บทความ

ตลาดอินโดนีเซีย จะได้ยลโฉม มีนี คูเพอร์


ปลายเดือนกรกฎาคม ยาซูชิ มินามิ นายใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการของ โตโยตา เอเชียแปซิฟิค (TOYOTA MOTOR ASIA PACIFIC ENGINEERING AND MANUFACTURING CO. LTD) ให้สัมภาษณ์เชิงส่งสัญญาณกลายๆ ว่า จะให้ความสำคัญกับอินโดนีเซีย และอินเดีย ในฐานะตลาดอันดับต่อไปที่ โตโยตา จะหันไปลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากจำนวนประชากรจำนวนมหาศาลของประเทศทั้ง 2 นั้น แม้จะบอกว่าการผลิตในไทย ก็ยังมีความสำคัญอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคู่แข่งตัวเป็นๆ ที่น่ากลัวได้เกิดขึ้นแล้ว

 

ส่วนช่วงกลางเดือนกรกฎาคมเช่นกัน ข่าวจากบริษัทที่ร่วมทุนกับ บีเอมดับเบิลยู ในอินโดเนเซีย PT BAYERISCHE MOTOREN WERKE AG ก็ออกมาที่ CIPUTRA MARKETING GALLERY จาการ์ตา ว่าในปลายเดือนกรกฎาคม จะมีการวางตลาด รถยนต์ มีนี คูเพอร์ ถึง 3 โมเดล เพราะถึงเวลาแล้วที่ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศนี้ จะได้ชื่นชมกับรถยนต์สุดฮิพคันนี้ รถยนต์ที่เล็กกระทัดรัด แต่แฝงพลัง และสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ แสดงตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

 

อินโดนีเซีย กำลังกลายเป็นสาวโสภาที่หนุ่มๆ ชาติต่างๆ กำลังหมายปอง ด้วยการเมืองที่สงบนิ่งตลาดที่เติบโต แรงงาน ราคาถูก ทำให้ใครๆ ก็อยากเข้าไปลงทุน บริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่กำลังมองหาช่องทางที่จะเข้าไปตั้งฐานการผลิตกัน นอกจากนี้เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ก็เป็นโอกาสของสินค้าอิมพอร์ทต่างๆ ด้วยเช่นกัน

 

ราเมช ดิฟยานาธัน ประธานของบริษัท ฯ ได้แถลงข่าวมีใจความว่า “เศรษฐกิจของอินโดนีเซียกำลังเติบโตเป็นอย่างดี และถึงเวลาแล้วที่ มีนี คูเพอร์ จะได้เข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียเสียที” ส่วนวันเปิดตัวจะเป็นเมื่อไรนั้น ราเมช ไม่ได้บอก บอกแต่ว่าทาง บีเอมดับเบิลยู จะมาสนับสนุนการขาย ทำการตลาด และการบริการเต็มที่ ซึ่งก็หมายความว่าฝ่ายบริการ จะมีพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างดี และมีคุณภาพ รวมทั้งอะไหล่ ก็จะมีวอรันตีด้วยยังไม่เป็นที่ทราบกันว่า ที่มาทำตลาดในอินโดนีเซีย จะเป็นเครื่องยนต์ใช้น้ำมัน หรือน้ำมันดีเซล โดยปกติแล้วเจ้า มีนี คูเพอร์ ร่างจิ๋วแต่พลังแรงนี้ จะมาในเครื่องดีเซลขนาด 1.6 ลิตร (1,590 ซีซี) และ 2.0 ลิตร (1,995 ซีซี) แต่ทั้ง 2 ขนาดให้พลัง และแรงบิดเท่ากัน คือ 112 แรงม้า และแรงบิด 27.5 กก.-ม.

