บทความ

พิคอัพเปิดหัวตลาดรถยนต์ ปี 54”


ผลจากการเทกระจาดขายกันอย่างสำราญบานใจในช่วงปลายปี 2553 จนต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ยานยนต์ไทย เป็นสถิติยอดจำหน่ายสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะในเดือนธันวาคม 2553 ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศรวมทะลุหลัก 90,000 คัน ภายในเดือนเดียว ส่งผลบวกต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมกราคม ปี 2554 จากเดิมคาดหมายกันว่าเดือนมกราคมจะมีการชะลอการตัดสินใจซื้อ ทำให้ตัวเลขยอดจำหน่ายเดือนแรกของปี 2554 ไม่เป็นที่หวือหวามากมายนัก หรืออาจได้เห็นตัวเลขติดลบเมื่อเทียบกับเดือนมกราคมปี 2553 กันบ้างก็เป็นได้

 

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง นั่นคือ ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศยังคงเดินหน้าสร้างความอิ่มเอมให้กับผู้ค้าผู้ขายต่อไป ซึ่งเป็นตัวเลขใหม่ที่เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 และยังเป็นยอดจำหน่ายรถยนต์เฉพาะเดือนมกราคมที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี สะท้อนให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจในประเทศ และทิศทางความเป็นไปของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เฉพาะในส่วนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่สนองความต้องการของผู้ใช้รถได้อย่างตรงจุดตรงประเด็นมาโดยตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา และจะยังเป็นหัวใจหลักของธุรกิจยานยนต์ในประเทศโดยเฉพาะในภาคส่วนของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ทั้งที่เปิดตัวแล้ว และที่กำลังจะเปิดตัวในปีนี้ และปีต่อๆ ไป

 

แต่ที่ชิงความได้เปรียบนำรถยนต์รุ่นใหม่ขึ้นสู่โชว์รูมก่อนใคร กลับกลายเป็นไพ่เด็ดจากค่าย มิตซูบิชิ ที่นำเครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งมีแรงม้าเพิ่มขึ้น มาใส่ให้กับ ทไรทัน และปาเจโร สปอร์ท โดยมีพรีเซนเตอร์เป็นรอคเคอร์หนุ่ม ขวัญใจคนรุ่นใหม่ มาช่วยดันยอดจำหน่าย

 

สัญญาณเปิดศึกแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดของรถพิคอัพ 1 ตัน ที่คาดว่าจะร้อนแรงอย่างมากในปีนี้เพราะทุกค่ายจะมีการปรับเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ให้กับรถยนต์ของตัวเอง แถมยังเป็นการปรับเปลี่ยนแบบใหม่หมดหัวจรดท้าย แม้บางค่ายยังไม่ออกอาการ แต่กระแสข่าวรถใหม่ก็โชยไปทั่ว แฟนๆ ที่ฟันธงให้กับตัวเองแล้วว่าปีนี้ต้องใช้พิคอัพคันใหม่ แต่ไม่อยากได้รถตกรุ่น เชคข่าวคราวความเคลื่อนไหวกับคนข่าวที่รู้จัก หรือตามแหล่งข้อมูลต่างๆ กันให้จ้าละหวั่น บทสรุปออกมาเห็นทีต้องชะลอการตัดสินใจซื้อไปก่อนขอดูตัวจริงให้เห็นกับตาแล้วค่อยสืบเท้าเข้าโชว์รูม

 

