บทความ

วัฒนธรรมทางน้ำ


71 % บนพื้นผิวโลกปกคลุมด้วยน้ำ เหลือเป็นแผ่นดินใหญ่ให้มนุษย์ไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านคน แย่งกันอยู่อาศัยเพียง 29 % น้ำมีสถานที่อยู่ทั่วไป ทั้งในทะเล ทะเลสาบ แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง และบึง โดยขณะผมบันทึกเรื่องนี้ กรุงเทพ ฯ ทั้งชั้นนอก และชั้นใน ถูก “มวลน้ำ” รุกราน เป็น TOP OF THE TOWN

สังคมชาวกรุง ระหว่างเดือนตุลาคมถึงสิ้นปี อยู่กับเรื่องมวลน้ำทุกวัน วันละ 3 มื้อก่อนอาหาร และก่อนนอน สื่อทุกค่ายรายงานการเดินทางของมวลน้ำอย่างต่อเนื่อง แทบไม่มีเวลาให้ละครน้ำเน่าปลาตายออกอากาศ

 

หนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ วิทยุกระจายเสียงทุกคลื่น อีกทั้งโทรทัศน์ทุกช่อง พร้อมใจกันรายงานเรื่องมวลน้ำ ไม่จำเป็นต้องให้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจออกแรงทำหนังสือขอร้อง

 

เรามีศัพท์ใหม่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เริ่มจากคำว่า “มวลน้ำ” ที่ผมเองทำงานในด้านสื่อสารมวลชนมาจนแก่ชราปูนนี้เพิ่งเคยได้ยิน เพราะปกติก็ได้ยินแต่คำว่า “ขนส่งมวลชน” หรือไม่ก็ “สื่อสารมวลชน”

 

มาเจอ “มวลน้ำ” ก็ตอนที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นากยรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเมืองไทย ต้องบริหารจัดการการเดินทางของมวลน้ำอย่างทุลักทุเล

 

แล้วท่านก็อ้างว่า น้ำวันนี้ไม่เหมือนทุกปีเพราะแห่กันมาจนต้องเรียกว่า “มวลน้ำ”

 

ตามที่รัฐบาลแถลงการณ์ คำว่า “มวลน้ำ” ก็น่าจะหมายถึง น้ำในปริมาณมหาศาล ซึ่งผมจำไม่ไหวว่ากี่ล้านลูกบาศก์เมตร

 

นอกจาก “มวลน้ำ” ผมยังได้ศัพท์ใหม่ “BIG BAG” ลักษณะเป็นถุงทรายธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา เพราะไซซ์ของถุงใหญ่มโหฬาร เหมือนเราหลับตาเปรียบเทียบไซซ์ระหว่าง “ถุงมีชัย” กับ “ถุงก็อปแก๊ป” ละกัน

 

รัฐบาลใช้ BIG BAG ขวางการเดินทางที่ไร้วัฒนธรรมของมวลน้ำแบบไม่ได้หวังผลว่า จะสามารถหยุดการเดินทางของมันได้ เพียงแต่ต้องการให้มวลน้ำทบทวนการเดินทาง ขอให้มีรูปทรงที่น่าดู อย่ากระแทกกระทั้นกันจนเวอร์

 

BIG BAG ทำท่าว่าจะเป็นประโยชน์สมกับชื่อที่เรียก “BIG” แต่กลับถูกมวลชนรื้อทิ้ง เปิดเส้นทางให้มวลน้ำกลับมาใช้เส้นทางเดินแบบไร้วัฒนธรรม รูปทรงหมดท่า “BIG” ไปเฉย

 

น้ำมีหลายรูปแบบ มีทั้ง น้ำแข็ง น้ำฝน หิมะ ลูกเห็บ เมฆ และไอน้ำ โดยรูปแบบ และสถานะของมันเป็นของเหลว เป็นสารประกอบ ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นธาตุไฮโดรเจนและออกซิเจน ในอัตราส่วนที่เรารู้จักกัน 1:8 ชื่อทางเคมี H2O “เอชทู โอ”

 

เชื่อกันว่า น้ำ ไม่มีชีวิต แต่ให้ความมีชีวิตแก่ผู้คน ทุกคนที่บ้านผมยอมรับว่า ไฟฟ้าดับดีกว่าน้ำประปาไม่ไหล

 

ว่าไปแล้ว คนเราขาดน้ำไม่ได้ ไม่กินข้าว 3 วัน ไม่เท่ากับอดน้ำ 72 ชั่วโมง อดข้าวไม่ตายเหมือนอดน้ำ

 

