บทความ

เยือนถิ่น “ยักษ์ใหญ่ขี้อาย” คอนทิเนนทัล


140 ปีแห่งการเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลกของ คอนทิเนนทัล (CONTINENTAL) ทำให้ผมด่วนสรุปทันทีที่ได้รับหมายเชิญว่า เขาน่าจะพาเราไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตยางที่ทันสมัย หรือดูเทคโนโลยียางรุ่นล่าสุด หรือไม่ก็ลองสมรรถนะยางในสนามทดสอบ แต่ความเป็นจริงแล้ว…เปล่าเลย ผมเดาไม่ถูกสักนิดครับ

เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ เขาเลือกตัวแทนสื่อมวลชนเอเชีย 18 คน จาก 6 ประเทศ (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย มาเลเซีย และไทย) และ “ฟอร์มูลา” เป็น 1 ใน 2 ตัวแทนจากประเทศไทย ไปเพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้บริหารระดับสูงของ คอนทิเนนทัล และใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการเรียนรู้ และเข้าใจสิ่งประดิษฐ์ และเทคโนโลยีต่างๆ ที่เขาคิดค้น ทั้งที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ปัจจุบัน และกำลังจะนำมาใช้กับรถยนต์อนาคต รวมถึงยังทำให้เราเข้าใจอีกว่า ที่จริงแล้ว คอนทิเนนทัล ไม่ได้เป็นแค่บริษัทผู้ผลิตยางระดับหัวแถวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผู้พัฒนาและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำระดับโลกอีกด้วย โดยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรถยนต์หลายๆ รุ่น เพราะสิ่งที่เขาคิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นนั้นเกือบจะทำรถได้เองทั้งคันแล้ว !

เริ่มตั้งแต่ชิ้นส่วนสำคัญๆ ในห้องเครื่องยนต์ ระบบอีเลคทรอนิคส์ในห้องโดยสาร ระบบความปลอดภัย ระบบรองรับ ระบบเบรค ตลอดจนยางที่สัมผัสพื้นถนน เรียกได้ว่าครอบคลุมส่วนต่างๆ เกือบทุกส่วนในรถทั้งแบบที่เรามองเห็น และมองไม่เห็นคอนทิเนนทัล มีขนาดธุรกิจที่ใหญ่มาก ยอดขายรวมของบริษัทในปีที่แล้วกว่า 26,000 ล้านยูโร หรือ 1.1 ล้านล้านบาท ! และมีพนักงานรวมทั้งสิ้น 155,000 คน จาก 45 ประเทศทั่วโลก ล่าสุด 3 ปีก่อน เพิ่งซื้อกิจการ SIEMEN VDO กลุ่มธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากบริษัทสัญชาติเดียวกัน

เขาแบ่งสายธุรกิจในกลุ่มยานยนต์ (AUTOMOTIVE DIVISION) ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ CHASSIS & SAFETY (ธุรกิจพัฒนาระบบช่วงล่าง และความปลอดภัย) ในกลุ่มนี้มีพนักงานประมาณ 30,000 คน และมียอดขายกว่า 5.8 พันล้านยูโร POWERTRAIN (ธุรกิจพัฒนาชิ้นส่วนเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง) มีพนักงานรวมกัน 27,000 คน และมียอดขายกว่า 4.7 พันล้านยูโร INTERIOR (ธุรกิจพัฒนาระบบอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์เชื่อมต่ออีเลคทรอนิคส์ภายในห้องโดยสาร) มีพนักงานรวมทั้งสิ้น 30,000 คน และมียอดขายปีที่แล้วกว่า 5.5 พันล้านยูโร และหากรวมตัวเลขเฉพาะ 3 กลุ่มธุรกิจนี้ดู พบว่ามียอดขายรวมมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งบริษัท และถ้าดูเฉพาะผลประกอบการปีก่อนที่ทำได้ถึง 1.6 หมื่นล้านยูโรนั้น นับว่าบริษัทนี้มีขนาดใหญ่โตทีเดียว

ในครั้งนี้ผมมีโอกาสเยี่ยมศูนย์วิจัยและพัฒนาของ คอนทิเนนทัล และยังได้ทดลองขับรถรุ่นต่างๆ ที่ติดตั้งอุปกรณ์ซึ่งเป็นผลงานของพวกเขา แต่เนื่องจากหน้ากระดาษมีจำกัด ผมขอเลือกเอาเฉพาะเรื่องที่เด่นโดนใจก็แล้วกันครับ

ลองใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

เราเดินทางไปที่เมืองบาเบนเฮาเซน (BABENHAUSEN) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองฟรังค์ฟวร์ท (FRANKFURT) ประเทศเยอรมนี เพื่อเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบอีเลคทรอนิคต่างๆ ภายในห้องโดยสาร ที่นั่นเขามีห้องจำลองแบบเสมือนจริงเพื่อทดลอง และศึกษาพฤติกรรมการรับรู้และการตอบสนองของผู้ขับขี่ เขาจัดแสดงแผงหน้าปัดในอนาคต ปุ่มควบคุมต่างๆ เป็นแบบรูดสัมผัส (แบบไอโฟน) เช่นการเพิ่ม/ลดความเย็นอุณหภูมิห้องโดยสาร และระบบทั้งหมดนี้สามารถสื่อสารกับสมาร์ทโฟน และยังเชื่อมต่ออินเตอร์เนทภายในรถยนต์อีกด้วย

จากนั้น เราเดินทางไปเมืองเรเกนส์บวร์ก (REGENSBURG) 300 กม. ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฟรังค์ฟวร์ท เพื่อไปสนามทดสอบ และได้สัมผัสกับอุปกรณ์ต่างๆ แบบตัวเป็นๆ ในวันรุ่งขึ้น ผมประทับใจ ระบบสื่อสารภายในรถกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน มันคือคำตอบของคนยุคนี้จริงๆ ลองจินตนาการดูครับ คุณสามารถเปิดรถได้ง่ายๆ เพียงแค่นำโทรศัพท์มือถือที่มีระบบ NFC (NEAR FIELD COMMUNICATION) ไปแตะตรงบริเวณที่เปิดประตูมันก็จะปลดลอครถในทันที (ถ้าคุณเป็นเจ้าของนะ) และเมื่อวางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของใต้คอนโซลกลาง เพียงแค่นี้มันก็จะสื่อสารข้อมูลที่จำเป็น เช่น พโรไฟล์ต่างๆ การปรับระยะพวงมาลัย เก้าอี้นั่ง เบอร์โทรศัพท์ อี-เมล์ หรือแม้กระทั่งเพลงโปรด และสามารถควบคุมโทรศัพท์ได้ที่หน้าจอหลักของรถทันที แบบเดียวกับที่สัมผัสบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ที่พิเศษกว่านั้น คือ มันแอบชาร์จไฟให้ด้วยแบบไม่ต้องเสียบปลั๊กใดๆ เพียงแค่วาง

ต่อมาวิศวกรเขาอธิบายถึงระบบสื่อสารข้อมูลลมยางกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนที่คิดค้นล่าสุด มันจะทำให้เรารู้ถึงสถานะลมยางขณะนั้นทันที และหากจำเป็นต้องแวะปั๊มเพื่อเติมลม มันก็จะปรับชดเชยค่าลมยางที่เหมาะสมกับอุณหภูมิของยางในขณะนั้น ครั้งนี้นับเป็นครั้งเดียวเลยที่ผมเห็นเขาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องยางตลอดการเดินทางครั้งนี้

เรามีโอกาสได้ลองระบบ HEAD UP DISPLAY รุ่นล่าสุด ที่ติดตั้งอยู่ในรถหรูอย่าง เอาดี เอ 8 มันบอกข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็น เช่น ความเร็ว ลูกศรบอกทิศการเดินทาง (ร่วมกับจีพีเอส) คำเตือนต่างๆ แบบ 3 มิติ มีสีสันสดใส สะท้อนขึ้นบนกระจกหน้าอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากการมองถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

