บทความ

พีรศุษม์ ตันติยันกุล


อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากภาวะของอุทกภัยครั้งใหญ่ ไม่เพียงแต่รถยนต์ที่ผลิตในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงรถยนต์สำเร็จรูปจากต่างประเทศ โดยผู้นำเข้าอิสระอีกด้วย “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ พีรศุษม์ ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท จำกัด

 

ฟอร์มูลา : ยอดขายในปีที่ผ่านมา เป็นอย่างไรบ้าง ?

พีรศุษม์ : ในช่วง 8 เดือนแรกของปีที่แล้ว นับว่ายังดีอยู่มาก ถึงแม้ว่าในช่วงต้นปี ประเทศญี่ปุ่นจะประสบปัญหาเรื่องสึนามิ ทำให้รถญี่ปุ่นบางรุ่นขาดตลาดอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ว่ายังโชคดีที่มีรถยุโรปโมเดลใหม่เข้ามาเสริม แต่หลังจากเดือนกันยายนเป็นต้นมา เริ่มมีวิกฤตอุทกภัยในประเทศ ทำให้ยอดขายลดลงอย่างมาก โดย 10 เดือน บริษัท ฯ มียอดขายรวม 600 คัน ซึ่งลดลงถึง 12 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ทั้งนี้เนื่องจากลูกค้าเริ่มชะลอการซื้ออย่างมาก และจนถึงสิ้นปีการทำธุรกรรมมีน้อยมาก

อุทกภัยครั้งนี้ มวลน้ำทั้งหมดเป็นพลังธรรมชาติที่มหาศาลกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการวิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสารที่ออกมานั้น ไม่มีความชัดเจน ทำให้ยากแก่การคาดการณ์

หากมองในภาพรวมแล้ว อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยไม่ใช่ของเราประเทศเดียว แต่เป็นของทั่วโลก เพราะแต่ละยี่ห้อที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยทั้งหมด เมื่อเกิดความเสียหาย ทำให้เกิดผลกระทบทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่โรงงานผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่กระทบไปถึงโรงงานผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ด้วย เห็นได้จากความเสียหายของนิคมอุตสาหกรรม

สำหรับบริษัท ฯ ยอดขายโดยรวม ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ ฯ เมื่อเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในเขตกรุงเทพ ฯ ทำให้ประสบปัญหา แต่อย่างไรก็ตาม หวังว่าในปีนี้จะไม่มีอุปสรรคร้ายแรงเกิดขึ้นอีก

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าเหตุการณ์นี้ จะส่งผลกระทบกับฝ่ายไหน อย่างไรบ้าง ?

พีรศุษม์ : ผลกระทบในระยะสั้น คือ ประชาชน จะอยู่กันอย่างไร ภาคธุรกิจจะเป็นอย่างไร ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากคือ ความเสียหายของนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบกับคนจำนวนเท่าไร ที่จะต้องตกงาน และจะใช้เวลานานเท่าใด ที่จะได้กลับมาทำงานอย่างเดิม ระหว่างนี้ผู้ประกอบการจะทำอย่างไร คิดง่ายๆ การจ่ายเงินเดือนตลอดระยะเวลาของการรื้อฟื้น หรือการลงทุน ซ่อมแซม สิ่งเสียหายที่เกิดขึ้น

ดังนั้นธุรกิจจะชะลอตัวอย่างมาก การฟื้นฟูคงจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนพอสมควร

 

ฟอร์มูลา : บริษัท ฯ ได้รับผลกระทบกับอุทกภัยครั้งนี้หรือไม่ ?

พีรศุษม์ : บริษัท ฯ มีโชว์รูมและศูนย์บริการในกรุงเทพ ฯ 3 แห่ง แต่ได้รับผลกระทบเพียงแห่งเดียวที่สาขารัชดาภิเษก ในส่วนของศูนย์บริการ แต่โชว์รูมไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้เตรียมการขนย้ายรถ และอุปกรณ์ต่างๆ และปิดทำการ

นอกจากนี้ลูกค้าที่จองรถ ได้ชะลอการรับรถ บางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำ บางส่วนที่ไม่ได้รับผลกระทบแต่ไม่กล้ารับรถ ต้องดูสถานการณ์น้ำก่อนว่าจะขยายไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งบริษัท ฯ ได้รับความช่วยเหลือจากซัพพลายเออร์ที่เข้าใจผลของอุทกภัยครั้งนี้ จึงชะลอการส่งรถมาเช่นกัน ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องการบริหารจัดการสตอคให้เหลือเท่าที่จำเป็น เพราะในภาวะเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก็ทำให้เกิดผลกระทบ เกิดการสูญเสีย

 

ฟอร์มูลา : การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เป็นอย่างไร ?

