บทความ

ประชานิยมเรื่องรถ


ไม่รู้ว่าจะหัวเราะ หรือร้องไห้ดี ที่รัฐบาล “ปูจ๋า” อุตสาห์เผื่อแผ่นโยบาย “ประชานิยม” มาถึงวงการยานยนต์ของเราถึง 2 เรื่อง ทั้งลดราคาขายปลีก น้ำมันดีเซล เบนซิน 91, 95 และลดราคารถใหม่ป้ายแดงให้แก่ผู้ซื้อรถคันแรก

เรื่องการลดราคาน้ำมัน ด้วยวิธีงดเก็บเงินสะสมกองทุนน้ำมัน ดูเผินๆ ก็น่าจะดี เพราะทำให้รถซึ่งจำเป็นต้องใช้เบนซินจริงๆ เช่น รถสมรรถนะสูง รถรุ่นเก่า รวมไปถึงรถคลาสสิค และรถโบราณ ได้มีโอกาสเติมในราคาสมเหตุสมผล

 

แต่หากพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ที่ รมต. พลังงาน หน้าใหม่แถลงว่า ต้องการช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ขับขี่จักรยานยนต์ จะเห็นว่าผลที่ได้ห่างกันไกล เพราะรถที่แห่ไปเติมเบนซิน 91, 95 จนเกลี้ยงปั๊มนั้น ส่วนใหญ่เป็นรถเก๋งครับ

 

ที่ร้าย คือ เป็นเก๋งรุ่นใหม่ ที่เติมแกสโซฮอลได้โดยไม่มีปัญหา แต่อุตส่าห์มา “ขโมยซีน” แย่งเติมเบนซิน ทั้งๆ ที่ราคาก็ยังแพงกว่าแกสโซฮอลอยู่เล็กน้อย

 

ลงท้ายคนที่ได้ประโยชน์จากการลดราคาเบนซิน ก็ไม่ใช่คนยากคนจนอย่างที่ท่านอ้าง ที่ตลกดี คือ ผมว่าเจ้าของรถเก๋งที่แห่ไปเติมเบนซินกัน โดยเฉพาะในกรุงเทพ ฯ ส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกพรรคปูจ๋าหรอกนะครับ

 

แม้แต่อานิสงส์จากการลดราคาดีเซลถึงลิตรละ 3 บาท ก็ดูเหมือนจะไม่ถึงมือผู้ยากไร้สักเท่าไร เพราะเจ้าของรถดีเซลส่วนหนึ่ง ไม่ได้ใช้รถในเชิงพาณิชย์ ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่งอย่างเจ๊อะไรนั่นที่รับ

 

ประโยชน์ไปเต็มๆ ยัง “เชิดใส่” ไม่มีทีท่าว่าจะ “เผื่อแผ่” ผลบุญลงมายังผู้บริโภคเลยสักนิด สรุปแล้ว การลดราคาเบนซิน และดีเซลที่รัฐบาลบอกเป็นมาตรการชั่วคราว และหวังผลระยะสั้น ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ “อ้าง” แต่จะมี และบรรลุวัตถุประสงค์ที่ “แอบ” ไว้หรือเปล่า คงต้องรอดูกันต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ผลระยะสั้นของมาตรการนี้ ยังไม่สำคัญเท่าผลระยะยาว ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเห็นตรงกันว่า ยิ่งลากไปไกลเท่าไร จะยิ่งกระทบกระเทือนต่อนโยบายพลังงานของประเทศที่มุ่งสนับสนุนพลังงานทดแทนมากขึ้นเท่านั้น

 

ส่วนมาตรการเรื่อง “รถคันแรก” นั้น อย่าคิดว่าผู้ผลิตรถเขาจะกด LIKE ให้นะครับ หลายคนกังวลว่ามาตรการนี้จะสร้างความต้องการปลอมๆ ขึ้น ซึ่งแม้จะรู้ทั้งรู้ แต่บริษัทรถยนต์ก็จำเป็นต้องสนองตอบด้วยการเพิ่มกำลังผลิต ซึ่งอันนี้แหละของจริง ลงทุนจริง จ้างคนจริง ปัญหาคือพอความต้องการปลอมหมดไป จะทำอย่างไรกับของจริงที่ยังคงอยู่

 

ทางที่ดี คือ ปล่อยให้ตลาดรถมันเติบโตไปตามธรรมชาติดีกว่าครับ การคาดการณ์และวางแผนการลงทุนเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตอยู่แล้ว ผิดพลาดอย่างไรเขารับผิดชอบเอง ส่วนรัฐบาลช่วยทำให้ปัจจัยทั้งหลายมันเอื้ออำนวยต่อการเติบโตเท่านั้นก็เกินพอ

 

น่าแปลกที่นอกจาก “วีซา” แล้ว รัฐบาลปูจ๋าพยายามให้ในสิ่งที่ผู้รับเขาไม่ต้องการทั้งสิ้น ซึ่งอาจจะแปลว่า ยังเป็นมือใหม่ หรือแปลว่าอาจจะมี “ผู้รับที่มองไม่เห็น” อยู่เบื้องหลังก็ได้

 

ที่แน่ๆ ทุกมาตรการตอนนี้ ล้วนเชิญชวนให้ “หัวเราะ” ก่อน ระวัง “ร้องไห้” ทีหลัง จะดังกว่านะครับ !



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2554
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mRJH8
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th