยแถบสีทองซึ่งเขียนด้วยด้วยมือ ส่วนภายในห้องโดยสารก็ตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารดังที่เห็นในภาพ แต่ที่มองไม่เห็นคือระบบ MULTIMEDIA ล้ำยุคล้ำสมัยที่ทำให้ผู้โดยสารสามารถเลือกได้ว่าอยากจะทำงานหรืออยากพักผ่อนอย่างสุขสบาย และระบบ MAGIC SKY CONTROL ที่ทำให้ปรับสีปรับแสงและบรรยายกาศในห้องโดยสารได้ด้วยการกดปุ่ม



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2555
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/qJLOq
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th