พีรศุษม์ : การจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้าบริษัท ฯ งดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมการขับขี่ปลอดภัย การจัดชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ เป็นต้น โดยเปลี่ยนเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เช่น การบริจาคเงินผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ หรือแม้แต่การเข้าไปในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยนำถุงยังชีพไปแจกให้แก่ประชาชน

 

ฟอร์มูลา : คุณต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือในเรื่องใดบ้าง ?

พีรศุษม์ : ผมมองว่าอยากให้ระบายน้ำ ให้เร็วที่สุด และทำแผนให้ชัดเจนว่า คุณจะป้องกันครั้งต่อไปอย่างไร เพราะว่าการฟื้นฟู ส่วนตัวทำเองได้อยู่แล้ว หรือหากรัฐจะประกาศว่าจะให้ความช่วยเหลือก็ไม่ได้หวังอะไรมาก เห็นได้จากการประกาศหลายๆ ครั้ง สำหรับคนที่เดือดร้อนมากๆ ได้รับการช่วยเหลือแล้วหรือยัง ความคาดหวัง ณ วันนี้ในระยะสั้น คุณจะทำอย่างไร หลังจากน้ำลด ระยะยาวเตรียมการป้องกันอย่างไรต่อไปในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำแบบเดิมอีก ก็เพียงพอแล้ว

 

ฟอร์มูลา : หากปีนี้เกิดอุทกภัยในกรุงเทพ ฯ อีก คุณเตรียมความพร้อมไว้อย่างไร ?

พีรศุษม์ : มองว่าปีนี้ หากมีมวลน้ำเกิดขึ้นอีก อาจจะมีปริมาณมากกว่าเดิม การบริหารจัดการของภาครัฐน่าจะดีขึ้น เนื่องจากมีประสบการณ์จากความเสียหายที่เกิดขึ้นมหาศาล ด้านประชาชนก็มีประสบการณ์เช่นกัน คือ ไม่ทิ้งบ้าน และป้องกันอย่างเต็มที่ ซึ่งอาจจะมีการป้องกันแบบไม่ถูกวิธี หากเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็รู้แล้วว่าจะใช้วิธีการป้องกันอย่างไร ปริมาณน้ำที่เข้ามาในบ้าน ถ้าป้องกันได้ดีก็ไม่เข้าบ้าน น้ำก็จะไปอยู่ในที่สาธารณะมากขึ้น ซึ่งหากปริมาณน้ำเท่ากัน จะทำให้ท่วมหนักกว่าเดิมหรือไม่ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เกิดขึ้น ก็มีบทเรียนเช่นกัน ดังนั้นก็จะต้องมีการเตรียมการป้องกันอย่างเต็มที่ แต่สำหรับกรุงเทพ ฯ เท่าที่ผมเข้าใจเป็นทางน้ำ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้หากจะเกิดขึ้นอีก คงหนีไม่พ้น

ส่วนภาคธุรกิจของคนไทย ผมคิดว่ามีการปรับตัวที่ดี เนื่องจากที่ผ่านมาในหลายเหตุการณ์ มักจะเกิดขึ้นตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวกับรถยนต์ เห็นได้ชัดเจนว่าทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และมักเกิดสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไร จึงมักปรับตัวได้ตลอดเวลา

 

ฟอร์มูลา : อุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ทำให้วางแผนยากหรือไม่ ?

พีรศุษม์ : ประเทศไทยมีอุปสรรคหลายด้านในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น นโยบายของภาครัฐ เศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงภัยธรรมชาติ ซึ่งการนำเข้ารถยนต์มาจำหน่ายนั้น ต้องใช้ระยะเวลา เช่น รถยุโรปต้องใช้เวลาประมาณ 4 เดือน รถญี่ปุ่นปัจจุบันเริ่มที่จะใกล้เคียงแล้ว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากหลายด้าน อย่างการสั่งรถที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ช่วงที่เกิดสึนามิ ทำให้ไม่สามารถส่งรถได้ตามกำหนด ลูกค้าก็ต้องรอระยะหนึ่งแล้ว และเมื่อมาเกิดอุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยอีก ทำให้การส่งรถจากญี่ปุ่นล่าช้าไปกว่าเดิม ซึ่งบางครั้งลูกค้าก็ไม่เข้าใจถึงสาเหตุ

แต่อย่างไรก็ตาม บริษัท ฯ ดำเนินธุรกิจมาแล้ว 17 ปี ที่ผ่านมาพบกับปัญหาอุปสรรคต่างๆ แตกต่างกัน บางครั้งก็สะดุด บางครั้งก็ผ่านไปด้วยดี ทำให้การวางนโยบาย แผนงานต่างๆ เตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวได้ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น การตั้งเป้ายอดขาย หากว่าปีนี้ยอดขายสะดุด หรือไม่ได้ตามเป้า ปีต่อไปก็จะตั้งเป้าแบบไม่เติบโต หรือว่าเติบโตเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เช่น การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในต่างประเทศ โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

 

ฟอร์มูลา : คุณวางแผนงานสำหรับปีนี้ไว้อย่างไร ?

