บทความ

PORSCHE BOXSTER E


ที่จริงรถไฟฟ้าไม่ใช่ของใหม่ รถไฟฟ้าเคยเป็นที่นิยมกันมาก่อนแล้วในช่วงหลังของศตวรรษที่19 และช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 อย่างไรก็ตาม พัฒนาการอย่างรวดเร็วของเครื่องยนต์สันดาปภายใน และราคาที่ต่ำลงมากเพราะกระบวนการผลิตอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่าMASS PRODUCTION และเรียกเป็นภาษาไทยที่ไม่ค่อยติดปากว่า มวลผลิต ทำให้รถไฟฟ้าหายหน้าหายตาไป ตราบจนกระทั่งเมื่อเกิดปัญหาพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ไม่อาจละเลยได้อีกแล้ว รถไฟฟ้าจึงพลิกฟื้นคืนชีพขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่แทบทุกรายล้วนทุ่มเทเงินทองจำนวนมหาศาลในการออกแบบและพัฒนารถไฟฟ้า ไม่มีเว้นแม้แต่ผู้ผลิตรถสปอร์ทเลื่องชื่ออย่าง โพร์เช ประจักษ์พยานล่าสุดที่ยืน

ยันการเอาจริงเอาจังของยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถสปอร์ทสัญชาติเยอรมันรายนี้ในการพัฒนารถไฟฟ้าคือ โพร์เช บอกซ์สเตอร์ อี (PORSCHE BOXSTER E) ที่นำมาให้ชมกันในเดือนนี้

เป็นรถแนวคิดหรือรถต้นแบบ ที่ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองเบียร์ทำขึ้นเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตรถสปอร์ทที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ซึ่งต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงใดๆ ไม่ได้เป็นรถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่ดัดแปลงจากรถสปอร์ทเปิดประทุน โพร์เช บอกซ์สเตอร์ (PORSCHE BOXSTER) ที่คนรักรถสปอร์ททั่วโลกรู้จักกันดี เหตุใดจึงเลือกรถแบบนี้ ? ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองเบียร์ให้อรรถาธิบายว่า โพร์เช บอกซ์สเตอร์ เหมาะสมที่สุดกับระบบขับด้วยพลังไฟฟ้า เพราะเป็นรถวางเครื่องกลางลำ มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำ และมีน้ำหนักเบา ทำให้สามารถบรรจุมอเตอร์ไฟฟ้าแบทเตอรีและอุปกรณ์ไฟฟ้าไฮเทคต่างๆ ไว้ในตัวรถ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายเมื่อเกิดการชน อ่านคำอธิบายแล้วก็รู้สึกงงๆ อยู่เหมือนกัน เพราะดูไม่ค่อยจะเป็นเหตุเป็นผลสักเท่าไร

ทำระบบขับเป็น 2 แบบ คือ ขับทุกล้อกับขับเฉพาะล้อคู่หลัง แบบขับทุกล้อใช้ชุดขับ 2 ชุด ชุดที่ขับล้อคู่หลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 90 กิโลวัตต์/122 แรงม้าและชุดอีเลคทรอนิคควบคุมการทำงาน ติดตั้งอยู่ตรงตำแหน่งซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของระบบเกียร์และระบบไอเสีย ส่วนชุดที่ใช้ขับล้อคู่หน้าก็เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 90 กิโลวัตต์/122 แรงม้า พร้อมชุดควบคุมเช่นเดียวกัน แต่ติดตั้งอยู่ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นถังเชื้อเพลิงความจุ 64 ลิตร นอกจากนั้น เพื่อให้ได้เสถียรภาพและแรงขับสูงสุด ก็มีการติดตั้งชุดควบคุมการทำงานกลาง หรือ CENTRAL ELECTRIC CONTROL ไว้ด้วย เพื่อประสานการทำงานของชุดขับทั้ง 2 ชุด ควบคุมแรงบิดที่ส่งทอดไปยังล้อแต่ละคู่

ส่วนแบทเตอรีเพื่อป้อนพลังไฟให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ชุด เป็นแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งมีน้ำหนักตัว 341 กก. และติดตั้งตรงตำแหน่งซึ่งเคยเป็นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ แบทเตอรีดังกล่าวนี้ประกอบด้วย 440 เซลล์ แต่ละเซลล์มีแรงดัน 3.3 โวลท์ และมีความจุ 20 แอมป์ชั่วโมง ได้พลังงานรวม 29 กิโลวัตต์ชั่วโมง การประจุไฟด้วยไฟบ้านต้องใช้เวลายาวนานถึง 9 ชั่วโมง แต่จะเร็วกว่านี้ถ้าใช้วิธี RAPID CHARGING หรือ “ประจุด่วน” ซึ่งต้องกระทำในสถานที่ที่จัดไว้โดยเฉพาะ การประจุไฟเต็มหม้อแต่ละครั้ง โพร์เช บอกซ์สเตอร์ อี ขับทุกล้อ ซึ่งมีน้ำหนักตัวประมาณ 1,600 กก. และมีแรงบิดสูงสุด 540 นิวตัน-เมตร (55.1 กก.-ม.) ตั้งแต่รอบหมุนแรกของมอเตอร์ จะวิ่งได้ไกลประมาณ 170 กม. โดยสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.5 วินาที และความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ระดับ 200 กม./ชม.เพราะถ้าเร็วกว่านี้ จะเปลืองไฟมากเกินไป

ส่วนแบบขับล้อหลังมีชุดขับเพียงชุดเดียว เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 90 กิโลวัตต์/122 แรงม้า ซึ่งให้แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร (27.6 กก.-ม.) สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม.

เนื่องจาก โพร์เช บอกซ์สเตอร์ อี ทั้ง 2 แบบนี้ วิ่งโดยแทบไม่มีเสียง ทีมวิศวกรของยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองเบียร์ จึงออกแบบระบบเสียงเทียม ซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ACTIVE SOUND DESIGN SYSTEM ไว้ด้วย เพื่อเป็นเสียงเตือนทั้งผู้ขับรถและคนเดินถนน



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2554
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/B6AaD
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th