บทความ

อาซึชิ ฟูจิโมโตะ


ฮอนดา ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัทในประเทศไทย เมื่อปี 2526 และเริ่มผลิตเมื่อปี 2527 ได้รับการยอมรับจากคนไทยจนมียอดขายสูงสุดอันดับ 2 ถึงแม้ว่าจะมีเพียงรถเก๋งเท่านั้น “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ อาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

ฟูจิโมโตะ ร่วมงานกับ ฮอนดา มอเตอร์ ตั้งแต่ปี 2529 และเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารในตลาดที่เป็นยุทธศาสตร์ของ ฮอนดา หลายแห่ง เช่น ตะวันออกกลาง ตุรกี และมาเลเซีย ส่วนประเทศไทยเป้าหมายการทำงานคือ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

 

ฟอร์มูลา : คุณมีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวมปีนี้ ?

ฟูจิโมโตะ : จากเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านมา ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการผลิตระยะหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดก็ยังมีความต้องการ โดยจากภาพรวมของตลาดรวมปีที่แล้ว มีปริมาณมากกว่า 800,000 คัน ซึ่งปีนี้คาดว่าตลาดโดยรวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 900,000 คัน ส่วนบริษัท ฯ ตั้งเป้าจะเติบโตมากกว่า 10 %

 

ฟอร์มูลา : ฮอนดา คาดว่าปีนี้จะมียอดขายโดยรวมเท่าไร ?

ฟูจิโมโตะ : ปีนี้ ฮอนดา ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 125,000 คัน ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกนั้น ยอดขายโดยรวมยังไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้ทำการผลิตรถยนต์ตามปกติ ดังนั้นจะทำให้ยอดขายจนถึงสิ้นปีนี้ จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

ฟอร์มูลา : ช่วงที่เหลือในปีนี้ บริษัท ฯ วางนโยบายและทิศทางไว้อย่างไร ?

ฟูจิโมโตะ : มุ่งเน้นไปที่ลูกค้าเป็นหลัก ตามหลักการของ ฮอนดา ซึ่งช่วงนี้จะติดต่อกับลูกค้าที่สั่งซื้อรถของ ฮอนดา ในช่วงที่ประสบปัญหาสึนามิ ทำให้ลูกค้าต้องรอรถนานกว่าปกติ เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าการแข่งขันในตลาดเป็นรูปแบบใด ?

ฟูจิโมโตะ : สำหรับตลาดในประเทศไทย ภาพรวมในปัจจุบันลูกค้าในกลุ่มผู้ใช้รถพิคอัพ จะเปลี่ยนมาใช้รถเก๋งมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เช่น มาซดา 2/นิสสัน มาร์ช และ บรีโอ ผมมองว่ากลุ่มตลาดรถยนต์ขนาดเล็กก็ยังมีแนวโน้มที่เติบโตเพิ่มขึ้น

 

ฟอร์มูลา : ลูกค้าเลือกใช้รถประเภทใดมากขึ้น เพราะอะไร ?

ฟูจิโมโตะ : ลูกค้าส่วนใหญ่จะมองที่ความประหยัด เนื่องจากราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัจจุบันลูกค้ามีความเข้าใจในตลาดดี ซึ่งนอกจากความประหยัดแล้ว ยังมองที่คุณภาพของรถยนต์อีกด้วย

 

ฟอร์มูลา : ฮอนดา มองเรื่องของพลังงานทางเลือก และมีการเตรียมความพร้อมไว้อย่างไร ?

ฟูจิโมโตะ : รถยนต์ ฮอนดา ที่ผลิตออกมาจำหน่ายทั่วโลก ปัจจุบันมีพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไฮบริด ซีเอนจี แต่สำหรับประเทศไทยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาด ว่ามีความต้องการพลังงานใด

 

ฟอร์มูลา : คุณมีความคิดเห็นอย่างไร ระหว่าง ไฮบริด และซีเอนจี สำหรับตลาดในประเทศไทย ?

