บทความ

ไม่กลัวน้ำท่วม


คงเห็นตัวเลขการขายในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมากันบ้างแล้ว ว่า ยอดการขายหนนี้ ลดลงไปเพียง10.2 % แต่ยอดรวม 5 เดือน ยังคงเพิ่มขึ้น 26.4 % ขายกันได้ 361,753 คัน โดยไม่มีทีท่าว่าถึงจะมีเหตุการณ์ภัยภิบัติในบางพื้นที่ของบ้านเรา แต่ตัวเลขการขายก็ไม่ได้เกรงอกเกรงใจอะไรเลย

 

ยิ่งเดือนมิถุนายนนี่ หลายโรงงานก็กลับมาเริ่มการผลิตได้ตามปกติ หลังชิ้นส่วนจากประเทศญี่ปุ่นค่อยทยอยส่งมาอย่างสม่ำเสมอ ก็เชื่อใจกันได้เลยว่าตัวเลขครึ่งปี ปีนี้ ยังสวยหรูแน่นอน

 

สรุปได้ว่า 6 เดือนนี่ กำลังซื้อของผู้บริโภคดีขึ้น โดยเฉพาะทางภาคการเกษตร ที่ราคาสินค้าเกษตรยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ประกอบกับรูปแบบสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่หลากหลาย โฆษณาเชิญชวนกันมากมาย แถมเดี๋ยวนี้ ส่งค่างวดรถยนต์ได้แบบ ลดต้นลดดอก อีก ยอดก็ยิ่งไปกันฉิว แถมความนิยมอย่างต่อเนื่องในรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ยิ่งทำให้ตัวเลขไปกันแบบสบายๆ

 

ยอดเดือนมิถุนายนนี่ ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักเป็นผลจากการที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น สามารถกลับมาผลิตเป็นปกติได้อีกครั้ง ประกอบกับงบประมาณที่ใช้ในการเลือกตั้งและหาเสียง ช่วยเสริมสภาพคล่องของระบบเศรษฐกิจ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก็ยังดี

 

แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่อีกเล็กๆ เพราะบังเอิญเกิดอุทกภัยทางภาคเหนือ จังหวัดน่าน แพร่ สุโขทัย ท่วมในพื้นที่ภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นผลกับยอดขายของรถยนต์ในแถบนั้นแน่นอนอยู่แล้ว

 

ก็หวังว่าจะไม่กระทบกระเทือนมากสักเท่าไร

 

ส่วนผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบ ที่เพิ่มสูงปรี๊ดไปกว่าบาร์เรลละ 140 เหรียญสหรัฐ ฯ แล้ว ก็คาดว่าคงเป็นระยะสั้นๆ เท่านั้น เพราะฟากทางกระทรวงพลังงาน ไม่วิตกกังวลอะไรสักเล็กน้อยประมาณการเอาไว้ว่า ครึ่งปีหลังนี่ คงขึ้น/ลงอยู่แถวๆ 105 ถึง 120 เหรียญสหรัฐ ฯ เท่านั้น ก่อนไปถึงรายงานตัวเลข มาดูความรู้ทั่วไปกันเล็กน้อย หนนี้ว่าด้วยเรื่อง ป้ายทะเบียนรถรุ่นใหม่ ที่คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า หลักสังเกตกันง่ายๆ ก็คือ เพิ่มตัวเลขเข้าไปข้างหน้าอีก 1 ตัว ที่เหลือแบบเดิม คือ ตัวอักษรเลขคู่ ตามด้วยเลขทะเบียน 4 หลัก หลักการเดียวกัน ทั้งรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ แต่ของมอเตอร์ไซค์ เป็น 3 บรรทัด

 

ปัจจุบัน ป้ายทะเบียนรถเก๋งมาถึงหมวด ญภ ซึ่งหมวดนี้จะใช้ไปจนถึง ญฮ 9999 แล้วเริ่มใหม่เป็น ฆก ไปจนจบ ฆฮ 9999 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี ก็เลยต้องมีการเตรียมการกันก่อน และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาไปเรียบร้อยเมื่อต้นเดือนมิถุนายนแล้ว จากสถิติการจดทะเบียนรถใหม่ ป้ายแดงเมื่อปีที่แล้ว มีรถที่จดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้นจำนวน 1,411,439 คัน เฉลี่ยเดือนละ 282,288 คัน ก็เลยเป็นที่มาของการเตรียมงาน

 

