บทความ

โตโยตา ไดนา ไฮบริด


ระบบไฮบริดสำหรับรถบรรทุกได้กำเนิดขึ้นแล้ว มันไม่ต้องการการควบคุมขับขี่เป็นพิเศษแต่อย่างใด การสับเปลี่ยนระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า ฯลฯ ทั้งหมดเป็นระบบอัตโนมัติ สามารถขับได้เหมือนรถบรรทุกทั่วไป และบำรุงรักษาตามปกติ ไม่จำเป็นต้องชาร์จแบทเตอรี

เครื่องยนต์มีการรวบรวมพลังกลับคืนตอนลดจังหวะเกียร์อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยโครงสร้างใหม่ที่กระจาย “การใช้พลังขับเคลื่อนควบคู่กับการใช้มอเตอร์ไฟฟ้า” ระหว่างเครื่องยนต์ดีเซล ความจุ 4.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 2,500 รตน. แรงบิดสูงสุด43.0 กก.-ม. ที่ 1,400 รตน. และมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 49 แรงม้า ที่ 1,024 รตน. แรงบิดสูงสุด 34.0 กก.-ม. ที่ 1,024 รตน.

ในอดีตที่ผ่านมา ระบบเกียร์ของ ไดนา มีแต่รุ่นเกียร์ธรรมดาเท่านั้น แต่เนื่องจากปัจจุบันมีคนขับแบบรับจ้างชั่วคราว และคนขับผู้หญิงมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ขับแต่รถเกียร์อัตโนมัติ ในรถระบบไฮบริดทั้งหมด จึงมีการใช้ระบบเกียร์ออโทเมท แมนวล (AMT: AUTOMATED MANUAL TRANSMISSION) 5 จังหวะ รุ่นพิเศษ ที่ขับได้ง่ายด้วยคันบังคับ 2 อันของคันเร่ง กับคันเบรค ไม่จำเป็นต้องควบคุมคลัทช์และการเปลี่ยนเกียร์

ระบบชาร์จไฟอัตโนมัติโดยเรียกคืนพลังตอนลดความเร็ว เมื่อปริมาณไฟลดน้อยลง จะมีการชาร์จไฟจากมอเตอร์ไฟฟ้าควบคู่กับเครื่องกำเนิดไฟตอนติดเครื่องยนต์ จะมีการเชื่อมต่อคลัทช์ แล้วมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดจะติดเครื่องยนต์โดยใช้พลังไฟจากแบทเตอรีไฮบริด ทั้งนี้ไม่มีการบรรจุสตาร์เตอร์มอเตอร์ไฟฟ้ายุคก่อน

ตอนออกตัว จะวิ่งโดยใช้เครื่องยนต์+มอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริด เนื่องจากมีการลดการส่งพลังของเครื่องยนต์ จึงช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างมาก นอกจากนี้ เวลาที่เลือกใช้ อีโคโหมด กรณีความจุไฟของแบทเตอรีเต็ม ก็จะมีการออกตัวโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เวลาที่ความจุไฟของแบทเตอรีต่ำ เป็นต้น จะมีการสับเปลี่ยนวิธีออกตัวให้โดยอัตโนมัติ จากการออกตัวโดยใช้เครื่องยนต์+เอชวี มอเตอร์ไฟฟ้า เป็นการออกตัวโดยใช้เครื่องยนต์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจุไฟของแบทเตอรี

นอกจากความจุไฟของแบทเตอรีแล้ว ยังมีความลาดเอียงของทาง สภาพของระบบเอชวี และเครื่องยนต์ สภาพการทำงานขององค์ประกอบบนเฟรม การควบคุมคันเร่ง ฯลฯ เป็นเงื่อนไขอีกด้วย

ตอนเร่งความเร็ว จะมีการเชื่อมต่อคลัทช์อีกครั้ง เข้าสู่การวิ่งแบบพาราลเลล โดยใช้เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเครื่องยนต์ทำงาน จึงให้ทั้งการขับขี่ที่ทรงพลัง และความประหยัดเชื้อเพลิงได้จริง

เมื่อเปลี่ยนสู่การวิ่งด้วยระดับความเร็วคงที่ซึ่งใช้เชื้อเพลิงต่ำ ก็จะมีการเปลี่ยนไปเป็นการขับขี่โดยใช้เครื่องยนต์อย่างเดียว นอกจาก “พีดับเบิลยูอาร์โหมด” ที่เน้นสมรรถนะในการเร่งความเร็วเป็นสำคัญ และ “อีโคโหมด” ที่เน้นสมรรถนะในการประหยัดเชื้อเพลิงเป็นสำคัญแล้ว ยังมี “เพาเวอร์โหมด” ที่รองรับการขับขี่ที่ต้องการพลัง เช่น บนทางลาด และทางภูเขา ทั้งนี้ สามารถเลือกใช้โหมดต่างๆ ได้ด้วยสวิทช์ควบคุมการสับเปลี่ยนโหมดการขับขี่

ตอนลดความเร็ว พลังในการลดความเร็วจะเปลี่ยนไปเป็นพลังไฟฟ้า เพื่อชาร์จแบทเตอรีไฮบริด ตรงนี้ก็จะมีการตัดการเชื่อมต่อคลัทช์โดยอัตโนมัติด้วย จึงสามารถเรียกคืนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เมื่อจอดรถ เครื่องยนต์จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติเช่นกัน ด้วยกลไก “ไอเดิลสตอพ” ส่วนตอนที่ออกตัว เพียงปล่อยเท้าจากคันเบรคเครื่องยนต์ก็จะเริ่มทำงานอีกครั้ง และมี อีโคแลมพ์ ที่อยู่ในแผงมาตรวัดแบบพิเศษเฉพาะระบบไฮบริด จะติดสว่างเป็นสีเขียวเมื่อขับได้ประหยัดเชื้อเพลิง นอกจากนี้ สีมาตรวัดของระบบมัลทิอินฟอร์เมชัน ก็เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเขียวด้วย กระตุ้นให้มีการขับขี่อย่างประหยัดเชื้อเพลิง (ประหยัดเงิน) แต่จะไม่เปิดไฟสัญญาณเมื่อเลือก “เพาเวอร์โหมด” และ “เอสเรนจ์”



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2554
คอลัมน์ : รถใหม่ 4×4
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vpaCM
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th