บทความ

“ฟื้นแล้ว”


ผ่านพ้นเหตุการณ์มากมายในปี 2554 ด้วยความกังวล หวาดหวั่น ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่พอยอดการขายของเดือนมกราคม เดือนแรกของปีนี้ นำเสนอออกมา นักการตลาดทุกค่าย ต่างก็พากันโล่งหัวอกไปตามๆ กัน

ยอดขายเพียงเดือนเดียว เพิ่มมากกว่าปีก่อน 11.5 % ขายได้ทั้งตลาด 76,246 คัน พร้อมทั้งข่าวที่ผู้หลักผู้ใหญ่ ออกมาคาดการณ์ยอดขายของปีนี้ ว่ายังไงก็เกินล้านคันแน่นอน หลังจากที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของไตรมาสสุดท้ายปีก่อน ติดลบไปถึง 9 % แต่เดือนแรกของปีนี้ สภาวะเศรษฐกิจของไทย กระเตื้องขึ้นมาเห็นๆ ประเมินว่า ไตรมาสแรกนี้ จะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง

ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ คาดการณ์ว่า ยอดการขายจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลจากกำลังการผลิตของค่ายรถยนต์ต่างๆ เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ทำให้สามารถส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าที่ค้างจอง ได้เพิ่มขึ้น ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่ล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดรถยนต์ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิเช่น โครงการรถยนต์คันแรก และการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ เป็นต้น

เมื่อมีการอัดเม็ดเงินเข้ามาในระบบ ย่อมแน่นอนว่า จะเป็นตัวกระตุ้น ให้เม็ดเงินเหล่านั้น หมุนเพิ่มค่าได้หลายรอบ ซึ่งแน่นอนว่า หมุนมาเพิ่มค่าของยอดขายยานยนต์อย่างแน่นอน

ได้ข่าวดีกันแล้ว มาดูเรื่องรอบตัวกันบ้าง

เรื่องแรกเป็นเรื่องที่ ครม. ประชุมสัญจรกัน ที่ อุดรธานี ได้ผลงานว่า จะเร่งรัดแผนพัฒนารถไฟทางคู่ เส้นทางกรุงเทพ ฯ-หนองคาย ให้แล้วเสร็จในปี 2562 โดยคำนึงถึงข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการลงทุนของภาครัฐ ระเบียบ และขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสังคมควบคู่กันไป

เรื่องที่ 2 ก็ศึกษาความเหมาะสม โครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ ฯ-หนองคาย และศึกษาถึงความเหมาะสมของโครงการก่อสร้าง เส้นทางรถไฟ ขอนแก่น (บ้านไผ่)-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม

เป็นเรื่องของระบบราง ที่ให้ศึกษาก่อน ลงมือทำเมื่อใด จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

ส่วนเรื่องการปรับปรุงถนน บริเวณชายแดนไทย เส้นทางหมายเลข 211 และ 212 เชื่อมโยงหนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร รองรับการลงทุนและเชื่อมโยงการท่องเที่ยว สู่ประชาคมอาเซียน

อันนี้น่าจะต้องไปทดลองวิ่งกันดูนะครับ จะได้รู้ว่าเศรษฐกิจภาคอีสาน เป็นอย่างไรกันบ้าง

เคยวิ่งบนถนนเลียบชายแดนแล้ว เห็นการก่อสร้างต่อเติมบ้านเรือนบริเวณริมถนน เป็นระยะๆ ก็ดีใจด้วย ที่เศรษฐกิจไม่ถึงกับหรูหราฟู่ฟ่า แต่ก็ไปได้เรื่อยๆ มันทำให้เชื่อมั่นว่า ยอดขายรถยนต์ต้องไปดีอย่างแน่นอน

แถมข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ที่ดูแลเรื่อง จีดีพี ออกมาเล่าว่า ภาคเศรษฐกิจ มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากวิกฤตอุทกภัย โดยเฉพาะการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน ที่กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง ขณะที่การส่งออกเริ่มบ่งชี้ทิศทางขยายตัวเป็นบวกเช่นกัน ทำให้มั่นใจว่า ไตรมาสแรกปีนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง หลังจากไตรมาส 4 ปี 2554 ติดลบถึง 9 %

นอกจากนั้น ตัวเลขการส่งออกบ่งชี้ว่า มูลค่าการส่งออกกลับมาเป็น มูลค่า 16,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ บวก 1.2 % เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีก่อนที่ ติดลบ 2 % สะท้อนถึงความสามารถในการผลิตเพื่อส่งออกเริ่มปรับตัวดีขึ้น