ส่วนเรื่องนี้ยังไม่ได้เตรียม แต่มีคนแอบฝากมาถึงรัฐบาลชุดใหม่ด้วย สืบเนื่องจาก ความไม่มั่นคงของการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ว่ามันมีสาเหตุอย่างนี้

 

เรื่องแรก มีการพึ่งพาแกสธรรมชาติ มากจนเกินไป

 

เรื่องที่ 2 ราคาแกสธรรมชาติ และ แอลเอนจี ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน

 

และ การต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จากพลังงานหลากชนิด

 

เล็งดูแล้วก็คงต้องสร้างโรงไฟฟ้าแบบใช้แกสเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

 

รัฐมนตรีใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงาน กรุณาทบทวนด้วยนา ที่ลอคราคาแกส ซีเอนจี เอาไว้ตั้งนานน่ะ มันจะทำให้โครงสร้างบิดเบือนนาขอรับกระผม

 

กลับมาเรื่องตัวเลข มาตรวัด เดือนพฤษภาคม ที่สามารถจำหน่ายได้ 55,851 คัน ลดลง 10.2 % แต่โดยยอดรวม 5 เดือน ยังคงดีขึ้น 26.4 % ทำได้ 361,753 คัน โดยที่เล็งกันว่า สิ้นปีนี้ มีทางได้เห็น ตัวเลขเกิน 8 แสนคัน แน่นอน

 

ยอดรวม 5 เดือน ขายเพิ่มขึ้น 26.4 % ขายได้ 361,753 คัน

 

แบ่งเป็นประเภทรถยนต์นั่ง ขายลดลงเยอะ 16.9 % เพราะไม่มีรถส่งมอบ ขายได้แค่ 22,306 คัน แต่รวม 5 เดือนก็ยังคงเพิ่มขึ้น 34.8 % ขายได้ 155,194 คัน

 

ตำแหน่งแชมพ์รถยนต์นั่งประจำเดือน ยังได้แก่ โตโยตา ขาย 6,240 คัน ลดลง 42.6 % ส่วนแบ่ง 28.0 % อันดับสอง นิสสัน ขาย 4,060 คัน เพิ่มขึ้น 77.6 % ส่วนแบ่ง 18.2 % อันดับสาม ฮอนดา ขาย 3,418 คัน เพราะไม่มีรถส่งมอบเหมือนกัน ลดเยอะ 59.4 % ส่วนแบ่ง 15.3 % อันดับสี่ มาซดา ขาย 2,594 คัน ลดลง 8.1 % ส่วนแบ่ง 11.6 % อันดับห้า ฟอร์ด ขาย 2,016 คัน เพิ่มสบายๆ 1,360.9 % ส่วนแบ่ง 9.0 %

 

ผู้เสียภาษียอดเยี่ยม โพร์เช ขาย 4 คัน แจกวาร์ โลทัส มาเซราตี ขายเจ้าละ 2 คัน และ ลัมโบร์กินีแฟร์รารี ขายเจ้าละคัน

 

ประเภทรถกระบะ 1 ตัน เจ้าตลาดยังเหนี่ยวแน่นที่ อีซูซุ 11,085 คัน ตามด้วย โตโยตา 4,493 คัน และ มิตซูบิชิ 3,977 คัน

 

ประเภทรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ผู้นำตลาดยังคงเป็น โตโยตา เช่นเดิม 439 คัน ตามด้วย อีซูซุ 202 คันและ มิตซูมิชิ 139 คัน

 

ประเภทรถเพื่อการพาณิชย์ ยอดขายไม่ตกเลย กลับเพิ่มขึ้น 25.2 % ขายได้ 2,185 คัน โดยรวม 5 เดือน ขายเพิ่ม 33.3 % ได้ 11,092 คัน มี อีซูซุ ขายได้มากสุด 1,250 คัน เพิ่มขึ้น 47.4 % ส่วนแบ่ง 57.2 % ที่สอง ฮีโน ขาย 732 คัน เพิ่ม 4.3 % ส่วนแบ่ง 33.5 % ที่สาม โวลโว ขาย 86 คัน เพิ่ม 3.6 % ส่วนแบ่ง 3.9 %

 

รถอเนกประสงค์อื่น หรือรถแวน ขายลดลง 38.4 % รวม 1,162 คัน โดย โตโยตา ยังขายได้มากสุด 546 คัน แต่ก็ลดลงเยอะ 66.2 %



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2554
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/C3j5X
อัพเดทล่าสุด
20 Jun 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,190,000
2.
1,079,000
4.
1,269,000
5.
765,000
6.
640,000
7.
1,475,000
8.
14,790,000
9.
1,180,000
10.
970,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th