พีรศุษม์ : บริษัท ฯ เน้นการคุยกันมากขึ้นทั้งในองค์กร และลูกค้าอย่างแรกสิ่งที่ทำมาตลอดคือ การใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อให้ทราบถึงความต้องการของลูกค้า ซึ่ง ณ วันนี้ ความต้องการของลูกค้าอาจเปลี่ยนไป เช่น ความต้องการรถอาจน้อยลง แต่เปลี่ยนเป็นต้องการเรือมากขึ้น ซึ่งต้องมีการปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าตลอดเวลา

 

ฟอร์มูลา : ศูนย์บริการแห่งใหม่ที่ศรีนครินทร์ เปิดดำเนินการแล้วหรือยัง ?

พีรศุษม์ : ปัจจุบันเปิดให้บริการลูกค้าแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการเท่านั้น

 

ฟอร์มูลา : แผนงานการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มขึ้น มีหรือไม่ ?

พีรศุษม์ : ปัจจุบันได้ขยายตลาดไปในส่วนภูมิภาคมากขึ้น โดยเลือกสถานที่ที่มีผลกระทบน้อยที่สุด โดยบริษัท ฯ ได้ขยายโชว์รูมและศูนย์บริการอีก 1 แห่ง ที่จังหวัดขอนแก่น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 20 ล้านบาท จะสามารถเปิดดำเนินการได้ในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ บริษัท ฯ มีโชว์รูมและศูนย์บริการ เป็น 5 แห่ง แบ่งเป็นในกรุงเทพ ฯ 3 แห่ง และในต่างจังหวัด 2 แห่ง คือ เชียงใหม่และขอนแก่น

 

ฟอร์มูลา : เพราะเหตุใดจึงเลือกชยายการลงทุนที่ขอนแก่น ?

พีรศุษม์ : จากการสำรวจพบว่า จังหวัดขอนแก่นตลาดมีศักยภาพมาก มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ และยังสามารถขยายไปในประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย

 

ฟอร์มูลา : ธุรกิจรถยนต์นำเข้าอิสระ มีทิศทางเป็นอย่างไรบ้าง ?

พีรศุษม์ : รถยนต์นำเข้าอิสระลูกค้าเข้าใจธุรกิจมากขึ้น เพราะสิ่งที่ผ่านมาผู้ดำเนินธุรกิจพยายามสร้างความเข้าใจแก่ลูกค้า ว่าซื้อรถยนต์นำเข้าจากผู้นำเข้าอิสระ ไม่ได้มีความแตกต่างมากมาย เมื่อเทียบกับการซื้อที่ตัวแทนจำหน่าย ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ เพราะซื้อแล้วไม่เกิดปัญหา รถมีคุณภาพดี

จนกระทั่งมีผู้นำเข้าอิสระรายใหม่เกิดขึ้น และลูกค้าคิดว่าสามารถไว้วางใจได้ รู้สึกสบายใจ มั่นใจ ในการซื้อรถนำเข้า และคิดว่าไปซื้อกับใครก็ได้ จึงไปซื้อกับผู้นำเข้าอิสระรายใหม่ ที่ส่วนใหญ่ไม่มีการวางแผนงานเกี่ยวกับการบริการหลังการขาย ทำให้ความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นที่สร้างไว้กำลังจะถูกบิดเบือน จุดนี้น่าเป็นห่วง เพราะสิ่งที่ถูกต้องในการทำธุรกิจ บริษัท ฯ ต้องการเติมเต็มตลาด นำเสนอสินค้าที่ผู้ผลิต และตัวแทนจำหน่ายไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในตลาด ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนยอดขายของบริษัท ฯ กับบริษัทตัวแทนจำหน่ายของบริษัท ฯ น้อยมาก กลุ่มลูกค้าก็เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ต้องมาเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้ากับผู้นำเข้าอิสระรายใหม่อีก

ส่วนด้านลูกค้านั้น ก็มีการขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเทียบกับผู้นำเข้าอิสระรายใหม่ที่เกิดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ที่มีการให้บริการหลังการขาย แต่ถึงอย่างไรการตัดสินใจก็เป็นสิทธิ์ของลูกค้า

 

ฟอร์มูลา : อนาคตผู้นำเข้าอิสระรายใหม่ จะมีน้อยลงหรือไม่ ?

พีรศุษม์ : ภาคธุรกิจของคนไทย ขึ้นอยู่กับว่ามีแรงจูงใจมากน้อยแค่ไหนในการเข้าสู่ธุรกิจ แต่ถ้าจะพูดแล้วในปัจจุบัน ถือว่าน้อยเนื่องจากค่าเงินทำให้ต้นทุนสูง ความต้องการมีไม่มาก และคงไม่เติบโตมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่สำหรับในอนาคตนั้น ต้องดูที่แรงจูงใจอื่นๆ ประกอบด้วย เพราะการเป็นผู้นำเข้าอิสระในปัจจุบันทำได้ง่ายมาก



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2555
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/WyXIZ
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th