 

ส่วนขนาดของมัน คือ แบบ 5 ประตู นั่งได้ 5 คน และมีแบบ 2 ประตู กับ 3 ประตู สำหรับผู้โดยสาร 4 คน แบบ 5 ประตู รุ่น คันทรีแมน และ คลับแมน มีความยาว 3,961 มม. ถึง 4,095 มม. ส่วนรุ่นที่เล็กกว่า คือ มีนี คูเพอร์ ดี, คูเป และดี คอนเวอร์ทิเบิล มีความยาว 3,723 มม

 

โรงงาน พีที บีเอมดับเบิลยู อินโดนีเซีย ใช้เงินลงทุน 100 พันล้านรูเปีย หรือ 11.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ภายในเวลา 2 ปีข้างหน้า เพื่อปรับปรุงสายการผลิตเพื่อรองรับการผลิตรถ บีเอมดับเบิลยู รุ่นใหม่ๆให้ได้จำนวนมากขึ้น รวมทั้งเริ่มผลิต มีนี คูเพอร์ ด้วย

 

โรงงานแห่งนี้ คือ ฐานสำคัญที่ทำให้ตลาดขายรถหรูหราในอินโดนีเซียเติบโตขึ้นอย่างมาก ภายใน 4 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายก็โตจากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 28

 

ราคาเริ่มต้นของ มีนี คูเพอร์ ในตลาดอินโดนีเซีย เริ่มจาก 500-700 ล้านรูเปีย หรือ 58,609-82,053 เหรียญสหรัฐ ฯ

 

อินโดนีเซีย มีประชากร 238 ล้านคน ทำให้กลายเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคนี้ เฉพาะในงานมหกรรมยานยนต์จาการ์ตา ก็ได้รับยอดสั่งซื้อ 20 คันเข้าไปแล้ว นับว่าไม่เลวเลย

 

ไม่เฉพาะในอินโดนีเซียเท่านั้น ทั่วโลกยอดขายของ มีนี คูเพอร์ ก็เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 เพียงในครึ่งปีแรกของปีนี้ มีนี คูเพอร์ ก็ขายได้แล้ว 141,913 คัน

 

หันมาดูประเทศไทยบ้าง เราทำยอดเกินหน้าเกินตาประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียแปซิฟิค คือ ขายได้ถึง 407 คัน ในขณะที่มาเลเซีย ขายได้ 222 คัน ส่วนฟิลิปปินส์ ขายได้ 145 คัน และขนาดสิงคโปร์ที่รวยหนักหนากว่าเรา ยังขายได้เพียง 225 คัน

 

น่าสังเกตว่าไทยเราเอาชนะได้แม้แต่ประเทศที่มีประชากรมากกว่าอย่างอินโดนีเซีย และประเทศที่ร่ำรวยกว่าอย่างสิงคโปร์ คนไทยมีคนรวยแอบแฝงอยู่มากจังนะ

 

สำหรับในครึ่งปีแรกของปีนี้ยอดขายรถยนต์ในอินโดนีเซียเติบโตขึ้นร้อยละ 12 คือ มียอดขายที่ 415,276 คัน นี่เป็นตัวเลขจาก โตโยตา มอเตอร์ ในอินโดนีเซีย ไม่ว่าในประเทศไหน โตโยตา ก็รับหน้าที่พี่ใหญ่ แถลงตัวเลขยอดรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งนั้น

 

เมื่อหันมาดูตัวเลขเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ก็ปรากฏว่าจะสูงกว่าไทย ในขณะที่เราคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตแค่ร้อยละ 3.5 ของอินโดนีเซีย ปาเข้าไปร้อยละ 6.3-6.8 คือ สูงกว่าปีที่แล้วที่เคยอยู่ที่ร้อยละ 6.1 นี่เป็นตัวเลขจากธนาคารแห่งชาติอินโดนีเซียค่ะ

 

ก็อีกหน่อยเศรษฐีอินโดนีเซียอาจจะขี่ มีนี คูเพอร์ โฉบไปเฉี่ยวมาเต็มถนนหนทางมากกว่าที่เห็นในประเทศไทยก็ได้นะคะ



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2554
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7y691
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th