ขณะที่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ปีนี้เก๋งเล็กโดยเฉพาะอีโคคาร์ จะจรัสแสงเป็นอย่างมาก เพราะทางเลือกมีเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 โมเดล จากค่าย ฮอนดา ที่โชว์ตัวอย่างให้เห็นตั้งแต่ปลายปี เคาะราคาเสร็จสรรพออกจำหน่ายจริงปลายเดือนมีนาคม ในงานมอเตอร์โชว์ ส่วนอีกรายหนึ่ง คือ อีโคคาร์ของค่าย มิตซูบิชิที่ใช้เวทีงานเดียวกันนำตัวก่อนขึ้นไลน์ผลิต สร้างกระแสรอที่จะออกจำหน่ายจริงปีหน้า หรืออาจเร็วกว่านั้น แค่นี้ตลาดก็แทบแตก ทำให้หลายกระแสคาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ในปีนี้จะเติบโตระหว่าง7.5-10.0 % นั้นอาจต้องปรับขยับใหม่เสียแล้ว ถ้าไม่มีปัจจัยลบที่ทำให้เกิดการผันผวนอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจในประเทศ

 

เปิดศักราชใหม่มาเดือนแรกของปี บทสรุปตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศสวยหรูเกินคาดด้วยยอดรวมทั้งสิ้น 68,398 คัน ต่างจากเดือนเดียวกันของปี 2553 ถึง 38.0 % โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 29,977 คัน เพิ่มขึ้นกว่าเดือนมกราคม ปี 2553 ถึง 51.7 % พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ 28,194 คัน เพิ่มขึ้น 31.4 % พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,372 คัน เพิ่มขึ้น 17.4 % รถกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเอสยูวี 3,772 คัน เพิ่มขึ้น 13.3 % รถเอมพีวี 1,025 คัน เพิ่มขึ้น 6.8 % และรถยนต์ประเภทอื่นๆ 4,058 คัน เพิ่มขึ้น 41.0 % เรียงแถวขายดีเพิ่มขึ้นยกกระดานกันเลยทีเดียว

 

ในบรรดารถยนต์รุ่นต่างๆ โมเดลต่างๆ ที่จำหน่ายออกไปในเดือนมกราคม บแรนด์ที่มีผู้นิยมมากที่สุด 5 อันดับแรก ยังคงเป็นเหมือนเช่นทุกๆ ปีและเกือบจะทุกๆ เดือนที่ผ่านมา แต่ตัวเลขที่ออกมาสื่อให้เห็นว่า ปีนี้การแข่งขันทางการตลาดจะเข้มข้นรุนแรง โดยเฉพาะการชิงส่วนแบ่งการตลาดของคู่แข่งขันอันดับที่ 4 และ 5 ระหว่าง นิสสัน กับมิตซูบิชิ เพราะตัวเลขเดือนมกราคม นิสสัน เหนือกว่า มิตซูบิชิไม่ถึง 40 คัน ยิ่ง มิตซูบิชิ เปิดเกมรุกในตลาดรถพิคอัพ และรถยนต์ประเภทพีพีวี หรือพิคอัพดัดแปลงไป น่าจะทำให้อันดับของ มิตซูบิชิ เฉือนแซง นิสสัน ขึ้นไปได้ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่จะยืดระยะได้นานหรือไม่ เป็นเรื่องหนึ่งซึ่ง นิสสัน ยังได้เปรียบอยู่ในด้านของตลาดรถยนต์นั่ง ที่มีตัวเลือกบนโชว์รูมมากกว่า และยังอินทเรนด์ไม่ตกกระแสเสียด้วย นอกนั้นผู้นำในอันดับ 1-3 ยังคงเป็นไปตามปกติ

 

โตโยตา ผู้นำตลาดรถยนต์รวมทุกประเภท เปิดหัวปี 2554 ยังไม่มีอะไรใหม่ แถมมีกระแสรถรุ่นใหม่ ทำให้ลูกค้าต้องหยุดคิด แต่ก็กวาดยอดจำหน่ายไปได้ถึง 26,777 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 39.1 % อีซูซุ ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยยอดจำหน่ายเดือนแรกของปี 11,612 คัน คิดเป็น 17.0 % ของตลาดรวม อันดับที่ 3 เป็นของ ฮอนดา ด้วยตัวเลขยอดจำหน่ายรวม 9,772 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 14.3 % และนิสสัน ตามมาเป็นอันดับที่ 4 มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 4,528 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.6 % เท่ากับส่วนแบ่งการตลาดของ มิตซูบิชิ ที่อยู่อันดับที่ 5 จากยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 4,493 คัน

 

ในส่วนของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เปิดฤดูกาลปี 2554 มา 1 เดือน บรรดาค่ายรถยนต์ทั้งหลายยังอยู่ในช่วงของการเคลียร์ยอดจองที่ล้นทะลักมาจากปลายปีที่แล้ว จึงไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก และที่ออกสู่ตลาดในเดือนกุมภาพันธ์ก็มี ฮอนดา แจซซ์ เวอร์ชันใหม่ ซึ่งได้รับการปรับหน้าตาให้เฉียบสไตล์สปอร์ท และทางเลือกของงานสีภายนอกที่สะดุดตามากขึ้น ทั้งยังมี เลกซัส บแรนด์หรูในสังกัดของ โตโยตาที่ส่งรถไฮบริด มาให้เลือกใช้อีก 1 โมเดล เฉพาะในเดือนมกราคม ตลาดรถยนต์หลักประเภทนี้มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 29,977 คัน ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นยอดจำหน่ายที่เกิดจากรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา อาทิ ซีรีส์ 6 ของ บีเอมดับเบิลยู, เอ 1 ของ เชอรี บแรนด์ดังจากเมืองจีน,เชฟโรเลต์ ครูซ, ซีตรอง เดแอส ตรัวส์, ฟอร์ด ฟิเอสตา, มาซดา 2 ซีดาน, ปโรตอน ซากา และโตโยตา ปรีอุส เป็นต้น และส่วนหนึ่งเป็นรถยนต์ที่เปิดตัวมาก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในความนิยม เรียกว่าเป็นโมเดลหลักของแต่ละค่าย แต่ได้ปรับเสริมเติมแต่ง รวมไปถึงการหยิบยื่นข้อเสนอพิเศษให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นเป็นตัวช่วย บแรนด์ที่จำหน่ายมากที่สุดในเดือนมกราคมนี้ ยังคงอันดับเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากหัวแถว โตโยตา ออกสตาร์ทด้วยยอดจำหน่าย 11,975 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 39.9 % ฮอนดา เปิดด้วยยอด 8,891 คัน ส่วนแบ่งตลาด 29.7 % นิสสัน 2,456 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.2 % มาซดา 2,167 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.2 % และฟอร์ด 1,353 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 4.5 %

 

สำหรับพิคอัพ 1 ตัน นอกจากรถรุ่นใหม่ที่พร้อมทยอยออกสู่ตลาดในปีนี้ ยังมีรถจำนวนหนึ่งที่ถูกพัฒนาดัดแปลงเป็นพิคอัพดัดแปลง ซึ่งจัดหมวดหมู่อยู่ในประเภทของรถกิจกรรมกลางแจ้ง กำลังจะกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เนื่องจากผู้คนของภาครัฐเห็นว่าน่าจะมีการปรับภาษีเพิ่ม เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการใช้งานเหมือนกับรถอเนกประสงค์พันธุ์แท้ แต่เหลื่อมล้ำทางด้านของภาษี ซึ่งมีแรงค้านอย่างเต็มกำลังจากค่ายรถยนต์ที่มีรถประเภทนี้จำหน่ายอยู่ ต้องลุ้นต่อไปว่าบทสรุปเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ในส่วนของพิคอัพพันธุ์แท้เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ความต้องการซื้อยังมีอยู่เพียบ เพียงแต่รถใครจะโดนใจผู้ใช้มากกว่ากัน ซึ่งแน่นอนว่า 2 ค่ายใหญ่ คือ โตโยตา และอีซูซุ ไม่มีการยอมแพ้ง่ายๆ และเป็นโตโยตา ที่มีผลงานดีกว่า ได้ตำแหน่งแชมพ์ประจำเดือนแรกไปด้วยยอดจำหน่ายพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ 10,766 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 38.2 % อีซูซุ อยู่ในอันดับ 2 ด้วยยอดจำหน่าย9,893 คัน ส่วนแบ่งตลาด 35.1 % มิตซูบิชิ 2,630 คัน ส่วนแบ่งตลาด 9.3 % นิสสัน 1,925 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6.8 % และมาซดา ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 5 ด้วยยอด 837 คัน ส่วนแบ่ง 3.0 % ส่วนพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ในเดือนมกราคม ประกอบด้วย โตโยตา 938 คัน ส่วนแบ่ง 68.4 % อีซูซุ 254 คัน ส่วนแบ่ง 18.5 % นิสสัน 91 คัน ส่วนแบ่ง 6.6 % มิตซูบิชิ 60 คัน ส่วนแบ่ง 4.4 % ฟอร์ด 18 คัน ส่วนแบ่ง 1.3 % เชฟโรเลต์ 8 คัน ส่วนแบ่ง 0.6 % และมาซดา 3 คัน ส่วนแบ่ง 0.2 %

