บทความ

ตรวจเชคเครื่องยนต์ด้วยตัวเอง


พอเห็นชื่อเรื่อง บางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า เราไม่ใช่ช่างจะทำได้หรือ 4WHEELS ขอบอกว่า “ทำได้แน่ๆ” ต่อให้เป็นสุภาพสตรี ก็ยังไหว หลายคนถอยรถป้ายแดงออกมา คิดว่ารถใหม่คงไม่ต้องดูแลอะไร ถึงระยะแล้วค่อยเข้าศูนย์บริการ คิดแบบนี้ถือว่าเสี่ยงมาก มีรถจำนวนไม่น้อยที่เกิดความผิดปกติระหว่าง 1-2 เดือนแรก อย่าไว้ใจรถใหม่มากเกินไป กันไว้ดีกว่าแก้ครับ
การตรวจเชครายวัน

เริ่มด้วยระดับน้ำมันเครื่อง ก่อนตรวจเชคต้องวอร์มเครื่องประมาณ 5 นาที แล้วค่อยดับเครื่อง หลังจากนั้นให้ดึงก้านวัดขึ้นมา เช็ดให้สะอาดครั้งหนึ่งก่อน แล้วจึงเสียบกลับเข้าไปแล้วดึงขึ้นมาอีกที คราวนี้ระดับน้ำมันเครื่องต้องอยู่ระหว่างตัว E กับ F จึงถือว่าใช้ได้ ถ้าต่ำหรือสูงเกินกว่านี้ ต้องเปลี่ยนถ่าย หรือเติมน้ำมันเครื่องใหม่ให้อยู่ที่ระดับ F พอดี

ต่อมาเป็นการเชคระดับน้ำในถังน้ำสำรอง ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกว่า หม้อน้ำมีการรั่วซึมหรือไม่ หากระดับน้ำไม่เปลี่ยนแปลง แสดงว่าหม้อน้ำยังปกติอยู่

ระดับน้ำมันเบรค ต้องอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ (ระหว่าง MIN และ MAX)

ท้ายสุดให้ก้มดูที่พื้นใต้ท้องรถ ดูสิว่ามีน้ำมันหยดลงพื้นหรือไม่ เช่น แทงค์น้ำมันเครื่อง เป็นต้น ถ้ามีต้องนำรถเข้าตรวจเชคด่วน

 

การตรวจเชครายสัปดาห์

ทำเช่นเดียวกับรายวัน แต่เพิ่มการตรวจกรองอากาศ โดยดูว่าสกปรกมากหรือไม่ หากสกปรกมากก็ถอดออกมาเป่า โดยเป่าจากด้านในออกด้านนอก

ตรวจระดับน้ำกลั่น ดูว่าต่ำกว่าขีดที่ด้านข้างของแบทเตอรีหรือไม่ ถ้าต่ำกว่าก็เติมเพิ่มเข้าไปให้พอดี ห้ามเติมจนล้นเด็ดขาด เพราะน้ำกรดอาจทำลายสีเสียหายได้

ตรวจดูท่อยางต่างๆ ว่ามีการปริ/แตกหรือไม่ สุดท้ายตรวจเชคเสียงผิดปกติจากเครื่องยนต์

 

การตรวจเชครายเดือน

ทำเช่นเดียวกับรายสัปดาห์เหมือนกัน แต่เพิ่มการตรวจเชคสายพานขับเคลื่อน ดูว่าสายพานเปื่อย/ปริ/แตกหรือไม่ ถ้าเป็นมากให้เปลี่ยนเส้นใหม่ ตรวจเชคขั้วแบทเตอรีว่ามีขี้เกลือสีขาวเกาะอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้ทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนแล้วเช็ดให้แห้ง ตรวจดูขั้วสายไฟต่างๆ ว่าหลุดหลวมหรือไม่ เป็นอันเสร็จกระบวนการ

 

เราดูแลรถ รถดูแลเรา

การแบ่งระยะตรวจเชคเป็น รายวัน/รายสัปดาห์/รายเดือน เนื่องจากเครื่องยนต์มีอายุการใช้งานแตกต่างกันออกไป การตรวจเชคเป็นประจำ จะทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานยาวนาน อีกทั้งช่วยให้คุณใช้รถได้อย่างสบายใจ ถ้าเราดูแลรถดี รถก็จะดูแลเราให้ปลอดภัยด้วยเช่นกัน

 

อุปกรณ์
1. ผ้าสะอาด
2. เครื่องมือประจำรถ

 

ขั้นตอนเชคเครื่องยนต์

1. ต้องจอดรถ ให้ตัวรถอยู่ในแนวระนาบเท่านั้น เวลาเชคระดับน้ำมันต่างๆ จะได้แม่นยำขึ้น
2. ตรวจเชคน้ำมันเครื่องโดยดึงก้านวัดมาเช็ดก่อน เสียบกลับแล้วดึงมาใหม่ เพื่อเชคระดับ
3. ตรวจเชคระดับน้ำที่ถังน้ำสำรอง ระดับน้ำต้องอยู่ในระหว่าง MAX และ MIN
4. ตรวจเชคระดับน้ำมันเบรค ระดับน้ำมันเบรคต้องอยู่ระหว่าง MAX และ MIN
5. ตรวจเชคน้ำมันรั่วใต้ท้องรถ โดยการก้มลงดูที่พื้น ต้องไม่มีน้ำมันหยดเลย
6. ตรวจเชคกรองอากาศ โดยการถอดกรองออกมาดู ถ้าสกปรกมากให้เป่า จากด้านในออกนอก
7. ตรวจเชคระดับน้ำกลั่นในแบทเตอรี ระดับน้ำกลั่นต้องอยู่ในระดับ MAX และ MIN เท่านั้น
8. ตรวจดูท่อยาง ท่อน้ำต่างๆ ว่ามีการปริ/แตก หรือรั่วซึม หรือไม่ ถ้ามีต้องรีบเปลี่ยนโดยด่วน
9. ตรวจเชคเสียงผิดปกติจากเครื่องยนต์ ถ้าผิดปกติต้องหาที่มาให้เจอ หรือไปหาช่าง
10. ตรวจเชคสายพานหน้าเครื่อง ว่าเปื่อย/ปริ/แตก หรือไม่ ถ้าเป็นมากให้เปลี่ยนเส้นใหม่
11. ตรวจดูขั้วแบทเตอรีว่ามีขี้เกลือสีขาวเกาะหรือไม่ ถ้ามีให้ใช้น้ำร้อนราดที่ขั้ว แล้วเช็ดให้แห้ง
12. ตรวจดูขั้วไฟต่างๆ ว่าหลุดหลวมหรือไม่ ถ้าหลุดหลวม จัดการให้เรียบร้อย



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2554
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sNcmc
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th