บทความ

เตรียมตัวอย่างไร


หลายเดือนที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องเจออุทกภัยครั้งใหญ่ หลายคนต้องเสี่ยงขับรถลุยน้ำท่วม วิธีที่จะถนอมรถยนต์ที่จำเป็นต้องลุยน้ำทุกวันนั้น เจ้าของรถต้องดูแลรถให้มากกว่าเดิม โดยวิธีที่จะถนอมรถยนต์เบื้องต้น ควรปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

 

วิธีการขับ

การขับรถลุยน้ำ ไม่ว่าระดับน้ำจะสูงหรือต่ำเพียงใด ไม่ควรใช้ความเร็วที่สูงเกินไป เพราะจะทำให้คนเดินถนนและชาวบ้านที่อยู่โดยรอบ ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำที่กระเซ็น และจากคลื่นที่เกิดจากรถที่ดันน้ำไปในทิศทางต่างๆ กัน และเจ้าของรถจะต้องสังเกตระดับน้ำที่จะลุย ถ้าระดับสูงเกินแก้มยาง เจ้าของรถจะต้องขับรถด้วยความเร็วต่ำ เพราะน้ำอาจจะกระเด็นโดนผู้ที่เดินอยู่บนถนนได้ และอีกอย่าง รถยนต์ที่วิ่งในน้ำด้วยความเร็วสูง จะทำให้ยางไม่เกาะถนนมากขึ้น ตามระดับความเร็ว จะส่งผลให้เกิดอาการเหินน้ำ การขับรถลุยน้ำ ควรใช้ความเร็วต่ำ เพราะกระแสน้ำอาจทำให้คนที่เดินอยู่ข้างทางปลิว เพราะคลื่นน้ำมีความแรงถ้าเทียบกับแรงคนเดิน และอีกปัจจัยเราไม่สามารถรู้ได้ว่า เส้นทางน้ำที่เราขับลุยไปนั้น ด้านล่างเป็นหลุมหรือทางเรียบ ถ้าเราใช้ความเร็ว แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอาจทำให้รถยนต์เกิดปัญหาได้

 

อย่าลืมปิดแอร์

ลุยน้ำ เจ้าของรถจะต้องสังเกตระดับน้ำที่ลุยว่าอยู่แค่ไหน ครึ่งล้อ มิดล้อ หรือขึ้นสูงถึงระดับแนวกันชนหน้า นั่นถือว่าสูงพอควร และถ้าน้ำเข้ามาอยู่ในร่องสายพาน จะส่งเสียงดังรำคาญ และถ้ายังเดินหน้าขับต่อไป น้ำอาจเข้าภายในห้องเครื่อง อาจทำให้เกิดปัญหากับระบบไฟฟ้าที่ใช้ในการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ได้ และถ้าจำเป็นต้องลุยน้ำระดับสูง ควรหาผ้าพลาสติคมาปิดไว้ที่หน้ารถ ป้องกันน้ำเข้าไปกระเซ็นในห้องเครื่องได้ในระดับหนึ่ง เครื่องยนต์เบนซิน ถ้าน้ำเข้าเครื่องจะดับ เพราะมีความชื้นมากเกินไป และถ้าเครื่องยนต์ดีเซล ถ้าน้ำเข้าเครื่องมากพอ ลูกสูบจะเกิดความเสียหายทันที

 

 

เตรียมพร้อมระบบเบรค หลังพ้นจากน้ำ

เมื่อเบรคโดนน้ำ ประสิทธิภาพการใช้งานจะลดลงทันที เวลาที่เจ้าของรถขับรถพ้นทางน้ำมาแล้วระยะหนึ่ง ควรใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรคเบาๆ หรือ “เลียเบรค” เพื่อช่วยไล่น้ำออกจากจานเบรค ให้กลับสู่สภาวะปกติเร็วที่สุด และควรตรวจเชคระบบเบรคหลังน้ำลด เพราะอาจเกิดสนิมที่กระบอกสูบเบรค หรือลูกยางเบรคอาจชำรุด ทำให้เกิดอาการน้ำมันเบรครั่ว จนทำให้เบรคทำงานผิดปกติ อาจทำให้เปลืองผ้าเบรค หรือเบรกไม่ได้

 

 

ตรวจเชคลูกปืนล้อ หลังลุยน้ำเป็นเวลานานๆ

นอกจากเบรคแล้ว ระบบลูกปืนล้อจะเกิดสนิม และสำหรับคนที่ชอบขับลุยน้ำด้วยความเร็ว น้ำอาจเข้าไปชะล้างจาระบีในชุดลูกปืนล้อก็ได้ ลูกปืนล้อยังแบ่งได้ 2 แบบ คือ 1. ลูกปืนแบบเปิด คือ สามารถมองเห็นภายใน ซึ่งจะมีจาระบีเคลือบลูกปืนอยู่ ถ้าขับเร็วมาก น้ำจะเข้าไปชะล้างจาระบีออก ทำให้ลูกปืนสีกัน เสื่อมสภาพเร็วเกินปกตื แบบที่ 2 คือ ลูกปืนแบบปิด โอกาสที่น้ำจะเข้าไปชะล้างจาระบีมีน้อยกว่า อายุการใช้งานจะยืนยาวกว่า

 

เชคระบบของเหลวทันที

ไม่ว่าจะลุยน้ำมามากน้อยขนาดไหน เมื่อมาอยู่ในพื้นที่แห้ง เราควรจัดการเชคระบบของเหลวทั้งหมดทันที เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า น้ำจะเล็ดลอดเข้ามาบ้างหรือไม่ ฉะนั้นทางที่ดี ควรจะตรวจเชคของเหลวทั้งหมด อาทิ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย และยิ่งถ้าของเหลวที่เราใช้อยู่ไม่ได้เปลี่ยนถ่ายแล้วไปลุยน้ำ ประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งลดลง ทางที่ดีควรจัดการเปลี่ยนถ่ายตามระยะที่กำหนด และถ้าเห็นระดับน้ำสูงเกินไป ยิ่งไม่ควรลุย เพราะเราไม่รู้ว่าใต้น้ำมีอะไรอยู่บ้าง



------------------------------
เรื่องโดย : คนไม่ธรรมดา
ภาพโดย : พงศ์พล วานิชสมบัติ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มกราคม ปี 2555
คอลัมน์ : ทริค 4×4
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/CcmK5
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th