บทความ

ASTON MARTIN V8 VANTAGE S


นอกจากเลื่องชื่อลือชาในฐานะรถสปอร์ทหุ่นสวย ราคาสุดแสบ ที่ผลิตจำหน่ายจำนวนน้อยๆ แล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รถจากเมืองผู้ดีติดป้ายชื่อ แอสตัน มาร์ทิน (ASTON MARTIN) เป็นที่ติดตาตรึงใจของคนรักรถสปอร์ททั่วโลก ก็คือการที่รถสปอร์ทยี่ห้อนี้ปรากฏตัวในภาพยนต์เรื่องดังๆมาแล้วหลายเรื่อง โดยเฉพาะภาพยนต์ชุดสายลับรหัส 007 เจ้าของประโยคอมตะ MY NAME IS JAMES, JAMES BOND “ผมชื่อ เจมส์, เจมส์ บอนด์”

ตามข้อมูลในสารานุกรมออนไลน์ WIKIPEDIA เอียน ฟเลมิง (IAN FLEMING) นักเขียนชาวอังกฤษผู้ให้กำเนิดนิยายสายลับ 007 เขียนให้พระเอกยอดสายลับของเขาขับรถ แอสตัน มาร์ทิน เป็นครั้งแรกในผลงานชิ้นที่ 7 ซึ่งมีชื่อเรื่องว่า GOLDFINGER เป็นรถที่มีชื่อรุ่นว่า แอสตัน มาร์ทิน ดีบี มาร์ค ธรี (ASTON MARTIN DB MARK III) แต่เมื่อทำเป็นภาพยนตร์ และออกฉายทั่วโลกเมื่อปี 1964 รถที่ใช้กลายเป็น แอสตัน มาร์ทิน ดีบี 5 (ASTON MARTIN DB5) ซึ่งไม่ใช่รุ่นเดียวกับในหนังสือ หลังจากนั้นรถรุ่นนี้มีโอกาสอวดตัวในภาพยนตร์สายลับรหัส 007 อีก 3 ตอน คือ THUNDER BALL (1965) GOLDEN EYE (1995) และ TOMORROW NEVER DIES (1997)
นอกจากรถรุ่นดังกล่าวแล้ว ยังมีรถยี่ห้อนี้อีก 4 รุ่น ที่รับบทเป็นรถคู่ใจของสายลับ 007 คือ แอสตัน มาร์ทิน ดีบีเอส (ASTON MARTIN DBS) ซึ่งปรากฏตัวใน ON HER MAJESTY’S SECRET SERVICE (1969)

แอสตัน มาร์ทิน วี 8 วานเทจ โวลันเต (ASTON MARTIN V8 VANTAGE VOLANTE) ใน THE LIVING DAYLIGHTS (1987) แอสตัน มาร์ทิน วี 12 แวนควิช (ASTON MARTIN V12 VANQUISH) ใน DIE ANOTHER DAY (2002) และรุ่นล่าสุดคือ แอสตัน มาร์ทิน ดีบีเอส วี 12 (ASTON MARTIN DBS V12) ใน CASINO ROYALE (2006) กับ QUANTUM OF SOLACE (2008)
ส่วน แอสตัน มาร์ทิน วี 8 วานเทจ เอส (ASTON MARTIN V8 VANTAGE S) ที่เห็นอยู่นี้ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์สายลับ 007 ที่กล่าวข้างต้น แต่เป็นรถแบบใหม่ที่ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเจ้านี้เพิ่งเปิดตัวในเมืองผู้ดีเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา และยังไม่มีใครส่งเทียบเชิญให้รับบทรถพระเอกในภาพยนตร์เรื่องใดๆ

ไม่ใช่รถใหม่แท้ๆ แต่เป็นรถใหม่ที่พัฒนาจากรถที่จำหน่ายอยู่ในตลาดมาแล้วตั้งแต่ปี 2005 โดยติดป้ายชื่อ แอสตัน มาร์ทิน วี 8 วานเทจ (ASTON MARTIN V8 VANTAGE) มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดมากมาย ทั้งในส่วนตัวถังและเครื่องยนต์กลไก ในส่วนของตัวถังภายนอกความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดมีอยู่หลายจุด ตัวอย่างคือกันชนหน้าที่ออกแบบขึ้นใหม่ และช่องดักลมที่มีขนาดโตกว่าเดิม ในส่วนของกลไกที่มองไม่เห็นจากภายนอก ก็มีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งในส่วนของเครื่องยนต์และระบบเกียร์

เครื่องยนต์ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของตัวถังซึ่งยาว 4.385 ม. กว้าง 1.865 ม. และสูง 1.260/1.270 ม. (คูเป/โรดสเตอร์) ยังคงเป็นเครื่อง DOHC วี 8 สูบ 4,735 ซีซี บลอคเดิม แต่ปรับแต่งเป็นพิเศษจนได้ม้าเพิ่มขึ้นอีก 10 ตัว คือ กำลังสูงสุดพุ่งจาก 426 เป็น 436 แรงม้า ที่ 7,300 รตน. ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หลัง ก็เปลี่ยนจากระบบเกียร์ 6 จังหวะ เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์เดี่ยว 7 จังหวะ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า 7-SPEED SINGLE CLUTCH AUTOMATED MANUAL TRANSMISSION เป็นเวอร์ชันล่าสุดของระบบเกียร์ที่บริษัท GRAZIANO และ MAGNETI MARELLI ของอิตาลีร่วมกันพัฒนา และยืนยันว่าใช้เวลาในการเปลี่ยนจังหวะเกียร์สั้นกว่าเวอร์ชันดั้งเดิมถึงร้อยละ 20

มีตัวถังให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ ตัวถังคูเป 2 ที่นั่ง ค่าตัว 102,500 ปอนด์ หรือประมาณ 5.13 ล้านบาทไทย กับตัวถังเปิดประทุนแบบอ่อน ซึ่งติดป้ายชื่อ แอสตัน มาร์ทิน วี 8 วานเทจ เอส โรดสเตอร์ (ASTON MARTIN V8 VANTAGE S ROADSTER) ค่าตัว 110,700 ปอนด์ หรือประมาณ 5.54 ล้านบาท ทั้ง 2 ตัวถังสามารถทำความเร็วสูงสุด 305 กม./ชม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา/ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์/บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2554
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8Uaql
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th