บทความ

มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้


ยักษ์ใหญ่ที่นอนหลับอุตุมานมนานตื่นขึ้นเรียบร้อยแล้ว แถมเป็นการตื่นอย่างกระฉับเฉง และพร้อมจะก้าวกระโจนไปข้างหน้า โดยไม่หวั่นเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้นอีกต่างหาก ถูกต้องครับ ! เรากำลังพูดถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน ยักษ์ใหญ่ของทวีปเอเชียที่ทำให้บรรดายักษ์ใหญ่ของทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา หนาวๆ ร้อนๆ อยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมรถยนต์

 

ตามตัวเลขในเวบไซท์ของ OICA (ย่อจาก ORGANISATION INTERNATIONALE DES CONSTRUCTEURS D’AUTOMOBILES ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งตรงกับ INTERNATIONAL ORGANIZATION OF MOTOR VEHICLE MANUFACTURERS ในภาษาอังกฤษ หรือ “องค์การผู้ผลิตรถยนต์ระหว่างประเทศ” ในภาษาไทย) เมื่อเริ่มสหัสวรรษใหม่ คือ ในปี 2000 สาธารณรัฐประชาชนจีน มีฐานะเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 7 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ และ สเปน ในรอบปีดังกล่าว ประเทศหลังม่านไม้ไผ่ ผลิตรถนานาชนิดได้รวมทั้งสิ้น 2,069,069 คัน หรือเพียงร้อยละ 3.5 เท่านั้นเองของยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ระดับ 58.4 ล้านคัน

 

ครึ่งทศวรรษหลังจากนั้น คือ ในปี 2005 สาธารณรัฐประชาชนจีน กระโดดพรวดพราดเป็นอันดับ 4 ไล่หลังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเยอรมนี ด้วยยอดผลิต 5,708,421 คัน หรือเท่ากับร้อยละ 8.6 ของยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ระดับ 66.5 ล้านคัน ในปี 2007 ยักษ์เอเชียแซงหน้ายักษ์ยุโรป คือ เยอรมนีขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 และเพียง 2 ปีหลังจากนั้น คือ ในปี 2009 อันเป็นปีที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ อุตสาหกรรมรถยนต์โลก ก็ต้องเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการจารึกว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน คือ ประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยสามารถผลิตรถยนต์หลากหลายชนิดได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 13,790,994 คัน หรือเท่ากับร้อยละ 22.4 ของยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ระดับ 61.7 ล้านคัน เท่านั้นยังไม่พอ ปีเสือดุที่เพิ่งผ่านพ้นไป ยอดผลิตรถยนต์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน มีอาการ “ดึงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่” เพราะพุ่งพรวดพราดสู่ระดับ 18.3 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 32.4 จากตัวเลขในรอบปี 2009 โดยแยกออกได้เป็นรถยนต์นั่ง 13.9 ล้านคัน และรถเพื่อการพาณิชย์ 4.4 ล้านคัน โดยที่ประมาณครึ่งหนึ่งของยอดผลิตดังกล่าวนี้ เป็นรถติดป้ายยี่ห้อจีน ส่วนที่เหลือเป็นผลงานจากความร่วมมือกับผู้ผลิตต่างชาติ เช่น โฟล์คสวาเกน (VOLKSWAGEN) มิตซูบิชิ (MITSUBISHI) เจเนอรัล มอเตอร์ส (GENERAL MOTORS) ฮันเด (HYUNDAI) นิสสัน (NISSAN) ฮอนดา (HONDA) และ โตโยตา (TOYOTA) ที่น่าสังเกต ก็คือ เกือบทั้งหมดของรถยนต์ที่ผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นรถที่จำหน่ายในประเทศ มีเพียงไม่กี่แสนคันเท่านั้นที่ส่งไปจำหน่ายนอกเมืองมังกร
วิจารณ์กันว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อวิถีชีวิตของคนจีน โดยเฉพาะผู้อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เดี๋ยวนี้การมีรถยนต์สักคัน คือ ความใฝ่ฝันของคนชั้นกลางที่กำลังทวีจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว การมีรถยนต์อยู่ในความครอบครองเป็นสิ่งบ่งบอกฐานะ และเป็นโอกาสในการหาคู่ครองได้ง่ายกว่าคนที่ไม่มี ผู้คนทั่วแผ่นดินจีนเก็บสะสมเงินไว้ซื้อรถเพื่ออวดความสำเร็จ ยอดขายรถที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตระหนกแสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมที่ผูกอยู่กับจักรยานเท้าถีบ ได้ถูกแทนที่ด้วยวัฒนธรรมของรถยนต์ไปเรียบร้อยแล้ว ในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ ถนนสายหลักบางสายห้ามการขับขี่จักรยานเพื่อเปิดพื้นที่ให้แก่รถยนต์

 

ความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองมังกร เป็นสิ่งที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ นายใหญ่ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลของนิตยสารรถยนต์ สาระสะใจคนรักรถ จึงเปิดไฟเขียวให้บรรจุงานมหกรรมยานยนต์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ไว้ในปฏิทินการทำงานประจำปีเรียบร้อยแล้ว นอกเหนือจากงานอินเตอร์ระดับ “ทอพไฟว์” ที่ทำต่อเนื่องกันมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ โดยเริ่มต้นกันที่ มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษว่า THE SHANGHAI INTERNATIONAL AUTOMOBILE INDUSTRY EXHIBITION (แปลตรงตัวเป็นพากย์ไทยได้ว่า “นิทรรศการอุตสาหกรรมรถยนต์ระหว่างประเทศแห่งเมืองเซี่ยงไฮ้”) อันเป็นงานแสดงรถยนต์รายการสำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจัดกันเป็นประจำทุกๆ 2 ปีในปีคริสต์ศักราชที่ลงท้ายด้วยเลขคี่ สลับกับงานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่ง ซึ่งจัดในปีที่ลงท้ายด้วยเลขคู่

 

มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ อุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1985 ปีนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 7 สถานที่จัดงานเป็นศูนย์นิทรรศการขนาดใหญ่ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า SHANGHAI NEW INTERNA TIONAL EXPO CENTER ที่หน้าศูนย์ปักธงชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน กับของเยอรมนี เห็นแล้วเกิดความสงสัยว่า ทำไมจึงมี 2 ชาติ ? ไม่ใช่ธงชาติจีนเพียงชาติเดียว หรือของทุกชาติที่ส่งสินค้าร่วมแสดงในงานเหมือนงานแสดงรถยนต์ระดับ “อินเตอร์” รายการอื่นๆ สอบถามผู้รู้ จึงทราบว่า ผู้ก่อสร้างศูนย์นิทรรศการแห่งนี้เป็นบริษัทจีนกับบริษัทเยอรมนี ภายในศูนย์ประกอบด้วยอาคารขนาดเดียวกันและหน้าตาเหมือนๆ กันรวม 12 อาคาร คะเนด้วยสายตาแล้วคาดว่า แต่ละอาคารน่าจะมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 ตารางเมตร จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริง ที่ผู้จัดงานบอกว่ามีพื้นที่จัดงานกว้างขวางถึง 200,000 ตารางเมตร เพราะนอกจากพื้นที่ภายในอาคารที่ว่านี้แล้ว ยังมีพื้นที่กลางแจ้งอีกต่างหาก พื้นที่กว้างขนาดนี้ แต่มองไปทางไหน เดินไปทางไหน ก็เห็นแต่คน คนและก็คน ทั้งๆ ที่วันที่คณะของเราเข้าชมงานเป็นวันที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับสื่อมวลชน หลังวันปิดงานมีรายงานข่าวว่า ในช่วงเวลา 10 วันของงานนี้ คือ จากวันอังคารที่ 19 จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2011 มีผู้เข้าชมรวมทั้งสิ้นประมาณ 715,000 คน และเฉพาะวันสุดท้ายมีผู้ชมงานล้นหลามถึง 100,000 คน

 

มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 14 มีรถแสดงในงานรวมทั้งสิ้น 1,100 คัน และ 75 คันในจำนวนนี้เป็นรถที่อวดตัวแบบ GLOBAL DEBUT หรือ “ครั้งแรกในโลก” มีรถอะไรกันบ้าง ? พลิกไปยลโฉมได้เลยครับใน 14 หน้าถัดไป

 

โฟล์คสวาเกน บีเทิล

ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์ใช้เวทีหมุนขนาดยักษ์ในเมืองจีนเป็นที่เปิดตัว โฟล์คสวาเกน บีเทิล (VOLKSWAGEN BEETLE) รุ่นใหม่ๆ พร้อมๆ กับการเปิดตัวที่เมืองเบร์ลินในเยอรมนี และที่มหานครนิวยอร์คในสหรัฐอเมริกา ตัวถังขนาด 4.278×1.808×1.486 ม. คือ ยาว และกว้างกว่ารถรุ่นเดิม ซึ่งขายทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 1 ล้านคัน ถึง 14.9 และ 8.7 ซม. ตามลำดับ เป็นผลงานรังสรรค์ของทีมงานซึ่งมี วัลแตร์ เด ซิลวา (WALTER DE SILVA) นักออกแบบชาวอิตาลีวัย 60 ปี เป็นผู้นำ รูปทรงองค์เอวของตัวถังภายนอก เห็นได้ชัดว่าเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบในลักษณะอนุรักษนิยมจ๋า อะไรที่มันดีอยู่แล้วก็ให้มันดีต่อไป และที่เหมือนกับรถรุ่นเดิมเช่นกันก็คือ ยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์จะใช้โรงงานที่เมืองปูเอบลา(PUEBLA)ในเมกซิโกเป็นที่ผลิตรถรุ่นใหม่นี้ กำหนดออกตลาดในทวีปอเมริกาเหนือ คือ เดือนกันยายน/ตุลาคม 2011 ส่วนตลาดเอเชียต้องรอเดือนกุมภาพันธ์ปีงูใหญ่

 

เชฟโรเลต์ มาลิบู

ยักษ์ใหญ่เมืองมะกันนำรถเก๋งซีดานขนาดกลาง เชฟโรเลต์ มาลิบู (CHEVROLET MALIBU) ออกอวดตัวพร้อมๆ กัน ทั้งที่งานนี้และงานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์ค ซึ่งเริ่มงานเมื่อวันศุกร์ที่ 22 เมษายน เป็นรถที่ค่ายนี้ออกแบบและพัฒนาเพื่อให้เป็น FIRST GLOBAL MID-SIZE CAR หรือ “รถเก๋งขนาดกลางสำหรับตลาดทั่วโลกแบบแรกของค่าย” ตัวถังขนาด 4.859×1.854×1.462 ม. ซึ่งนั่งได้รวม 5 คน ใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นรวมทั้งพแลทฟอร์มร่วมกับรถในเครือข่ายเดียวกัน คือ โอเพล อินซินญีอา (OPEL INSIGNIA) แต่มีช่วงฐานล้อสั้นกว่าเล็กน้อย จะมีทั้งรถพวงมาลัยซ้ายและพวงมาลัยขวา เพื่อให้สามารถจำหน่ายได้ในตลาดทั่วโลก จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างหลากหลายถึง 10 ขนาด รวมทั้งเครื่องดีเซล 2.2 ลิตร 180 แรงม้า

 

บิวอิค เอนวิชัน

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่ทำให้บูธของยักษ์ใหญ่เมืองมะกันสามารถดึงดูดผู้คนได้อย่างแน่นขนัด คือ บิวอิค เอนวิชัน (BUICK ENVISION) รถแนวคิดออกแบบและพัฒนาในเมืองมังกร ซึ่งอวดตัวแบบ GLOBAL DEBUT หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ เอสยูวี ขนาด MID-SIZE ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PLUG-IN HYBRID โดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด และใช้ระบบเกียร์ธรรมดา/อัตโนมัติ 8 จังหวะ ตัวถังขนาด 4.795×1.948×1.656 ม. มีจุดเด่นสะดุดตาตรงประตูข้างทั้ง 2 ด้านที่เปิด/ปิดแบบง้างขากรรไกร และการติดตั้งแผงเซลล์สุริยะหรือ SOLAR CELL PANELS ไว้บนหลังคา

 