ผมเห็นน้ำมาตั้งแต่จำความได้ บ้านพ่อแม่อยู่ที่ไหน ก็ต้องมีน้ำเป็นเพื่อนบ้าน ครอบครัวของเราเป็นข้าราชการต้องย้ายสถานที่ทำงานไปหลายแห่ง จากบ้านนอก “ไกลปืนเที่ยง” จนถึง กรุงเทพ ฯ เมืองที่ยิงปืนในเวลาเที่ยงทุกวันสมัยก่อนโน้น

 

บ้านพักของหลวงตามตำแหน่งที่พ่อปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีที่เก็บน้ำ โอ่งเป็นภาชนะกักน้ำที่ผมรู้จักดี และได้อาศัยมันชำระความสกปรกของร่างกาย ส่วนน้ำฝนเป็นน้ำที่ทรมานผมมาก เพราะต้องออกไปรองน้ำฝนที่ทำการไปรษณีย์ข้างบ้าน หิ้วมาใส่โอ่งที่บ้านทุกครั้งที่น้ำฝนทะลักจากฟ้าลงมาดิน

 

นอกจากน้ำฝน ผมก็มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเพื่อนสนิท คบหาเล่นหัวกันด้วยความคุ้นเคย ไม่มีใครถือสาใคร ผมจะกระโดดถีบเท่าไร น้ำก็ไม่เคยร้องทุกข์ จะเลียนแบบการแหวกว่ายไปมาในกระแสน้ำเหมือนปลาทวนน้ำทั้งหลาย น้ำก็ไม่เคยมีปากเสียง

 

ในชั้นแรก ผมเข้าใจว่าน้ำคงให้ความเกรงใจผมเพราะผมเป็นเด็กผู้ชาย แต่เมื่อผมมองเด็กผู้หญิงรุ่นเดียวกันเล่นน้ำ ผมก็เห็นน้ำเกรงใจเด็กผู้หญิงเท่ากับผม เธอถีบน้ำเล่นอีโป่งพลิกแพลงยังไงน้ำก็เงียบเฉย ทำเป็นแตกกระจายสักประเดี๋ยวมันก็รวมมวลน้ำเข้ามาเหมือนเก่า

 

เมืองไทยได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ เป็น “ขวานทอง” แห่งอาคเนย์ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เมืองไทยของเราได้ชื่อเช่นนั้นก็เพราะน้ำ

 

เรามีแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศ และมีความอยู่รอดได้ ก็เพราะน้ำเป็นตัวช่วยการกสิกรรมของพลเมืองในประเทศเป็นอย่างดี ท้องทุ่งนาสาโท ล้วนฉ่ำน้ำตามซีซันประจำปีมิได้ขาดสาย ทำให้ผลผลิตทุกไร่นาได้ผลงอกงามมีความสมบูรณ์พูนผล

 

คนไทยกับมวลน้ำสนิทสนมกันดี จะไปไหนมาไหนก็ไปทางน้ำมากกว่าทางบก เรือพาย เรือน้อย เรือใหญ่ คนไทยรู้จักรุ่นของเรือมากกว่ารุ่นของรถยนต์

 

วรรณคดีทุกเรื่อง ต้องมีน้ำเป็นตัวละครเอก โดยเฉพาะ “พระอภัยมณี” อยู่กับน้ำทั้งเรื่อง นางเอกก็มีทั้งนางเงือก และนางผีเสื้อสมุทร

 

สมัยผมยังเล็ก มีน้าชายเดินเรือไอ ลำไม่ใหญ่โตแต่แข็งแรงสามารถพ่วงเรือสินค้าจากชัยนาทลงท่าเตียน กรุงเทพ ฯ ได้สบายๆ

 

กรุงเทพ ฯ ของเราก็มีคลองหลายคลองเป็นจุดเริ่มต้น ไม่มีถนนคอนกรีท ความมากด้วยคลองอันเป็นที่อยู่ของมวลน้ำสะอาดในเมืองหลวง ทำให้กรุงเทพ ฯ ถูกตั้งชื่อเป็น “เวนิศตะวันออก”

 

น้ำอาจไม่มีชีวิต แต่ก็มีวัฒนธรรมในการเดินทาง จำเป็นต้องไหลลงสู่ทะเล ในขณะลมทำหน้าที่พัดพาไอน้ำผ่านเหนือพื้นดิน

 

การเคลื่อนที่ของมวลน้ำทุกรูปแบบ ย่อมไหลลงสู่ทะเลทั้งสิ้น เมฆที่แปรสภาพเป็นฝน หรือไอน้ำ ต่างก็หาเส้นทางไหลไปลงทะเลด้วยกัน

 

วัฒนธรรมในการเดินทางของมวลน้ำ ทำนายยาก เพราะแตกต่างของรูปทรงทุกปี ซึ่งปัจจัยเหตุนี้มิได้มาจากสันดานของน้ำ แต่เป็นเพราะสันดานของมนุษย์บนโลก ภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงของโลกล้วนเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่มีวัฒนธรรมของมวลมนุษย์