ฟูจิโมโตะ: ผมมองว่าความเหมาะสมของตลาดขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล ที่จะให้การสนับสนุน กระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้มากขึ้น ซึ่งในแง่ความต้องการแล้ว ตลาดมีความต้องการทั้ง ไฮบริด และซีเอนจี ไม่ได้ต้องการตัวใดตัวหนึ่ง เพียงแต่ว่ายังมีจำนวนไม่มากนัก

 

ฟอร์มูลา : ในขณะที่คู่แข่งในตลาดมีรถพลังงานทางเลือก แต่ ฮอนดา ไม่มี คุณมีกลยุทธ์ใด ที่จะสร้างความหลากหลายให้สินค้า ?

ฟูจิโมโตะ : ถึงแม้ว่า ฮอนดา จะไม่มีรถประเภทดังกล่าวจำหน่ายในประเทศไทย แต่มีเทคโนโลยีรองรับในสินค้าทุกรุ่น มีการศึกษา และสำรวจตลาดอย่างต่อเนื่อง หากตลาดมีความต้องการ ก็สามารถนำเทคโนโลยีที่มีอยู่นั้น มาพัฒนากับรถยนต์ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าได้เลย

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่ารัฐบาลควรที่จะเอื้อประโยชน์ในด้านใดบ้าง ?

ฟูจิโมโตะ : ความต่อเนื่องของการให้สิทธิประโยชน์ เนื่องจากที่ผ่านมาจะมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ซึ่งหากมองในปัจจุบันในเรื่องของภาษีนั้น ค่อนข้างต่ำ ซึ่งถือว่าเป็นการให้การสนับสนุนที่ดี แต่การประกอบรถยนต์ต้องใช้เวลา ซึ่งหากอยู่ไม่นาน และไม่ต่อเนื่อง ก็ไม่สามารถที่จะสนับสนุนได้

 

ฟอร์มูลา : คุณมีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ?

ฟูจิโมโตะ : โครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่จะประกาศใช้ใหม่นั้น เป็นความคิดที่ดีมาก โดยเฉพาะในเรื่องของรถยนต์ที่ปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ จ่ายภาษีต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเจรจากันให้เกิดความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง มีระยะเวลา

 

ฟอร์มูลา : หลังจาก ฮอนดา เปิดตัว บรีโอ อีโคคาร์ รุ่นแรก ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ?

ฟูจิโมโตะ : รถยนต์ขนาดเล็ก จะมีอัตราเติบโตค่อนข้างดี หลังจากที่เปิดตัว ฮอนดา บรีโอ ทำให้มีลูกค้าให้ความสนใจเข้ามาในโชว์รูมเพิ่มขึ้น โดยแบ่งลูกค้าออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้า ฮอนดา และกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งเห็นได้ว่าลูกค้าให้ความสนใจในตัวสินค้า ซึ่งลูกค้าเหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่จะเป็นลูกค้าของ ฮอนดา ในอนาคตทั้งสิ้น

 

ฟอร์มูลา : ปีนี้จะมีรถยนต์รุ่นใหม่กี่รุ่น ?

ฟูจิโมโตะ : รถยนต์รุ่นใหม่ของ ฮอนดา จะมีแนะนำออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบัน ฮอนดา มีเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายเพียงพอแล้วหรือไม่ ?

ฟูจิโมโตะ : ฮอนดา ได้ประกาศแต่งตั้งผู้จำหน่ายใหม่ 43 ราย เพื่อให้บริการลูกค้าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการต่างๆ ของ ฮอนดา ได้ง่ายขึ้นอย่างครบวงจร โดยเฉพาะในเมืองหลักๆ โดยใช้เงินลงทุนกว่า 1,700 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบัน ฮอนดา มีผู้จำหน่ายทั่วประเทศทั้งสิ้น 194 แห่ง

สำหรับโชว์รูม ฮอนดา ได้มีการออกแบบใหม่ ให้มีสไตล์ร่วมสมัย ให้ความรู้สึกกว้างขวาง โอ่โถง และสามารถโชว์รถยนต์รุ่นต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยมีขนาดแตกต่างกัน ตั้งแต่ 2,400-3,200 ตรม. และขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่มากกว่า 5,600 ตรม. ซึ่งแต่ละแห่งจะใช้งบประมาณเริ่มตั้งแต่ 30-200 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ และสถานที่ตั้ง

สาเหตุของการลงทุนขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศครั้งนี้ เนื่องจากในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จำนวนรถยนต์ ฮอนดา ในประเทศไทยจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น คาดว่าจะต้องให้บริการหลังการขายกับรถยนต์ประมาณ 2,600,000 คัน

 

ฟอร์มูลา : ผู้แทนจำหน่ายที่ขยายเพิ่มขึ้น มีที่ใดบ้าง ?