การผลิตภาคการเกษตรยังคงขยายตัวต่อเนื่อง 0.9 % แม้ว่าจะขยายตัวในอัตราชะลอลง เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทั้งยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ส่งผลให้ราคาปรับลดลง ทำให้รายได้ที่แท้จริงของเกษตรกรลดลงไป 15.1 % แต่ในภาคบริการนั้น มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวดีขึ้น หรือ 1.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.7 % ”

สศค. เชื่อว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ตามประมาณการ 4.5-5.5 % เพราะเป็นสมมติฐานที่ยังไม่รวมผลกระตุ้นจากการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล

คอยให้เงิน 3.5 แสนล้านบาท หมุนเข้ามาในวงจรการเงินของประเทศก่อน เศรษฐกิจของเราจะอู้ฟู่ทีเดียวเชียว

มาดูเรื่องยอดการขายในเดือนมกราคม กันดีกว่า ยอดขายรวมทุกยี่ห้อ เพิ่มขึ้น 11.5 % ขายได้ทั้งตลาด 76,246 คัน โดยมีตำแหน่งแชมพ์ โตโยตา ขาย 36,151 คัน เพิ่มเยอะ 34.8 % ส่วนแบ่ง 47.4 % เพราะส่งรถได้เยอะ อันดับที่สอง อีซูซุ ขาย 10,985 คัน ลดลงเพราะกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนรุ่น 5.4 % ส่วนแบ่ง 14.4 % อันดับที่สาม นิสสัน ขาย 7,265 คัน เพิ่ม 61.2 % ส่วนแบ่ง 9.5 % อันดับที่สี่ มิตซูบิชิ ขาย 7,243 คัน เพิ่ม 62.5 % ส่วนแบ่ง 9.5 % และอันดับที่ห้า มาซดา ขาย 3,812 คัน เพิ่ม 26.7 % ส่วนแบ่ง 5.0 %

ประเภทรถยนต์นั่ง หนนี้ขายกันได้ลดลง น่าจะเป็นเพราะการผลิต ที่ปัญหาเรื่องการขาดชิ้นส่วนยังคงอยู่ ทำให้หดตัวลง ขายได้เพียง 26,614 คัน ลดลง 11.2 % โดยอันดับหนึ่ง โตโยตา ขาย 12,831 คัน เพิ่ม 7.0 % ส่วนแบ่ง 48.2 % มี นิสสัน มาเป็นที่สอง ขายเยอะ 5,518 คัน เพิ่มเยอะด้วย 124.7 % ส่วนแบ่ง 20.7 % ที่สาม มาซดา ขาย 3,452 คัน เพิ่ม 59.3 % ส่วนแบ่ง 13.0 % ที่สี่ เชฟโรเลต์ ขาย 1,318 คัน เพิ่ม 46.87 % ส่วนแบ่ง 5.0 % ที่ห้า ฟอร์ด ขาย 2,435 คัน เพิ่ม 80.0 % ส่วนแบ่ง 9.1 %

ผู้เสียภาษียอดเยี่ยม แจกวาร์มิตซูโอกะ ขายยี่ห้อละ3 คัน มาเซราตี ขาย 2 คัน และ แฟร์รารี ขาย 1 คัน

รถเพื่อการพาณิชย์ ขายกันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0 % ขายกันได้ 2,012 คัน โดยมี ฮีโน ขายมากกว่าเพื่อน 1,094 คัน เพิ่มขึ้น 17.9 % ส่วนแบ่ง 54.4 % ที่สอง อีซูซุ ขาย 767 คัน ลดลง 20.4 % ส่วนแบ่ง 38.1 % ที่ 3 มิตซูบิชิ ขาย 35 คัน เพิ่มเยอะ 131.4 % ส่วนแบ่ง 4.0 %

ประเภทรถเอนกประสงค์อื่นๆ หรือรถแวน ก็ขายไม่ดีเท่าไร ลดลง 11.1 % ขายได้ 1,836 คัน โดย โตโยตา ขายมากสุด 1,441 คัน ก็ยังลดลง 16.1 % ครองส่วนแบ่ง 78.5 %

ก็ได้แต่หวังว่า ปีนี้ จะไม่มีเหตุการณ์อุบัติภัย หรือ ภัยชนิดต่างๆ ที่น่ากลัว จะเกิดขึ้นมาซ้ำซากอีก เพราะคำว่า “เอาอยู่” ยังคงก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา

 



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2555
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/QWhgV

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
18 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th