 

สมัยผมอายุ 10 กว่าขวบ กรุงเทพ ฯ เริ่มเห็นว่าการเดินทางของมวลน้ำที่ไหลลงทะเลขาดวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณ คือ มาด้วยปริมาณมหาศาล จนเกิดภาวะน้ำท่วมในปี 2485 ทำให้มีภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่ง ถูกสร้างขึ้น และตั้งชื่อว่า “น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง”

 

เราอาจรู้ใจน้ำมากกว่ารู้ใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน น้ำไม่มีพิษสงกับมนุษย์ การเดินทางของมันก็มีวัฒนธรรมยึดถือมาแต่โบราณ คือ ไหลลงทะเล แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นทางเดินของมวลน้ำอันสำคัญของคนไทย ผ่านจังหวัดหลายจังหวัดตั้งแต่ปากน้ำโพ (นครสวรรค์) ลงมาจนออกทะเล

 

ถึงปี 2526 หรือ 41 ปีต่อมา มวลน้ำก็สร้างวัฒนธรรมการเดินทางลงสู่ทะเล ด้วยการพักผ่อนที่กรุงเทพ ฯ เช่น ปี 2485 เป็นเวลาที่ผมมีงานทำเป็นอาชีพ ต้องนั่งเรือหางยาวไปขึ้นรถเมล์กลางถนนที่นองด้วยน้ำอยู่หลายอาทิตย์

 

การเดินทางของมวลน้ำถาโถมเข้ามาถึงกรุงเทพ ฯ ในปี 2554 หรือ 28 ปีต่อมา จากปี 2526 ซึ่งรัฐบาลพยายามเตรียมการป้องกันอย่างเต็มความสามารถ แต่ก็พ่ายแพ้ต่อวัฒนธรรมการเดินทางของมวลน้ำที่เอาใจยาก

 

ทุกปี คนไทยจะมีเทศกาลลอยกระทงเป็นการขอขมาแม่พระคงคา เหมือนกับทุกปี เราใช้น้ำสาดกันและกันในระหว่างเทศกาลมหาสงกรานต์

 

ปีที่แล้วมา เทศกาลลอยกระทงเงียบเหงา ผู้คนไม่มีกะจิตกะใจจะลอยกระทง เพราะมีความเดือดร้อนสาหัสกับน้ำที่ไม่มีวัฒนธรรม คนที่ไม่เดือดร้อนก็พลอยสมเพชเวทนาคนที่เดือดร้อน พื้นที่ซึ่งไม่ต้องถูกมวลน้ำเข้าโจมตีก็เกิดความสงสารเพื่อนร่วมชาติ ออกมาช่วยเหลือเกื้อกูลกันไปตามวัฒนธรรมแห่งวิถีชีวิตของพี่น้องคนไทย

 

ผมมีบ้านพักอาศัยอยู่ริมถนนวัชรพล เป็นบ้านในหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็ก มีสมาชิกไม่เกิน 100 หลังคาเรือน

 

มวลน้ำที่ไม่มีวัฒนธรรมก็รุกรานจากเหนือลงมาจนถึงบ้านพักของผม กดดันใหรัฐบาลออกปากขอร้องให้ผมอพยพไปอยู่ในต่างจังหวัดที่ไม่มีมวลน้ำรบกวน

 

มวลน้ำ ปี 2554 ที่ไร้วัฒนธรรมของการเดินทาง เลือกเวลามาอย่างถูกกาลเทศะ เพราะเราเพิ่งมีรัฐบาลใหม่ สดๆ ซิงๆ แถมผู้นำยังเป็นผู้หญิงสาวสวย ขึ้นบัญชาการแบบเก้าอี้ยังไม่ร้อน ก็เจอข้าศึกประชิดเมืองหลวง

 

อันที่จริงเมืองไทยเรามีปัญหาน้ำท่วมทุกปี อย่างขี้หมาที่สุดชาวกรุงที่อาศัยบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องเจอกับภาวการณ์น้ำท่วมบ้านทุกปี เพราะวัฒนธรรมการหนุนตัวสูงขึ้นของมวลน้ำทะเล จะเป็นจะตายหรือจะปกติธรรมดาก็ต้องฝากไว้กับวัฒนธรรมการเดินทางของมวลน้ำจากเหนือ

 

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของน้ำ จะมีศัพท์แสงอย่างไรบ้าง ก็สุดแต่จะบัญญัติ และถึงอย่างไรก็เถอะ รับประกันกินขนมน้ำกะทิฟรี ผมคิดว่าคงไม่มีใครเมินหน้าหนีน้ำไปไหนได้ เพราะมันคือชีวิตของเราโดยแท้…!



------------------------------
เรื่องโดย : สยาม เมืองยิ้ม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2555
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/kZ5PM
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th