ฟูจิโมโตะ : ส่วนใหญ่จะเป็นเมืองหลักๆ ได้แก่ กรุงเทพ ฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ และภูเก็ต ซึ่ง ฮอนดา มองว่าพื้นที่เหล่านี้ มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้า ที่มีต่อรถยนต์ขนาดกะทัดรัด ที่มีรูปลักษณ์เท่ มีสไตล์ และประหยัดเชื้อเพลิง รองรับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

 

ฟอร์มูลา : ผู้แทนจำหน่ายรายเดิม จะมีการลงทุนปรับปรุงโชว์รูม และศูนย์บริการหรือไม่ ?

ฟูจิโมโตะ : โชว์รูม และศูนย์บริการเดิม ก็จะมีการปรับปรุงเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากผู้จำหน่าย คือด่านแรกที่จะต้องพบปะกับลูกค้า เพื่อให้วิสัยทัศน์ของ ฮอนดา ที่จะเป็นบแรนด์ที่ได้รับความชื่นชมสูงสุดเป็นจริง สำคัญมากที่จะต้องสร้างสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับลูกค้า ต้องเข้าใจความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า และทำงานให้เหนือกว่าความคาดหวัง ซึ่งต้องแน่ใจว่า ผู้ที่สนใจแวะเยี่ยมชมโชว์รูมของเราทั่วประเทศ จะไม่เพียงแต่ได้รับความพึงพอใจจากสินค้าของ ฮอนดา แต่จะต้องพึงพอใจกับการบริการด้วย

ทั้งนี้ในอนาคต ฮอนดา มีโรงงานผลิต 2 แห่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีกำลังผลิตรวมกัน 240,000 คัน/ปี โรงงาน ฮอนดา ในประเทศไทย นับเป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าสูงสุด และครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค โดยปัจจุบันประกอบและผลิตรถยนต์ ฮอนดา แจซซ์ ซิที ซีอาร์-วี แอคคอร์ด และ บรีโอ

 

ฟอร์มูลา : ฮอนดา มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มในส่วนอื่นอีกหรือไม่ ?

ฟูจิโมโตะ : 3 ปีที่ผ่านมา ฮอนดา ได้ลงทุนเพิ่มในส่วนของโรงงานแห่งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันการลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นการดูแลให้ดีขึ้น

 

ฟอร์มูลา : คุณวางเป้าหมายการบริหารงานสำหรับ ฮอนดา ประเทศไทย อย่างไร ?

ฟูจิโมโตะ : เน้นลูกค้าเป็นหลัก มองว่าถ้าสามารถที่จะสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้ ก็ถือว่าการทำงานประสบความสำเร็จ

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าการบริหารงานในประเทศไทย กับต่างประเทศ มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร ?

ฟูจิโมโตะ : กลุ่มลูกค้าในเมืองไทย มีสไตล์ของตัวเอง มีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าที่จะตามทเรนด์

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เติบโตเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดส่วนใดลดลง ?

ฟูจิโมโตะ : ทุกกลุ่มลดลง ไม่ว่าจะเป็นรถครอบครัว หรือแม้แต่รถพิคอัพ

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าในเมืองไทย จะมีเซกเมนท์ใหม่เกิดขึ้นอีกหรือไม่ ?

ฟูจิโมโตะ : ปัจจุบันกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก คงจะเป็นเซกเมนท์ที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะมีการเปลี่ยนรูปแบบไปตามความต้องการของตลาด

 

ฟอร์มูลา : คุณวางเป้าหมายการทำงานบริหารงานสำหรับเมืองไทยไว้อย่างไร ?

ฟูจิโมโตะ : วางเป้าหมายที่ลูกค้า ที่จะสร้างความพึงพอใจให้ดีที่สุด โดยไม่มีที่สิ้นสุด เพราะลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลง มีความต้องการมากขึ้น พร้อมมีการคาดหวังในสิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2554
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/yZsWH
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th