 

ตลาดรถเอสยูวี พระเอกของเดือนมกราคมต้องยกให้ ปาเจโร สปอร์ท ของ มิตซูบิชิ จะว่าเครื่องยนต์ใหม่และการปรับหน้าตาเป็นทางที่ถูกอย่างแรง ส่งผลให้ มิตซูบิชิ ขยับขึ้นมาคว้าตำแหน่งหัวแถวไปแล้ว เดือนมกราคมจำหน่ายไปได้ถึง 1,154 คัน รับส่วนแบ่งตลาดไป 30.6 % ทำเอาเจ้าตลาดรายเดิมขัดเคืองกันไปไม่ใช่น้อย ฮอนดา ซีอาร์-วี มาเป็นอันดับ 2 ด้วยยอด 800 คัน ส่วนแบ่ง 21.2 % ขณะที่ค่าย โตโยตา ทำได้เพียงอันดับ 3 จากตัวเลขรวม 734 คัน ส่วนแบ่งตลาด 19.5 % อันดับ 4 เป็นของ อีซูซุ 502 คัน ส่วนแบ่ง 13.3 % ส่วนอันดับ 5 เป็นของ เชฟโรเลต์ 310 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.2 %

 

ส่วนรถเอมพีวี ที่น่าสนใจเป็นรถยนต์จากเมืองจีน เชอรี ที่เข้ามาอยู่ในอันดับที่ 5 ของเอมพีวีขายดี ทำให้เอมพีวีจากเมืองโสม หล่นหายไปจาก 5 อันดับเอมพีวีขายดีเลยทีเดียว เช่นเดียวกับเอมพีวีจากมาเลเซียที่ผงาดอยู่ในอันดับที่ 2 อันดับ 1 แน่นอนเป็นของ โตโยตา ด้วยยอด 646 คัน รับส่วนแบ่งไป 63.0 % ปโรตอน 139 คัน ส่วนแบ่ง 13.6 % มิตซูบิชิ 94 คัน ส่วนแบ่ง 9.2 % ฮอนดา 81 คัน ส่วนแบ่ง 7.9 % เชอรี 16 คัน ส่วนแบ่ง 1.6 %

 

นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนมีนาคม มีคิวเปิดตัวของรถยนต์นั่งรุ่นใหม่หลายรุ่น ก่อนที่ทั้งหมดจะไปรวมตัวกันอยู่ในงานมอเตอร์โชว์ ที่ถือเป็นไฮซีซันของตลาดค้าขายรถยนต์ใหม่ ในช่วงครึ่งปีแรก ปีนี้สถานที่ใหม่ บรรยากาศใหม่ จะทำให้ตลาดคึกคักได้มากน้อยเพียงไร เมื่อเทียบกับสถานที่เดิม ไม่ช้าไม่นานมีบทสรุป



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2554
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/22srg
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง