บทความ

คืนเงินภาษี ซื้อรถคันแรก


ในที่สุด มาตรการคืนเงินภาษี สำหรับผู้ซื้อรถคันแรก ก็เป็นจริง ! ท่ามกลางข้อสงสัยของคนในสังคมที่ถูกตีแผ่เป็นวงกว้าง หลายคนตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นจริง ใครบ้างที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการประชานิยมข้อนี้ และใครบ้างที่เสียประโยชน์ แล้วมันจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างราคาจำหน่ายรถยนต์ มาตรการประหยัดพลังงาน และอื่นๆ อีกมากน้อยแค่ไหน ?

ทันทีที่รัฐบาล “ปูจ๋า” ผลักดันมาตรการนี้ออกมา มีหลายเรื่องที่คนในวงการรถยนต์สะดุ้ง และเชื่อว่ามาตรการนี้ เป็นเพียงแค่การกระตุ้นกระแสความนิยมของรัฐบาลใหม่เท่านั้น ถามต่อว่า เรามีความจำเป็นมากน้อยขนาดไหน ที่ต้องรีบผลักดันมาตรการช่วยเหลือนี้ ท่ามกลางคนค่อนประเทศเดือดร้อนประสบภัยจากน้ำท่วม จริงอยู่ มันอาจจะทำให้ฝันของใครหลายคน ที่คิดอยากจะมีรถยนต์ไว้ใช้งาน ได้เป็นจริง ไม่ต้องนอนละเมอ คิดว่ามีแต่ในฝัน ในมุมกลับกันยังมีใครอีกหลายคน ที่คิดว่าช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมก่อนดีกว่าไหม ชาวนา ชาวไร่ ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม รถยนต์ บ้านเรือนพวกเขาจะเป็นอย่างไร หลังน้ำลด ผมเชื่อว่า หลายคนคงไม่มีอารมณ์คิดถึงเรื่องซื้อรถคันแรก ไม่ว่าจะมีสิทธิ์ หรือไม่มีสิทธิ์ก็ตาม

เงื่อนไขที่รัฐบาลตั้งไว้ ระบุชัดเจนว่า ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ ครอบคลุมเฉพาะรถนั่งขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี รวมถึงรถกระบะ และกระบะดับเบิลแคบ (4 ประตู) ที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ขณะที่ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และที่สำคัญ ต้องครอบครองรถคันนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กย. 2554 จนถึงวันที่ 31 ธค. 2555

และเมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขทั้งหมดครบถ้วนแล้ว ผู้ซื้อจะได้สิทธิ์ในการคืนเงินภาษีเท่ากับอัตราภาษีของรถยนต์แต่ละชนิดไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีระยะเวลาคืน 1 ปี หลังการซื้อ และกรมสรรพสามิต เริ่มคืนเงินภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ตค. 2554 เป็นต้นไป

งานนี้เก๋งเล็ก และเก๋งแบบซับคอมแพคท์ ได้รับอานิสงส์แบบเต็มๆ เพราะเมื่อลดราคาตามเงื่อนไขภาษีสรรพสามิตแล้ว บางรุ่น บางยี่ห้อ ลดมากถึง 100,000 บาท ส่วนอีโคคาร์ยอดนิยม ลดราคาตั้งแต่ 53,000-70,000 บาท สำหรับรถกระบะ ได้คืนเงินภาษีน้อยหน่อย ตั้งแต่ 10,000-26,000 บาท และรถกระบะดับเบิลแคบ (4 ประตู) ได้คืนเงินภาษีเยอะหน่อย ตั้งแต่ 56,000-99,000 บาท ส่วนการตอบรับของค่ายรถยนต์นั้น แน่นอนครับว่า ทุกค่ายที่มีรถเข้าตากรรมการงวดนี้ วาดฝันช่วงชิงตัวเลขกันคึกคัก คาดการณ์กันว่า ช่วงไตรมาส 4 ของปี จะเป็นการกระตุ้นให้ตลาดรถโตขึ้นอีกราว 12-17 % ตัวเลขที่นักการตลาดคาดการณ์ว่า จะเกิน 900,000 คัน สิ้นปีนี้มีสิทธิ์ทะลุ 940,000 คัน

ขณะเดียวกันมีค่ายรถอีกหลายค่าย ที่มองว่ามาตรการนี้เป็นแค่เกมวัดความนิยมในรัฐบาลเท่านั้น ระยะยาวไม่เหมาะแน่นอน บางค่ายบอกเสียงดังฟังชัดว่า อยากให้รัฐมองถึงการนำรถเก่ามาแลกซื้อ หรือคิดภาษีพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อรถประหยัดพลังงาน หรือปล่อยมลพิษน้อย ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากกว่า ข้อนี้ผมยินดียกมือสนับสนุนด้วยคน และยังมีอีกหลายค่ายที่เล็งเห็นว่า จะเป็นการสร้างนิสัยที่ฟุ่มเฟือย สวนกระแสกับนโยบายรถเล็กประหยัดพลังงาน สร้างปัญหาจราจร สร้างเงื่อนไขการซื้อรถในขณะที่ยังไม่จำเป็น สร้างปัญหาให้กับวงการรถมือสอง และยังเป็นการสร้างนอมินี ระยะยาวปัญหาเกิดขึ้นแน่ ถ้าผู้ซื้อรถไม่คิดผ่อนรถ หรือคิดแค่รับเงินภาษีสรรพสามิตคืน แล้วค่อยโอนลอยรถรอไปถึงสิ้นปีที่ 5 ปัญหานี้เราตอบกันยาก แต่เชื่อว่ามีคนหัวใส คิดทำแน่นอน มองและรับฟังปัญหารอไว้บ้างก็ดี เผื่อหูตาจะได้สว่าง และกว้างไกลตามวิสัยทัศน์ท่านผู้นำนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : แอลเอนนิวส์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2554
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/BypJX

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
24 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th