ทดสอบระบบ POWERTRAIN

ในวันรุ่งขึ้น เรากลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อเยี่ยมชมศูนย์ผลิต วิจัยและพัฒนาเทอร์โบชาร์จ ของหน่วยงาน POWERTRAIN และยังได้ลองรถอีก 6 คันในสนามทดสอบ ที่เขาเตรียมไว้เพื่อสาธิตระบบต่างๆ ที่ คอนทิเนนทัล ร่วมพัฒนากับบริษัทรถยนต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น ระบบหัวฉีดดีเซลรุ่นล่าสุดเพื่อรองรับมาตรฐาน EURO 6 ระบบเทอร์โบชาร์จ ระบบเกียร์แบบคลัทช์คู่ ระบบดับเครื่องยนต์และสตาร์ทเองขณะจอดรอสัญญาณไฟ ระบบบริหารการจัดเก็บไฟฟ้าใน บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ไฮบริด และระบบมอเตอร์ไฟฟ้าในรถเล็กอย่าง สมาร์ท รุ่นที่ใช้ไฟฟ้าล้วน เรียกได้ว่า คอนทิเนนทัล เขามีส่วนร่วมพัฒนาระบบอยู่ในรถยนต์หลายรุ่นด้วยกัน ตั้งแต่รุ่นประหยัด ไปจนถึงรุ่นหรู

หากเราดูเฉพาะระบบจ่ายเชื้อเพลิงของรถยนต์สักรุ่น เขาทำตั้งแต่เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันในถัง ปั๊มแรงดันต่ำที่จ่ายน้ำมันจากถัง ผ่านเซนเซอร์ตรวจจับค่าต่างๆ ปั๊มแรงดันสูงเพื่อฉีดน้ำมันเข้าไปรอที่รางหัวฉีด ไปจนถึงหัวฉีดแบบเพียโซ ที่ฉีดน้ำมันฝอยเข้าไปในห้องเผาไหม้ตามปริมาณและเวลาที่ต้องการอย่างแม่นยำ แม้กระทั่งระบบเทอร์โบชาร์จที่เพิ่มกำลังเครื่องยนต์ เรียกได้ว่า เขาทำกันแบบครบวงจรทีเดียว และด้วยความก้าวหน้าของระบบเหล่านี้เองที่ทำให้การประหยัดเชื้อเพลิง และความแรง ในรถรุ่นใหม่ๆ ไม่ต้องเป็นเรื่องสวนทางกันอีกต่อไป นอกจากนี้แล้วเรายังได้ลองระบบถ่ายทอดกำลังแบบคลัทช์คู่ที่เขาพัฒนาอีกด้วย

สัมผัสนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย

บ่ายวันนั้นคณะเราเดินทางกลับพร้อมภารกิจใหญ่สุดท้ายรอเราอยู่ที่ ฟรังค์ฟวร์ท-โรเดนไฮม์ (FRANKFURT-RODELHEIM) ในวันรุ่งขึ้น วันสุดท้ายของทริพนี้ ทีมวิศวกรเขาอธิบายแนวคิด คอนทิการ์ด (CONTIGUARD) และอธิบายให้ฟังว่า 95 % ของอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ ดังนั้นระบบต่างๆ ที่พัฒนาขึ้น มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ และหากเกิดขึ้นแล้วก็จะช่วยลดความรุนแรงของมัน

คอนทิการ์ด คือ ระบบการสื่อสารต่างๆ ภายในรถ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับข้อมูลที่จำเป็นผ่านการมองเห็น ได้ยิน และสัมผัส ผ่านการแสดงผล HMI เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ และเมื่อคำนวณแล้วว่ามันจะเกิดขึ้น ระบบจะเตรียมการล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ ผ่านไปยังระบบต่างๆ เช่น เสริมแรงเบรค เสริมแรงช่วยควบคุมทิศทางเมื่อหักหลบ การตอบสนองของเครื่องยนต์ ระบบถ่ายทอดกำลัง เป็นต้น แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ขับขี่