เปอโฌต์ เอสเอกซ์ซี

ยักษ์รองของเมืองน้ำหอมที่หากินกับตลาดจีนมานมนาน ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถแนวคิดติดป้ายชื่อ เปอโฌต์ เอสเอกซ์ซี (PEUGEOT SXC) เป็นรถที่ออกแบบและพัฒนาโดยศูนย์เทคนิคของค่ายนี้ที่ตั้งอยู่ในเมืองจีน และเป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่นั่งได้เพียง 4 คน ตัวถังขนาด 4.870×2.035×1.610 ม. ใช้ระบบขับทุกล้อแบบไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินขนาด 1.6 ลิตร 218 แรงม้า ขับล้อคู่หน้า และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อคู่หลัง ได้กำลังรวมสูงสุด 313 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่เยี่ยมมาก คือ 17.2 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แค่ 143 กรัม/กม. ยังไม่ยืนยันว่าจะทำขายหรือไม่ แต่บอกว่าจะมีรถแบบใหม่สำหรับตลาดจีนอย่างน้อยปีละ 1 รุ่น

 

ซีตรอง เดแอส แซง

ค่าย “จ่าโท” ซึ่งก็กำลังหากินกับตลาดจีนอยู่เช่นกัน ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว “พรีเมียม โมเดล” รุ่นล่าสุดติดป้ายชื่อ ซีตรอง เดแอส แซง (CITROEN DS5) ซึ่งคงต้องรออีกหายเดือน หรืออาจจะถึง 1 ปีจึงจะออกจำหน่ายในตลาด เป็นรถระดับหรูขนาดกลาง ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบคยาว 4.520 ม. และกว้าง 1.850 ม. ซึ่งมีส่วนท้ายคล้ายเป็นรถคูเป นับเป็นรถติดตรา “จ่าโท” แบบแรกในประวัติศาสตร์ที่ใช้ระบบขับแบบไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงขนาด 2.0 ลิตร 163 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 27 กิโลวัตต์/37 แรงม้า ได้กำลังรวมสูงสุด 200 แรงม้า มีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แค่ 99 กรัม/กม.และวิ่งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียวที่ความเร็วต่ำ

 

เอาดี เอ 3 อี-ทรอน คอนเซพท์

หนึ่งในบรรดา “ดาวดวงเด่น” ของมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ คือ เอาดี เอ 3 อี-ทรอน คอนเซพท์ (AUDI A3 E-TRON CONCEPT) ของค่าย “สี่ห่วง” เป็นรถแนวคิดที่พัฒนาจากรถแนวคิด เอาดี เอ 3 คอนเซพท์ (AUDI A3 CONCEPT) ซึ่งเพิ่งอวดตัวที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาเมื่อต้นเดือนมีนาคม (โปรดอ่าน “ฟอร์มูลา” ฉบับพฤษภาคม 2554 หน้า 47) โดยเปลี่ยนระบบจากขับทุกล้อด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นขับด้วยระบบไฮบริดอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PLUG-IN HYBRID โดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 4 สูบเรียง 1.4 ลิตร 211 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 20 กิโลวัตต์/27 แรงม้า ซึ่งรับพลังไฟจากแบทเตอรีลิเธียม-ไอออนขนาด 12 กิโลวัตต์ชั่วโมง ได้กำลังรวมสูงสุด 238 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุด 231 กม./ชม. และวิ่งได้ไกล 54 กม. เมื่อวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่ใช้เครื่องยนต์

 

เอาดี คิว 3

นอกจากรถแนวคิดในภาพใหญ่ ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่ค่าย “สี่ห่วง” นำมาอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานแสดงรถยนต์ของเมืองซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและคลาคล่ำไปด้วยสัตว์สองเท้าไอคิวสูงนี้ คือ เอาดี คิว 3 (AUDI Q3) รถ เอสยูวี อนุกรมใหม่ล่าสุดและมีขนาดเล็กที่สุดของค่ายนี้ มีกำหนดออกจำหน่ายในเมืองเบียร์เดือนมิถุนายนปีกระต่าย ในตัวถังขนาด 4.390×1.830×1.600 ม. ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.32 และมีน้ำหนักตัวแค่ 1,500 กก. เพราะชิ้นส่วนตัวถังหลายชิ้นทำจากอลูมิเนียม สื่อยุโรปเจ้าหนึ่งวิจารณ์อย่างไม่เกรงใจว่า ความประณีตในการผลิตและประกอบต้องยกนิ้วให้ แต่หน้าตาและรูปทรงองค์เอวของตัวถังดูธรรมด๊า ธรรมดา จนน่าผิดหวังเอามากๆ

 

เมร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซพท์ เอ-คลาสส์

ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์นำผลงานใหม่เพียงชิ้นเดียวมาอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ทีงานนี้ คือ เมร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซพท์ เอ-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ CONCEPT A-CLASS) รถที่ผู้รังสรรค์บรรยายสรรพคุณเป็นภาษาอังกฤษว่า A CAR THAT MIGHT HAVE COME FROM
ANOTHER PLANET หรือ “รถที่น่าจะมาจากดาวเคราะห์ดวงอื่น” เป็นต้นแบบของรถ เอ-คลาสส์ รุ่นใหม่ซึ่งมีกำหนดออกตลาดในปี 2012 และจะเป็นรถตลาดแบบแรกของโลกที่มีความสามารถอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า THE ABILITY TO DOWNLOAD APPS ซึ่งทำให้ผู้เป็นเจ้าของรถสามารถอัพเกรดระบบ “สื่อสารเริงรมย์” หรือ INFOTAINMENT ได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะใช้รถไปแล้วกี่ปี แหล่งข่าวยังยืนยันด้วยว่าหน้าตาก็จะเหมือนกับรถแนวคิดคันนี้นี่แหละ

 

บีเอมดับเบิลยู คอนเซพท์ เอม 5

ค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” ซึ่งมีผู้ผลิตจีนคือ บริลเลียนศ์ ออโท (BRILLIANCE AUTO) เป็นพันธมิตร นำผลงานชิ้นใหม่มาเปิดตัว “แบบครั้งแรกในโลก” รวม 2 ชิ้น ชิ้นแรกที่เห็นในภาพซ้ายมือคือ บีเอมดับเบิลยู คอนเซพท์ เอม 5 (BMW CONCEPT M5) ยังติดป้ายว่าเป็นรถแนวคิด แต่เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานเกินปีจะกลายสภาพเป็นรถตลาด เป็นรถที่ค่ายนี้ทำขึ้นเพื่อสู้กับรถระดับเดียวกันของคู่แข่งร่วมชาติ คือ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 63 เอเอมจี (MERCEDES -BENZ E63 AMG) ที่ออกตลาดไปแล้ว ในการเปิดตัวที่งานนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก เพียงแต่บอกว่า จะใช้เครื่องยนต์ วี 8 สูบ ติดเทอร์โบคู่ และบอกว่าตัวจริงเสียงจริงจะเปิดตัวที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทตอนปลายปี

 

บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-6 คูเป

ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องอีกชิ้นหนึ่งที่ค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” นำมาอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่เซี่ยงไฮ้ คือ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-6 คูเป (BMW 6-SERIES COUPE) ในภาพเล็กขวามือ นับเป็นรถรุ่นที่ 3 และเป็นรถที่ขณะรายงานข่าวนี้คงออกจำหน่ายในเมืองเบียร์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีรถให้เลือกใช้เพียง 2 โมเดล คือ BMW 640I COUPE เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 6 สูบเรียง 2,979 ซีซี 320 แรงม้า ติดป้ายค่าตัวค่าตัว 74,700 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 3.2 ล้านบาทไทย และ BMW 650I COUPE เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 8 สูบ 4,395 ซีซี 407 แรงม้า ติดป้ายค่าตัวแพงกว่ากันนิดหน่อย คือ 85,700 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 3.7 ล้านบาทไทย

 

นิสสัน ทิอิดา

นิสสัน มอเตอร์ ซึ่งกำลังจะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นรายแรกที่นำรถเครื่องยนต์เทอร์โบเข้าไปผลิตขายในแผ่นดินจีน ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถ นิสสัน ทิอิดา (NISSAN TIIDA) รุ่นใหม่ซึ่งเดือนพฤษภาคมนี้จะเริ่มจำหน่ายในจีน โดยใช้โรงงานของ ดองเฟง นิสสัน (DONGFENG NISSAN) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับผู้ผลิตรถยนต์จีนเป็นที่ผลิต ส่วนประเทศอื่นๆ อีก 130 ประเทศ จะเริ่มจำหน่ายในปี 2014 เป็นรถที่ยักษ์รองเมืองยุ่นบอกว่าออกแบบและพัฒนาโดยมีครอบครัวของคนวัยหนุ่มวัยสาวเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รูปทรงองค์เอวของตัวถังภายนอกออกแบบโดยยึดคีย์เวิร์ด คือ “FLUID & BRISK” หรือ “ลื่นไหลและแคล่วคล่อง” ส่วนภายในห้องโดยสารซึ่งนั่งได้รวม 5 คน คีย์เวิร์ดที่ยึด คือ “CALM & REFINED” หรือ “สงบเงียบและประณีต” ยักษ์รองเมืองยุ่นเริ่มจำหน่ายรถ นิสสัน ทิอิดา ในสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 2005 และในรอบปี 2010 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปสามารถขายได้มากถึง 85,000 คัน

 

นิสสัน คอมแพคท์ สปอร์ท คอนเซพท์

งานใหม่อีกชิ้นหนึ่งที่ยักษ์รองเมืองยุ่นนำออกอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ รถแนวคิด ติดป้ายชื่อ นิสสัน คอมแพคท์ สปอร์ท คอนเซพท์ (NISSAN COMPACT SPORT CONCEPT) เป็นรถแนวคิดซึ่งพัฒนาจากรถอีโคคาร์ นิสสัน มาร์ช (NISSAN MARCH) ที่ผู้ใช้รถในบ้านเราคุ้นเคยกันดี โดยเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวถัง จาก 5 ประตูแฮทช์แบคเป็น 3 ประตูแฮทช์แบค และลดขนาดความยาวจาก 3.780 เป็น 3.480 ม. คือ สั้นลงถึง 30 ซม. ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องเทอร์โบ 1.6 ลิตร ที่ให้กำลังสูงถึง 188 แรงม้า เป็นรถที่ยักษ์รองเมืองยุ่นบอกว่าออกแบบและพัฒนาโดยมีผู้ใช้รถวัยหนุ่มวัยสาวในประเทศที่กำลังพัฒนาเป็นกลุ่มเป้าหมาย แต่ยังไม่ยอมยืนยันว่าจะผลิตขายจริงหรือแค่ทำให้ดูเล่นเพื่อยั่วกิเลส

 

ซูบารุ เอกซ์วี คอนเซพท์

ซูบารุ เอกซ์วี คอนเซพท์ (SUBARU XV CONCEPT) อวดตัวพร้อมๆ กันทั้งที่งานนี้และงานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์คในสหรัฐอเมริกา เป็นรถแนวคิดซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นแบบของรถติดป้ายชื่อ ซูบารุ อิมพเรซา (SUBARU IMPREZA) ที่จะออกจำหน่ายตอนปลายปี ตัวถังแฮทช์แบค
ขนาด 4.450×1.800×1.620 ม. ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบนอนยัน (บอกเซอร์) ความจุ 2.0 ลิตร ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติปรับอัตราทดต่อเนื่อง (เกียร์ CVT) รูปทรงองค์เอวของตัวถังภายนอกซึ่งดูปราดเปรียว และดึงดูดสายตากว่ารถรุ่นปัจจุบัน ยักษ์เล็กเมืองยุ่นบอกว่าเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบตามแนวคิด PROTREN ซึ่งย่อมาจาก PROFESSIONAL TOOL และ TRENDY DESIGN ในภาษาอังกฤษ

 

เบสเติร์น โก คอนเซพท์

เฟิร์สต์ ออโทโมบิล เวิร์คส์ (FIRST AUTOMOBILE WORKS) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จีนซึ่งเรียกกันโดยย่อว่า FAW เปิดตัวผลงานใหม่หลายชิ้นในงานนี้ ชิ้นแรกในภาพเล็กขวามือ เบสเติร์น โก คอนเซพท์ (BESTURN GO CONCEPT) เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถเก๋งซีดานขนาดกะทัดรัดที่ค่ายนี้จะนำออกสู่ตลาดในปีงูใหญ่โดยติดป้ายชื่อ เบสเติร์น บี 30 (BESTURN B30)และติดป้ายค่าตัว 60,000-100,000 หยวน หรือประมาณ 0.28-0.46 ล้านบาท ตัวถังขนาด 4.520×1.710×1.400 ม. มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่อง 1.5 ลิตร 102 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และเครื่องเทอร์โบ 1.4 ลิตร 122 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์คลัทช์คู่ 6 จังหวะ

 

เบสเติร์น บี 9 คอนเซพท์

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของ FAW คือ เบสเติร์น บี 9 คอนเซพท์ (BESTURN B9 CONCEPT) ในภาพซ้ายมือ เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถเก๋งซีดานขนาดกลางที่ค่ายนี้จะนำออกขายในเมืองมังกรโดยติดป้าย ชื่อ เบสเติร์น บี 90 (BESTURN B90) และติดป้ายราคา 140,000-180,000 หยวน หรือประมาณ 0.65-0.83 ล้านบาทไทย ตัวถังทรงสามกล่องขนาด 4.875×1.826×1.469 ม. เป็นผลงานจากความร่วมมือกับค่าย มาซดา ของญี่ปุ่น และใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นรวมทั้งพแลทฟอร์มร่วมกับรถ มาซดา 6 (MAZDA 6) ปัจจุบันมีรถติดป้ายยี่ห้อนี้จำหน่ายอยู่ในเมืองจีนเพียง 2 แบบ คือ เบสเติร์น บี 70 (BESTURN B70) ซึ่งออกตลาดเมื่อปี 2006 และ เบสเติร์น บี 50 (BESTURN B50) ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2009

 

โวลโว คอนเซพท์ ยูนิเวิร์ส

หนึ่งในบรรดารถใหม่ที่เรียกเสียงวิจารณ์ได้อย่างอึงคะนึงที่สุดในงานนี้ คือ โวลโว คอนเซพท์ ยูนิเวิร์ส (VOLVO CONCEPT UNIVERSE) ผลงานใหม่ชิ้นแรกของผู้ผลิตรถยนต์เมืองฟรีเซกซ์ในยุคที่มีเจ้าของนั่งอยู่ในเมืองจีน เป็นรถแนวคิดซึ่งบ่งบอกทิศทางที่ผู้ผลิตรถยนต์คุณภาพรายนี้จะเดินไปภายใต้การกุมบังเหียนของเจ้าของใหม่ ตัวถังซึ่งยาวประมาณ 5 เมตร เรียกเสียงวิจารณ์ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ เพราะมีรายละเอียดในหลายๆ จุดที่ไม่น่าจะมีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะได้พบได้เห็นในรถหรูยี่ห้อนี้ โวลโวตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2015 จะเพิ่มยอดขายรถในเมืองมังกรเป็น 200,000 คัน/ปี จากที่ขายได้เพียง 30,500 คันเมื่อปีเสือดุ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว สิ่งที่ผู้ผลิตรถทวิสัญชาติรายนี้จะกระทำในช่วง 4 ปีข้างหน้าก็คือ เปิดโรงงานใหม่ในจีนอีก 2 โรงงาน เปิดตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ 1 รายในทุกๆ 2 สัปดาห์ และทุกๆ เดือนจะรับพนักงานขายเพิ่มเติม 100 คน

 

บีวายดี เอส 6 เอสยูวี

บีวายดี ออโท (BYD AUTO) ผู้ผลิตรถยนต์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2003 และปัจจุบันมีสาขาทั้งในสหรัฐอเมิกาในยุโรปและในญี่ปุ่น ใช้งานนี้เป็นที่อวดตัวรถแบบใหม่ติดป้ายชื่อ บีวายดี เอส 6 เอสยูวี (BYD S6 SUV) ซึ่งเดือนพฤษภาคมนี้จะเริ่มจำหน่ายในเมืองมังกร เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกลางในตัวถังขนาด 4.810×1.855×1.725 ม. ซึ่งหน้าตา และรูปทรงองค์เอว เห็นแล้วชวนให้นึกถึงรถ เลกซัส อาร์เอกซ์ (LEXUS RX) รุ่นก่อนที่ถูกปลดจากสายการผลิตไปแล้ว จะติดป้ายค่าตัว 100,000-150,000 หยวน หรือประมาณ 0.46-0.69 ล้านบาทไทย โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือเครื่อง 2.0 ลิตร 140 แรงม้า กับเครื่อง 2.4 ลิตร 160 แรงม้า ของ มิตซูบิชิ

 

ชางอัน โวสส์

ชางอัน ออโทโมบิล (CHANGAN AUTOMOBILE) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 4 ของเมืองมังกร (ปี 2010 มียอดขายรวม 2.38 ล้านคัน) และเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ นำรถแนวคิดออกอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ในงานนี้ถึง 3 คัน คันแรกซึ่งติดป้ายชื่อ ชางอัน โวสส์ (CHANGAN VOSS) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของ MPV หรือรถตู้อเนกประสงค์ ที่เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานได้อย่างล้นหลาม เพราะมีประตูข้างบานโตที่เปิด/ปิดแบบปีกนกอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า GULLWING DOORS เป็นรถตู้ระดับหรูที่เชื่อกันว่าค่ายนี้ตั้งใจจะผลิตขายอย่างจริงๆ จังๆ โดยมีผู้ใช้รถระดับประธานบริษัทซึ่งต้องการห้องโดยสารที่ตกแต่งและติดตั้งอุปกรณ์เหมือนเป็นห้องทำงานเคลื่อนที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

 

ชางอัน คโลเวอร์

ชางอัน คโลเวอร์ (CHANGAN CLOVER) ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องอีกชิ้นหนึ่งของ ชางอัน ออโทโมบิล เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถเก๋งซีดานขนาดเล็กกะทัดรัดที่เดือนกรกฎาคมนี้จะออกจำหน่ายในเมืองจีน เป็นรถที่ออกแบบและพัฒนาโดยศูนย์ออกแบบของค่ายนี้ที่ตั้งอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ และเป็นรถไร้มลพิษเพราะขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ประจุไฟแบทเตอรีแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกลประมาณ 145 กม. ตัวถังทรงสามกล่องซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับรถซีดาน ฟอร์ด โฟคัส (FORD FOCUS) ที่ผู้ใช้รถในบ้านเราคงคุ้นเคยกันดี มีบังโคลนล้อหลังซึ่งนักวิจารณ์รถยนต์บางคนของโลกตะวันตกให้ความเห็นว่า เหมือนลอกแบบมาจากรถสปอร์ทอภิมหาอมตะที่รู้จักกันในชื่อ ลัมโบร์กินี คูนทาช (LAMBORGHINI COUNTACH)

