บทความ

ของยังขาด


แม้ว่าตัวเลขการขายของเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ยังสามารถเติบโตได้ แบบเป็นไปตามความคาดหมาย โตขึ้นไปถึง 17.2 % เป็นที่ยินดีกันทุกฝ่าย

แต่ยังมีสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พรมอีกเรื่อง นั่นคือ เรื่องการผลิตของผู้ผลิตชิ้นส่วน โดยเฉพาะรายย่อยมากมาย หลังจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากน้ำท่วมใหญ่

นับแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว เป็นต้นมา ผู้ผลิตรายย่อย เริ่มได้รับผลกระทบ ทำให้ต้องมีการโยกย้ายอุปกรณ์ ไปหาสถานที่ที่จะสามารถผลิตได้ โดยไม่ต้องหยุดชะงัก ที่ส่วนใหญ่ ก็หาทางแก้ไขกันไปได้อย่างดี

แต่ปัญหา คือ โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วม นี่เข้าไป 5 เดือนแล้ว ที่ส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถฟื้นฟู ให้สามารถกลับเข้าไปเริ่มทำการผลิตตามปกติได้ ยังคงอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม การหาแหล่งเงินทุน รับพนักงานเข้ามาฝึกงานกันใหม่

อันเป็นต้นเหตุใหญ่ เรื่องที่ทำให้ค่ายรถยนต์ ยังคงไม่สามารถทำการผลิตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ยังคงมีชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่ขาดแคลน ต้องใช้วิธีการสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ก็พยายามที่จะร่วมมือกับบรรดาผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ประสบปัญหาเหล่านี้ พัฒนาความก้าวหน้าของการซ่อมแซมโรงงาน ให้กลับมาทำการผลิตได้เหมือนเดิม

เห็นได้จากข้อมูลทางด้านการผลิต ที่ทำได้เพียงแค่ระดับเกือบเป็นปกติ แม้ว่าจะเร่งทำงานล่วงเวลา แต่ก็ยังไม่สามารถทำการผลิตให้เสร็จเต็ม 100 % ได้

ใครที่จองรถไว้แล้วยังไม่ได้ ก็เห็นจะต้องคอยอีกสักหน่อย รวมทั้งบรรดารถอีโคคาร์ทั้งหลาย ที่มีตัวเลขจองกันมากมาย ก็คงต้องคอยด้วยเช่นกัน

เพราะทางด้านการผลิต ยืนยันกลับมาว่า ต้องผ่านครึ่งปีไปก่อน พวกผู้ผลิตชิ้นส่วนรายย่อย ถึงจะสามารถกลับมาทำกันเต็มกำลังได้

ส่วนค่ายรถยนต์ที่เปิดตัวกันมากมายหลายยี่ห้อตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็บอกว่า ไม่มีปัญหา สามารถจองได้เลย พอถามว่าจะรับรถได้เมื่อไร คำตอบก็เหมือนกันหมด ประมาณเดือนพฤษภาคมไปแล้ว

บรรดาโรงงานประกอบรถยนต์น่ะ ถึงอย่างไรก็ต้องขวนขวาย หาวิธีการทำให้รถประกอบเสร็จจากโรงงานออกมาก่อน ชิ้นส่วนที่ขาด ก็ต้องหาเอาจากประเทศใกล้เคียงแถบนี้ ทั้งที่แต่ก่อนบ้านเราเคยผลิตได้ แต่เมื่อโรงงานเกิดน้ำท่วม ทำให้ของขาด ก็ต้องหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันทั้งนั้น

คอยจนกว่า โรงงานที่มีปัญหา จะสามารถกลับมาแก้ไข ให้สามารถเริ่มการผลิตกันใหม่ได้

ซึ่งโรงงานหลายแห่ง ก็ยังคุยกับบริษัทประกันไม่จบสักที เลยยังซ่อมแซมไม่ได้

นั่นก็คือสิ่งที่ยังอยู่ใต้พรม แม้ว่าจะบอกว่า ส่วนใหญ่ ไม่มีการย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นแน่นอน แต่ปัญหาที่ยังหมกอยู่เวลานี้ ยังหาอัศวินม้าขาวมาช่วยไม่ได้เลย

ต้องพยายามช่วยตัวเองกันทั้งนั้น

เวลาฟังข่าวจากภาครัฐ เรื่องให้การช่วยเหลือ เรื่องการฟื้นฟู เรื่องเศรษฐกิจบ้านเมือง เรื่องการผลิต ต่างๆ นานา ฉุกใจคิดกันหน่อยก็ดีนะครับ

เพราะพวกนักข่าว ก็ต้องหาทางคุยกับฝ่ายผลิตกันบ้าง ไม่ใช่คุยกับพีอาร์ค่ายรถยนต์ แล้วจะทำออกมาเป็นข่าวได้ ทางฝ่ายผลิต ก็ยังหนักหัวอกอยู่เหมือนกัน

ถึงอย่างไร เหรียญมันก็มี 2 ด้านอยู่วันยังค่ำ ไม่ใช่มีแต่ด้านดีเพียงด้านเดียวแค่นั้น

กลับมาเรื่องตัวเลขตามสไตล์ดีกว่า เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บรรยากาศการขายยังดีอยู่ เติบโตขึ้น 17.2 % ทำตัวเลขได้ 90,461 คัน รวม 2 เดือนยังโตอยู่ 14.5 % 166,707 คัน คิดบัญญัติไตรยางศ์ง่ายๆ ก็หมายความว่า ปีนี้ ยอดขายรถยนต์เกิน 1 ล้านคันแน่นอน

เอ จะออกอาการดีใจล่วงหน้าเกินไปหรือเปล่าเนี่ย

อันดับค่ายรถยนต์ แชมพ์ที่ขายได้สูงสุด ยังคงเป็น โตโยตา ขายได้ 39,434 โตขึ้น 28.9 % ส่วนแบ่งตลาด 43.6 % โดยอันดับที่สอง อีซูซุ ขาย 18,189 คัน เพิ่มขึ้น 23.6 % ส่วนแบ่ง 20.1 % อันดับที่สาม ขี่ม้าขาวมาจากไหนกัน มิตซูบิชิ ขาย 7,823 คัน เพิ่มขึ้นมาก 64.3 % ส่วนแบ่ง 8.6 % อันดับที่สี่ นิสสัน ขาย 7,429 คัน เพิ่มขึ้น 41.3 % ส่วนแบ่ง 8.2 % และอันดับที่ห้า เชฟโรเลต์ ขาย 5,216 คัน เพิ่ม 145.6 % ส่วนแบ่ง 5.8 %

และในปีนี้ เชื่อได้เลย ว่าในแต่ละเดือน ตำแหน่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขึ้นกับว่า ค่ายไหนจะมีรถรุ่นใหม่ๆ ส่งมอบได้ตรงเวลา

แบ่งออกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง ที่เดือนนี้ มีสัดส่วนที่ลดลง ขายลดลง 6.1 % ขายเพียง 30,610 คัน รวม 2 เดือน ขายลดลง 8.5 % เพียง 57,224 คัน

ตำแหน่งแชมพ์คงเดิม โตโยตา ขาย 16,270 คัน เพิ่มขึ้น 19.1 % ส่วนแบ่ง 53.2 % ที่สอง นิสสัน ขาย 5,780 คัน เพิ่มเยอะ 100.8 % ส่วนแบ่ง 18.9 % ที่สาม มาซดา ขาย 3,599 คัน เพิ่มเหมือนกัน 44.8 % ส่วนแบ่ง 11.8 % ที่สี่ ฟอร์ด ขาย 2,223 คัน เพิ่ม 60.4 % ส่วนแบ่ง 7.3 % และ ที่ 5 เชฟโรเลต์ ขาย 1,479 คัน เพิ่มอีกเจ้า 39.8 % ส่วนแบ่ง 4.8 %

เห็นได้ว่า 5 อันดับแรกเติบโตกันทั้งนั้น เมื่อเทียบกับยอดขายของตัวเองที่ผ่านมา แต่ค่ายอื่นๆ ที่เหลือ ยอดขายหดหายกันแทบจะถ้วนหน้า โดยเดือนนี้ แชมพ์ยอดเสียภาษีสูงสุด ได้แก่ แจกวาร์ ขายได้ 4 คัน

รถเพื่อการพาณิชย์ รอบนี้ก็โตขึ้นมา 14.7 % ขาย 2,735 คัน รวม 2 เดือนโต 8.5 % ขาย 4,747 คัน มี อีซูซุ ขายมากสุด 1,370 คัน เพิ่ม 9.9 % ส่วนแบ่ง 50.1 % ที่สอง ฮีโน ขาย 1,111 คัน เพิ่ม 16.8 % ส่วนแบ่ง 40.6 % ที่สาม มิตซูบิชิ ขาย 141 คัน เพิ่ม 107.4 % ส่วนแบ่ง 5.2 %

รถอเนกประสงค์อื่นๆ เพิ่มด้วย 2.5 % ขายได้ 2,108 คัน รวม 2 เดือนยังลดลง 4.3 % ขายได้ 3,944 คัน มี โตโยตา ขายมากกว่าเพื่อน 1,591 คัน ลดลง 3.9 % ครองส่วนแบ่งสูงสุด 75.5 %

นั่นคือความเป็นไป ในขณะที่ด้านการผลิตยังผันผวนอยู่ แม้ว่าจะมีการก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ เสร็จไปแล้ว 3 เจ้า อีกเจ้าหนึ่งกำลังเพิ่งจะเริ่มสร้าง บรรดาผู้ผลิตชิ้นส่วนรายย่อยก็ยังตามมากันไม่ครบ คาดว่า ปลายปีนี้ เรื่องยุ่งๆ ทางด้านการผลิต จึงจะสามารถผ่อนคลาย ได้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตกันในประเทศ ได้เพิ่มมากขึ้น

นั่นก็คือ ภาคอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ ก็ต้องเจริญเติบโตขึ้นแน่นอน

เอาเป็นว่า ฉลองการผลิต 2 ล้านคันก่อนก็แล้วกัน

ช่วยกันตั้งชื่อให้ไพเราะหน่อยนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2555
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ymHd7
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง