บทความ

มีแต่ข่าวดี


จบตัวเลขการขายรอบครึ่งปีไปแล้ว อย่างสวยงาม โดยความวุ่นวาย หรือผลกระทบจากการขาดแคลนชิ้นส่วน ก็หมดไป อุตสาหกรรมยานยนต์บ้านเรา ก็กลับมาก้าวเดินไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง ทั้งข่าวคราวที่เข้ามาสู่วงการ ก็มีแต่เรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้

 

รวมทั้งการตั้งรัฐบาลใหม่ ที่เห็นแววว่าจะรุกในเรื่องการผลิตยานยนต์ เพื่อส่งจำหน่ายทั่วโลกอย่างแน่นอน เพราะจะเป็นรายได้เป็นกอบเป็นกำเข้าประเทศ

 

ขอเล่าเรื่องดีๆ เรื่องแรก เป็นรายงานจาก เจดี เพาเวอร์ เอเชีย แปซิฟิค เปิดเผยผลการศึกษา ประสิทธิภาพของศูนย์บริการ ที่สามารถปรับปรุงตามมาตรฐานการให้บริการหลังการขาย ได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2553

 

5 ปัจจัยหลัก ที่ใช้เป็นหัวข้อสอบถามเจ้าของรถยนต์ใหม่ ตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ คุณภาพการให้บริการ การรับรถคืน ผู้ให้คำปรึกษาด้านบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการ และการเริ่มต้นการให้บริการ ค่าดัชนีดังกล่าวคำนวณจากการให้คะแนนด้านการบริการลูกค้า โดยมีคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวมของปี 2554 อยู่ที่ 827 ซึ่งดีขึ้น 4 คะแนนจาก ปี 2553

 

สำหรับผลการศึกษาวิจัยรถ 9 ยี่ห้อ ได้มาจาก การประเมินคำตอบของเจ้าของรถยนต์ใหม่ จำนวน 2,761 ราย โตโยตา ครองอันดับสูงสุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ด้วย 838 คะแนน โดยสามารถทำคะแนนได้ดีเป็นพิเศษ 4 ข้อ จาก 5 ข้อ ของปัจจัยหลัก คือ การเริ่มต้นการให้บริการ ผู้ให้คำปรึกษาด้านบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการ และคุณภาพการให้บริการ

 

การสามารถปฏิบัติได้ตามมาตรฐานการให้บริการที่เพิ่มขึ้น มีผลให้เกิดความพึงพอใจต่อลูกค้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีก และรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อศูนย์บริการ โดยเฉพาะเมื่อหมดระยะรับประกัน

 

ซึ่งทำให้เจ้าของรถ มีความรู้สึกดีๆ เมื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ แม้ว่าจะต้องควักกระเป๋าเยอะหน่อยก็ตามทีเรื่องดีๆ เรื่องที่ 2 กลุ่มบริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด ประกาศแต่งตั้งทีมผู้บริหารใหม่ของกลุ่มบริษัท ฯ นำทีมโดย พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ แถลงนโยบายและทิศทางการบริหาร ที่จะนำพาให้กลุ่มบริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด ก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคตด้วยความมั่นคงยิ่งขึ้น

 

ที่นี่ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ที่จะกลับเข้าสู่วงการอย่างจริงจังเสียที หลังจากนั่งอยู่เบื้องหลังมาพอสมควรแล้ว

 

อีกเรื่องหนึ่ง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตกลงรับผลิต รถกระบะ นิสสัน นาวารา รถกระบะ 1 ตัน รุ่นล่าสุดของ นิสสัน ณ โรงงานผลิตรถยนต์ มิตซูบิชิ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง โดยข้อตกลงดังกล่าว จะเริ่มอย่างเป็นทางการในปี 2555 นี้ หลังจากที่ทั้งคู่ เริ่มมีความร่วมมือกันในประเทศญี่ปุ่นมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยพัฒนารถยนต์ขนาดเล็ก สำหรับจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นของทั้ง 2 บริษัท เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา

 

แต่การขายและบริการ จะยังคงแยกขาด ตัวใคร ตัวมัน เหมือนเดิมใช่ไหมเอ่ย เรื่องดีอีกเรื่อง ท่านประธานคณะกรรมการพัฒนายานยนต์ของ ราชยานยนต์สมาคม ท่านเอ่ยปากมาแล้ว ว่ามีแววที่จะเริ่มสร้างสนามแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน ในเมืองไทย ได้สักที เอาให้จริงจังเสียทีเถอะครับ ผมจะได้มีโอกาสเห็นไหมเนี่ย

 

สรุปยอดขายรถยนต์เดือนมิถุนายน ขายกันทั้งตลาด 70,259 คัน ลดลง 0.4 % โดยยอดรวม 6 เดือน ขายกัน 432,012 คัน เพิ่มขึ้น 21.1 % ทำให้คาดกันว่าปีนี้ทั้งตลาดจะมียอดขายเฉียดฉิวแถว 900,000 คันแน่นอน

 

ตำแหน่งแชมพ์ประจำเดือน ยังคงเดิม โตโยตา 25,298 คัน ลดลงเล็กน้อย 6.1 % ส่วนแบ่งตลาด 36.0 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 12,888 คัน เพิ่มขึ้น 1.6 % ส่วนแบ่ง 18.3 % อันดับสาม มาแปลก มิตซูบิชิ ขาย 6,690 คัน เพิ่มเยอะ 88.9 % ส่วนแบ่ง 9.5 % อันดับสี่ นิสสัน ขาย 6,033 คัน ลดลง 17.8 % ส่วนแบ่ง 8.6 % และอันดับห้า ฮอนดา ขายเพียง 5,037 คัน ลดลง 59.8 % ส่วนแบ่ง 7.2 %

 

ยอดขาย 6 เดือน โตโยตา ขาย 155,947 คัน อีซูซุ ขาย 80,029 คัน ฮอนดา ขาย 46,370 คัน นิสสัน ขาย 36,788 คัน และ มิตซูบิชิ ขาย 34,785 คัน

 

แยกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง ขายเดือนเดียวได้ 31,711 คัน เพิ่มนิดเดียว 0.1 % แต่พอรวม 6 เดือน ขาย 186,922 คัน เพิ่มเยอะ 27.3 %

 

แชมพ์ประจำรุ่น โตโยตา ขายเดือนเดียว 13,386 คัน เพิ่มขึ้น 17.9 % ส่วนแบ่ง 42.2 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 4,689 คัน ลดเยอะ 57.3 % ส่วนแบ่ง 37.2 % ที่สาม นิสสัน ขาย 4,324 คัน เพิ่มขึ้น 20.9 % ส่วนแบ่ง 13.6 % ที่สี่ มาซดา ขาย 3,162 คัน เพิ่ม 9.6 % ส่วนแบ่ง 10.0 % และอันดับห้า ฟอร์ด ขาย 2,209 คัน เพิ่มเยอะ 1,075 % ส่วนแบ่ง 7.0 %

 

แชมพ์เสียภาษียอดเยี่ยม โลทัส ขาย 5 คัน, ลัมโบร์กินี ขาย 2 คัน แฟร์รารี ขาย 2 คัน โพร์เช แจกวาร์ มิตซูโอกะ เบนท์ลีย์ ขายเจ้าละคัน

 

แยกเป็นประเภทรถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ เจ้าตลาดยังเป็น โตโยตา ขายได้ 834 คัน ตามด้วย อีซูซุ 188 คัน นิสสัน 168 คัน

 

รถเพื่อการพาณิชย์ รถบรรทุก ขายทั้งตลาดได้ 3,370 คัน ลดลง 16.4 % เจ้าตลาดยังคงเป็น อีซูซุ ขายนำโด่ง 1,092 คัน เพิ่ม 42.4 % ส่วนแบ่ง 32.4 % ที่สอง โตโยตา ขาย 921 คัน ลดลง 27.3 % และ ฮีโน ขาย 838 คัน ลดลง 0.2 % ส่วนแบ่ง 24.9 %

 

รถอเนกประสงค์อื่นๆ หรือรถแวน ขาย 6 เดือนได้ 11,169 คัน เพิ่มขึ้น 0.5 % มี โตโยตา ขายมากกว่าเพื่อน 921 คัน ลดลง 52.5 % ที่สอง ฮันเด เร่งเครื่องได้ 297 คัน เพิ่ม 28.0 %
ก็ได้แต่คาดหวังว่า ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะมีแต่เรื่องดีๆ ตามเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย วงการจะได้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงจริงจังเสียที



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2554
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/6CkkU
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th