 

ชางอัน เซนส์

รถแนวคิดคันสุดท้ายที่ ชางอัน ออโทโมบิล นำออกอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ ชางอัน เซนส์ (CHANGAN SENSE) เป็นผลงานรังสรรค์ของศูนย์ออกแบบของค่ายนี้ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองตูรินในอิตาลี อวดตัวพร้อมกับจุดสนใจที่ทำให้วิพากษ์วิจารณ์กันได้อย่างอึงคะนึง 2 จุด จุดแรก คือ รูปทรงองค์เอวของตัวถังยาวเกือบ 5 เมตรที่ออกแบบได้อย่างเยี่ยมยอด จนสื่อเจ้าหนึ่งของเมืองจิงโจ้ถึงกับออกปากว่าเป็น THE BEST-LOOKING CAR EVER TO COMEOUT OF CHINA หรือ “รถหน้าตาดีที่สุดของเมืองจีน” ส่วนจุดที่ 2 คือ ระบบขับเคลื่อนล้อหลังแบบ PLUG-IN HYBRID โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินความจุ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

 

กลีอเกิล แมค คาร์

ซีเจียง จีลี โฮลดิง กรุพ (ZHEJIANG GEELY HOLDING GROUP) กลุ่มบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของเมืองมังกรซึ่งเพิ่งซื้อกิจการผลิตรถโวลโวจากยักษ์รองของเมืองมะกัน เปิดตัวรถใหม่ในงานนี้หลายคัน คันที่เรียกร้องความสนใจได้มากที่สุดคือ กลีอเกิล แมค คาร์ (GLEAGLE MC CAR) ในภาพใหญ่และภาพเล็กภาพบน เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 4 ที่นั่งขนาดจิ๋วซึ่งมีตัวถังยาวแค่ 3 เมตรครึ่ง และมีระบบขับให้เลือกสองแบบ คือ ขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ โดยติดตั้งมอเตอร์ซึ่งรับพลังไฟจากแบทเตอรีขนาด 12 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประจุไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลประมาณ 150 กม. และสามารถทำความเร็วสูงสุด 85 กม./ชม. กับขับแบบไฮบริดอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PLUG-IN HYBRID โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ในกรณีหลังนี้ความเร็วสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็น 130 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ระดับ 3 ลิตร/100 กม.

 

เอมกแรนด์ อีวี 7

ผลงานอีกชิ้นหนึ่งของค่าย จีลี ที่อวดตัวในงานนี้คือ เอมกแรนด์ อีวี 7 (EMGRAND EV7) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถอเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัดเหมาะกับการใช้เป็นรถครอบครัว ตัวถังขนาด 4.50×1.790×1.595 ม. มีห้องโดยสารที่ติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7 คน เก้าอี้ที่นั่งแถว 3 สามารถพับราบลงกับพื้นเมื่อต้องการเพิ่มพื้นที่บรรทุก เป็นรถขับล้อหน้าด้วยพลังของเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 1,808 ซีซี 133 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ มีระบบ STOP-GO SYSTEM ซึ่งจะดับเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติเมื่อรถหยุด ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นรถแนวคิดซึ่งกำลังจะกลายสภาพเป็นรถตลาด

 

อิงลอน เอสซี 7-อาร์วี

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่าย จีลี ที่ติดป้ายยี่ห้อแตกต่างไป คือ อิงลอน เอสซี 7-อาร์วี (ENGLON SC7-RV) รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถเก๋งแฮทช์แบคขนาดเล็กกะทัดรัดนั่งได้รวม 5 คน ตัวถังขนาด 4.390×1.820×1.555 ม. มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวที่เห็นได้ชัดว่า ได้แรงบันดาลใจ (หรือลอกแบบ ?) จากรถยนต์นั่งสาธารณะของกรุงลอนดอน ซึ่งเรียกกันในภาษาอังกฤษว่า LONDON TAXI เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยพลังของเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 1,498 ซีซี 106 แรงม้า หรือเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 1,808 ซีซี 133 แรงม้า หรือเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 1,997 ซีซี 141 แรงม้า เป็นรถที่ผู้ผลิตบอกว่า ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าแก่ของอังกฤษเข้ากับศิลปะของจีนได้อย่างลงตัว และอีกไม่นานก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นรถตลาดเช่นกัน

 

กลีอเกิล ไอจี

กลีอเกิล ไอจี (GLEAGLE IG) รถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถแฮทช์แบคขนาดกระกระจิ๋วหลิวซึ่งในปี 2013 จะกลายสภาพเป็นรถตลาด ตัวถังขนาด 3.160×1.700×1.496 ม. ที่นั่งได้ 3+1 คน มีจุดเด่นสะดุดตาคือประตูข้างบานโตที่เปิด/ปิดแบบปีกนกดังที่เห็นในภาพ เป็นรถไม่มีไอเสียเพราะขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ โดยติดตั้งมอเตอร์ขนาด 70 กิโลวัตต์/95 แรงม้า เป็นมอเตอร์ชนิดที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ELECTRICAL WOUND-FIELD SYNCHRONOUS MOTOR และใช้แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ขนาด 345 โวลท์ 55 แอมพ์ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลาในการประจุไฟ 6-8 ชม. ประจุไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลประมาณ 120 กม. โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 11.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม.

 

กลีอเกิล จีเอส

รถใหม่แบบสุดท้ายของค่าย จีลี ที่เลือกมาให้ชมกัน คือ กลีอเกิล จีเอส (GLEAGLE GS) ในภาพเล็กซ้ายมือ เป็นรถแนวคิดอีกคันหนึ่งที่กำลังจะกลายสภาพเป็นรถตลาด เป็นรถคูเป 2+2 ที่นั่ง ในตัวถังขนาด 4.220×1.775×1.360 ม. ที่ดูดีมากเมื่อมองจากด้านหลังและด้านข้าง แต่พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเอาเลยเมื่อเห็นด้านหน้า เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยพลังของเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบเรียง 1,299 ซีซี 133 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ นอกจากตัวถังคูเปที่เห็นในภาพ ยังมีรถแบบเดียวกันนี้ในตัวถังเปิดประทุนให้เลือกใช้ด้วย แต่รถแบบหลังนี้ติดป้ายชื่อ กลีอเกิล จีเอส-ซีซี (GLEAGLE GS-CC) และใช้ประทุนหลังคาแบบแข็ง เปิด/ปิดด้วยการกดปุ่ม

 

ดองเฟง เฟงเชน เอช 30 ครอสส์

ดองเฟง เฟงเชน เอช 30 ครอสส์ (DONGFENG FENGSHEN H30 CROSS) รถตลาดแบบใหม่ล่าสุดของ ดองเฟง มอเตอร์ (DONGFENG MOTOR) หนึ่งในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเรียกกันโดยย่อว่า DFM เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัดในตัวถังยาว 4.336 ม. ซึ่งไม่มีจุดเด่นสะดุดตาอะไรนอกจากการเน้นส่วนล่างของตัวถังด้วยสีดำดังที่เห็นในภาพ เพิ่งออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2011 วันเปิดงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ โดยมีเครื่องยนต์เพียงขนาดเดียว คือ เครื่อง 4 สูบเรียง 1.6 ลิตร 106 แรงม้า ของ เปอโฌต์ ซึ่งเป็นพันธมิตรธุรกิจของผู้ผลิตรถยนต์จีนรายนี้ แต่มีระบบเกียร์ให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ สนนราคาค่าตัวอยู่ระหว่าง 86,800-97,800 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 0.40-0.45 ล้านบาท เมื่อคำนวณว่าเงินจีน 1 หยวน แลกได้ด้วยเงินไทย 4.60 บาท

 

ดองเฟง อีเจ 02

ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องอีกชิ้นหนึ่งที่ค่าย DFM นำออกอวดตัวในงานนี้คือ ดองเฟง อีเจ 02 (DONGFENG EJ02) รถแนวคิดซึ่งเห็นได้ชัดว่าน่าจะได้แรงบันดาลใจจากรถ สมาร์ท ฟอร์ทู (SMART FORTWO) ของเยอรมนี เป็นรถขนาดกระจิ๋วหลิวในตัวถังยาว 2.696 ม. และกว้าง 1.520 ม. ซึ่งมีน้ำหนักตัวแค่ 850 กก. ห้องโดยสารติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งเพียง 2 ตัว และมีที่ว่างท้ายรถให้วางถุงชอพพิงได้แค่ถุงเดียว ที่น่าสนใจและน่าจะถูกใจคนรักสีเขียวก็คือเป็นรถปลอดไอพิษ เพราะขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าจากแบทเตอรีล้วนๆ ไม่ได้ติดตั้งเครื่องยนต์ชนิดใดๆ ประจุไฟเต็มหม้อแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกล 110-180 กม. ด้วยความเร็วสูงสุด 80 กม./ชม. เชื่อว่า DFM ตั้งใจจะผลิตขายจริงๆ แต่อาจจะใช้เครื่องยนต์ไม่ใช่มอเตอร์ไฟฟ้า

 

บริลเลียนศ์ ซงหัว 530

หน้าตาเหมือนรถหรูสัญชาติเยอรมันยี่ห้อหนึ่ง แต่ที่จริงเป็นรถสัญชาติจีนติดป้ายชื่อ บริลเลียนศ์ ซงหัว 530 (BRILLIANCE ZHONGHUA 530) รถตลาดแบบใหม่ล่าสุดของ บริลเลียนศ์ ออโท (BRILLIANCE AUTO) ผู้ผลิตรถยนต์ติดอันดับ “ทอพเทน” ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีกำลังผลิตประมาณ 800,000 คัน/ปี และมียักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์ คือ บีเอมดับเบิลยู (BMW) เป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ตัวถังขนาด 4.708×1.788×1.475 ม. มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวที่เห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลจากรถ ซีรีส์-5 ของหุ้นส่วน มีกำหนดออกตลาดในฤดูร้อนปีนี้ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่อง 1.6 ลิตร 118 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบ 1.5 ลิตร 136 แรงม้า สนนราคาค่าตัวคาดว่าอยู่ระหว่าง 70,000-100,000 หยวน

 

กเรท วอลล์ ฮาวัล ไอเอฟ

จุดโฟคัสสายตาในบูธของ กเรท วอลล์ มอเตอร์ คัมพานี (GREAT WALL MOTOR COMPANY) ผู้ผลิตรถกิจกรรมกลางแจ้งรายใหญ่ที่สุดของเมืองมังกร คือ รถใหม่ติดป้ายชื่อ กเรท วอลล์ ฮาวัล ไอเอฟ (GREAT WALL HAVAL IF) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่มีโอกาสเป็นอย่างมากที่จะกลายสภาพเป็นรถตลาด ตัวถังขนาด 5.030×1.931×1.840 ม. มีรูปทรงองค์เอวเหมือนเอารถ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 จีที (BMW 5-SERIES GT) และ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 6 (BMW X6) มาผสมเข้าด้วยกัน เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อแบบ REAL-TIME ด้วยพลังของเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 218 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ สามารถทำความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม.

 

เชอรี เอม 1 อาร์อีอีวี

เชอรี ออโทโมบิล (CHERY AOTOMOBILE) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 7 ของเมืองมังกร (ปี 2010 มียอดขายประมาณ 700,000 คัน) ซึ่งมีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว เชอรี เอม 1 อาร์อีอีวี (CHERY M1 REEV) รถแนวคิดอีกคันหนึ่งซึ่งมีโอกาสเป็นอย่างมากที่จะเปลี่ยนสถานะเป็นรถตลาด เป็นรถแฮทช์แบคขนาดจิ๋วในตัวถังขนาด 3.601×1.587×1.527 ม. ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 30 กิโลวัตต์/41 แรงม้า ซึ่งประจุไฟแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกลประมาณ 110 กม. เมื่อไฟหมดก็ยังมีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก คือ แค่ 15 แรงม้า ทำหน้าที่เป็น RANGE EXTENDER หรือ “ตัวยืดระยะทาง” ช่วยปั่นไฟเข้าแบทเตอรี เพิ่มระยะการเดินทางได้อีกประมาณ 240 กม.

 

ไอโคนา ฟิวส์เลจ

รถที่มีรูปลักษณ์หวือหวาฟู่ฟ่าที่สุดในงานนี้คือ ไอโคนา ฟิวส์เลจ (ICONA FUSELAGE) ผลงานชิ้นโบว์แดงของ ไอโคนา เซี่ยงไฮ้ ดีไซจ์น แอนด์ เอนจิเนียริง (ICONA SHANGHAI DESIGN & ENGINEERING) บริษัทออกแบบและพัฒนารถยนต์ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ในอิตาลี เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 4 ที่นั่งปลอดไอพิษ เพราะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 4 ชุด ให้กำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า ประจุไฟแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกลประมาณ 220 กม.โดยทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. ตัวถังซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่เยี่ยมยอดมาก คือแค่ 0.26 มีจุดเด่นสะดุดตามากมาย รวมทั้งประตูข้างบานโตที่เปิด/ปิดแบบปีกนก อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า GULL-WING DOORS ซึ่งทำให้การขึ้นลงรถทำได้สะดวกมาก ผู้ออกแบบบอกว่า หากไม่ชอบระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าอยากจะเปลี่ยนเป็นขับแบบไฮบริด ก็สามารถทำให้ได้

 

จีเอซี อี-ทรัมพ์ชิ

จีเอซี อี-ทรัมพ์ชิ (GAC E-TRUMPCHI) ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องของ กวงซู ออโทโมบิล กรุพ คัมพานี (GUANGZHOU AUTOMOBILE GROUP COMPANY) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ติดอันดับ “ทอพเทน” ของเมืองมังกร (ปี 2010 มียอดขายประมาณ 724,000 คัน) ซึ่งเรียกขานกันโดยย่อว่า GAC เป็นรถแนวคิดซึ่งพัฒนาจากรถตลาดติดป้ายชื่อ จีเอซี ทรัมพ์ชิ (GAC TRUMPCHI) โดยแทบไม่มีการแตะต้องอะไรในส่วนของตัวถังซึ่งมีขนาด 4.800×1.819×1.484 ม. ที่เปลี่ยนไปอย่างสำคัญ คือ เปลี่ยนจากขับด้วยพลังของเครื่องยนต์ 1,969 ซีซี 150 แรงม้า เป็นขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 4 ชุด แต่ละชุดขับล้อแต่ละล้อ ได้กำลังรวมสูงสุด 166 กิโลวัตต์/226 แรงม้า วิจารณ์กันว่ารถแนวคิดคันนี้ก็คงจะเป็นแค่รถแนวคิดตลอดไป

 

เอเวอรัส เอส 1

ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องอีกชิ้นหนึ่งที่ GAC นำออกอวดตัวในงานนี้ คือ เอเวอรัส เอส 1 (EVERUS S1) รถตลาดแบบแรกที่ค่ายนี้ผลิตจำหน่ายโดยติดป้ายยี่ห้อที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ คือ เอเวอรัส (EVERUS) เป็นรถเก๋งซีดานขนาด SUB-COMPACT ผลงานจากความร่วมมือกับค่าย ฮอนดา ซึ่งเป็นหุ้นส่วนธุรกิจของผู้ผลิตรถยนต์จีนรายนี้ เพิ่งออกจำหน่ายในวันเปิดงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ โดยติดป้ายค่าตัว 69,800-99,800 หยวน หรือประมาณ 0.32-0.46 ล้านบาทไทย ตัวถังขนาด 4.420×1.690×1.495 ม. มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวที่แทบไม่มีอะไรผิดเพี้ยนจากรถ ฮอนดา ซิที (HONDA CITY) รุ่นก่อน ซึ่งเห็นกันจนเบื่อตาในบ้านเรา เครื่องยนต์ขนาด 1.3 และ 1.5 ลิตรที่ใช้ ก็มาจากรถที่ว่านี้เช่นกัน

 

ลักซ์เจน เนโอรา

ยูลอน มอเตอร์ (YULON MOTOR) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของไต้หวัน ซึ่งเพิ่งลงนามในสัญญาความร่วมมือกับ ดองเฟง มอเตอร์ (DONGFENG MOTOR) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน นำผลงานใหม่ออกอวดตัวในงานนี้หลายคัน แต่คันที่น่าสนใจที่สุดคือรถติดป้ายชื่อ ลักซ์เจน เนโอรา (LUXGEN NEORA) ในภาพเล็กซ้ายมือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถเก๋งซีดานขับล้อหน้าด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ โดยติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า และแบทเตอรีซึ่งประจุไฟเต็มหม้อแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลถึง 400 กม. เมื่อนั่ง 4 คน และใช้ความเร็วระดับ 100 กม./ชม. แต่เมื่อเร่งความเร็วเต็มที่โดยไม่กลัวว่าจะเปลืองไฟ จะมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม.

 

ลักซ์เจน 7 เอสยูวี

งานใหม่เอี่ยมอีกชิ้นหนึ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์ของไต้หวันนำออกอวดในงานนี้คือ ลักซ์เจน 7 เอสยูวี (LUXGEN7 SUV) รถตลาดที่เพิ่งออกจำหน่ายในเมืองแม่ด้วยค่าตัวระดับ 0.90-1.25 ล้านบาทไทย เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งที่เพียบไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสุขความสะดวกและความปลอดภัย ตัวอย่าง คือระบบ NIGHT VISION ซึ่งช่วยได้มากเมื่อขับขี่ยามค่ำคืน และระบบ LANE DEPARTURE WARNING SYSTEM ซึ่งช่วยเตือนเมื่อรถทำท่าจะวิ่งออกนอกลู่นอกทาง ตัวถังขนาด 4.800×1.930×1.720-1.760 ม. ใช้ระบบขับล้อหน้าหรือขับทุกล้อด้วยพลังของเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบเรียง ความจุ 2.2 ลิตร ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ MANUMATIC ซึ่งสามารถเปลี่ยนจังหวะเกียร์ด้วยมือ



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา/บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2554
คอลัมน์ : มหกรรมยานยนต์ต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/jGS8L
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th