ระบบที่สั่งการแทนผู้ขับเห็นจะมี ระบบเบรคอัตโนมัติเมื่อใกล้ชนสิ่งกีดขวาง (ที่ความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม.) ระบบนี้เหมาะมากสำหรับขาแชท ที่ชอบกดแป้นพิมพ์โทรศัพท์ส่งข้อความขณะขับรถช่วงการจราจรติดขัด เพราะรถคันหน้าอาจเบรคกะทันหัน ตอนที่ผู้ขับขี่ละสายตาจากถนน และเสียสมาธิจากการขับขี่ ระบบนี้จะสั่งเบรคเองทันที หากคำนวณความเร็วกับระยะประชิดคันหน้าแล้วพบว่าใกล้เกินไป
PEDESTRIAN PROTECTION SYSTEM PPS pSAT คือ ระบบช่วยลดการบาดเจ็บกรณีผู้เดินเท้าถูกชน ในบางประเทศเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จากสถิติของการเกิดอุบัติเหตุที่มีการชนผู้เดินเท้าพบว่า ความรุนแรงของการบาดเจ็บนั้นแปรผันตรงกันข้ามกับระยะช่องว่างใต้ฝากระโปรง คือ ยิ่งถ้าเครื่องยนต์มีขนาดใหญ่ ระยะใต้ฝากระโปรงน้อย ความรุนแรงก็จะมาก หากเราสามารถเพิ่มระยะยุบตัวนี้ชั่วคราว ก็จะสามารถลดอาการบาดเจ็บได้ วิศวกรเขาจึงออกแบบเซนเซอร์ตรวจจับแรงที่ใต้กันชนหน้า มีลักษณะเป็นท่อพลาสติคเล็กๆ ฝังอยู่ และเมื่อมันตรวจจับแรงกระแทก เซนเซอร์จะสั่งการไปเพิ่มช่องว่างนี้ด้วยการยกแกนยึดฝากระโปรงขึ้น (ใกล้ๆ เสาเอ-พิลลาร์) เพื่อเพิ่มระยะช่องว่างใต้ฝากระโปรงนี้ขึ้นชั่วคราว ช่วยให้ฝากระโปรงหน้าสามารถซับแรงกระแทก และลดความรุนแรงจากการชนผู้เดินเท้าได้ทันที

บ่ายนั้น ณ สนามทดสอบ ฟรังค์ฟวร์ท-โรเดนไฮม์ สำนักงานของ คอนทิเนนทัล มีไฮไลท์อยู่ที่การขับรถ 9 คัน ที่จัดเตรียมไว้เพื่อให้เราได้ทดลองระบบต่างๆ ได้แก่ FULL SPEED ADD WITH MK 100 ESC PREMIUM ระบบเบรคล่าสุดใน เอาดี คิว 7/EMERGENCY STEER ASSIST ระบบเสริมแรงควบคุมที่พวงมาลัยขณะหักหลบ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย/AIR SUSPENSION ระบบช่วงล่างแบบถุงลมปรับอ่อน/แข็งได้เพียงกดปุ่ม เพิ่มความสะดวกสบาย ขณะเดียวกันก็พร้อมสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ท/EBA-CITY ระบบสั่งการเบรคอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้สิ่งกีดขวาง (ความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม.)/STEERING ระบบหมุนพวงมาลัยถอยจอดเองโดยอัตโนมัติ/CONTIGUARD/CAR 2X ระบบสื่อสารจากรถคันหน้าเตือนเมื่อเข้าใกล้จุดอันตราย/ PEDESTRAIN PROTECTION ระบบลดการบาดเจ็บจากการชนคนเดินถนน/MK 100 ESC PREMIUM HYBRID ระบบเสริมแรงหม้อลมเบรคในรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า/REAR TRAFFIC CROSSING ALERT ระบบเตือนเมื่อมีสิ่งกีดขวางขณะกำลังถอยจอด ระบบนี้เห็นผลมากขณะเราถอยรถในลานจอดในห้างสรรพสินค้า แล้วมองไม่เห็นรถที่กำลังวิ่งเข้าใกล้/TRUCK WITH RADAR AND CAMERA ระบบเรดาร์ความปลอดภัยในรถเพื่อการพาณิชย์ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นนวัตกรรมยานยนต์เพื่อความปลอดภัยในท้องถนนที่อยู่ในสนามทดสอบ และบางอันใกล้เป็นจริงเต็มที

สรุปแบบสั้นๆ ว่า คอนทิเนนทัล ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตยางรถยนต์ระดับแถวหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ผลิต และคิดค้นเทคโนโลยีชั้นสูงที่ใช้กันอยู่ภายในรถยนต์ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ หรืออาจเปรียบได้ว่า เขาคือ “ยักษ์ใหญ่ขี้อาย” ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกนั่นเอง

(ขอขอบคุณ คอนทิเนนทัล สำหรับประสบการณ์ ความรู้ และความเป็นกันเองตลอดการเดินทางครั้งนี้)



------------------------------
เรื่องโดย : ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2554
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/CUqxo

บทความที่เกี่ยวข้อง

สื่อสากล แฟมิลี แรลลี ครั้งที่ 13 “หอบความสุข ไปแบ่งปัน”
ALL-NEW HONDA CR-V
TOKYO AUTO SALON 2017 งานชุมนุมรถแต่ง สุดขั้ว !
อัพเดทล่าสุด
23 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th