บทความ

โตโยตา โคโรลลา จะเสียแชมพ์ ?


อ้ำอึ้งกันไป ถ้าจะให้ทายว่า รถอะไรขายดีเป็นอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา ชื่อแรกที่เดา น่าจะเป็น จีเอม หรือว่าจะเป็น โตโยตา แคมรี ผิดคะ กลายเป็น โตโยตา โคโรลลา

 

โตโยตา โคโรลลา ยังเป็นรถที่ขายดีอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ที่เป็นประเทศต้นกำเนิดอีกด้วย

 

ไม่เสียแรงที่ผู้เขียนคอลัมน์นี้ ก็ใช้รถคันนี้เหมือนกัน รถที่ไม่ได้มีไว้อวดใครๆ แต่ทว่าใช้ดี ไม่มีปัญหา และพอใจแบบพอเพียงมาตลอด

 

ตั้งแต่ปี 2509 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เจ้ารถ โตโยตา โคโรลลา ขายไปแล้ว 37 ล้านคันครองตำแหน่งที่ 1 มานานแสนนาน จะรักษาแชมพ์ได้ตลอดไปล่ะหรือ

 

ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ในเมื่อปัจจุบันมีการพัฒนาระบบส่งกำลังของรถยนต์ดียิ่งขึ้นไป ความประหยัดน้ำมัน ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ รถยนต์ขนาดเล็กที่มีเครื่องเคราอำนวยความสะดวกสบายมากขึ้น ก็มีให้เลือกมากมาย แถมยังระบบความปลอดภัยอีกล่ะ และราคาก็กำลังดี กลายมาเป็นตัวเลือกใหม่ๆ ซิงๆ โตโยตา โคโรลลา ในฐานะแชมพ์ที่ 1 ตลอดกาล ก็ต้องถูกท้าทายเป็นธรรมดา

 

แม้แต่แฟนพันธุ์แท้ตลอดกาลของ โตโยตา บางคน ยังเริ่มคิดเอาใจออกห่าง เพราะรู้สึกว่า โตโยตา โคโรลลา เริ่มวิ่งตามคนอื่นไม่ทัน มนต์ขลังเริ่มหมดไป

 

ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา โตโยตา มีข่าวเรื่องเรียกรถคืนไม่หยุดหย่อน นับรวมแล้ว ก็มีการเรียกคืนไปแล้ว 8 ล้านคัน ขณะเขียนต้นฉบับนี้ ก็กำลังจะเรียกคืนอีก 2 ล้านคัน สาเหตุก็มีตั้งแต่ปั๊มแรงดันน้ำมัน ไปจนถึงพรมปูพื้น ที่ทำให้คันเร่งติดกุกกัก อาจเกิดอันตราย แม้ว่ายังไม่มีใครได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตเลยก็ตาม

 

แต่ทว่าอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งก่อตัวอย่างเงียบๆ ก็คือ โคโรลลา กำลังจะก้าวตามคนอื่นไม่ทัน !

 

โตโยตา โคโรลลา เริ่มวางตลาดครั้งแรกเมื่อ 44 ปีที่แล้ว และผ่านการไมเนอร์เชนจ์ครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2551 นับจนถึงปัจจุบัน โคโรลลา มีการปรับโฉมมาถึง 10 ครั้งแล้ว เรียกว่าถ้าเป็นผู้หญิงก็ถูกมีดหมอเฉือนแล้วเฉือนอีก และทาง โตโยตา ก็จะทิ้งมันไว้อย่างนี้ จนกว่าจะถึงปีหน้า ถึงค่อยเสริมสวยกันอีก

 

ท่ามกลางบรรยากาศที่ค่ายรถต่างๆ พากันออกรถเล็ก ที่มีฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย ได้แก่ ฟอร์ด ฮอนดา จีเอม หรือแม้แต่ ฮันเด ฟีเจอร์เหล่านี้ ได้แก่ การบังคับรถด้วยเสียง ระบบทรานส์มิสชันที่ไฮเทค และการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เนทเวิร์ค

 

นั่นสินะ จะว่าไปแล้ว ผู้เขียนเองก็ถวิลหาฟีเจอร์อย่างเช่นเนวิเกเตอร์อยู่เหมือนกัน และถ้ามีการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เนทเวิร์คได้ก็ยิ่งดี

 

ความที่ โคโรลลา ชักเริ่มถดถอยเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น ส่วนยอดขายของ โคโรลลา ก็เริ่มตกลงไปถึงร้อยละ 10 ในสหรัฐ ฯ ปลายปีที่แล้ว โคโรลลา ขายมากกว่า ฮอนดา ซีวิค แค่ 5,864 คันเท่านั้น เรียกว่ากำลังจะหายใจรดต้นคอ ปีนี้บรรดานักวิเคราะห์ก็คาดการณ์ว่า โคโรลลา จะเจอกับสถานการณ์ท้าทายมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก ฮันเด เอลันทรา ที่หน้าตาน่าใช้ กำลังออกมาพร้อมๆ กับ ฮอนดา ซีวิค ปรับโฉมใหม่ที่จะออกวางตลาดเดือนพฤษภาคม

 

บรรณาธิการฝ่ายทดสอบรถของนิตยสาร CONSUMER REPORT เอ่ยวิพากษ์วิจารณ์ว่า เพราะ โคโรลลา ไม่เคยเป็นผู้นำสไตล์ แล้วรถรุ่นใหม่ๆ ที่ทยอยออกมาในปัจจุบันนี้ ต่างก็เน้นสไตล์ รวมทั้งเนื้อหาด้วย อย่างนี้แล้ว โคโรลลา จะไม่สะเทือนยังไงไหว

 

ซีวิค นั้นเป็นคู่ปรับเก่า ส่วน เอลันทรา กลายเป็นผู้ท้าชิงใหม่ ที่หน้าตาโฉบเฉี่ยว แถมยังประหยัดน้ำมัน และราคายังย่อมเยากว่า ทั้ง ซีวิค และ โคโรลลา ส่วน ฟอร์ด โฟคัส คอมแพคท์ใหม่ ฟอร์เต จากค่าย เกีย และ มาซดา 3 ที่ดาหน้ากันออกมา ก็ล้วนแล้วแต่หน้าตาดี กะทัดรัด เหมาะกับการจราจรที่คับคั่ง

 

ฟอร์ด โฟคัส ถูกใจผู้บริโภค ตรงที่การขับขี่แบบยุโรป บางคนชอบมากกว่ารถญี่ปุ่น ผู้เล่นในเซคชันรถเล็กหน้าใหม่อย่าง จีเอม ก็โดดลงมาเรียบร้อย ด้วยรถ เชฟโรเลต์ ครูซ ที่ จีเอม อวดว่าประหยัดพลังงานกว่า โคโรลลา

 

นักวิเคราะห์บอกว่า เท่ากับว่าปีนี้ โคโรลลา จะโดนสึนามิรถขนาดเล็กถล่มอย่างรุนแรง และว่าสิ่งที่ โคโรลลา ยังคงเหลืออยู่ คือ ความภักดีต่อชื่อ โคโรลลา เท่านั้น

 

ยุคนี้ยังเป็นยุค AFFORDABLE CAR หมายถึง การที่รถเล็กทั้งหลายใจถึง พากันถมเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคเคยได้จากรถใหญ่ ราคาแพงเข้าไป กลายเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับรถเล็ก ซึ่งจะเห็นได้จาก เอลันทรา โฟคัส และ ครูซ

 

ฝ่าย โตโยตา ก็ใจแข็ง ยืนกรานว่า ก็ความภักดีนี่แหละที่คู่แข่งจะต้องเกรงขาม เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ มหกรรมยานยนต์ดีทรอยต์ ซีวิค เอารุ่นใหม่ออกแสดง เป็น ซีวิค ที่มีสไตล์ชวนจับตา และยังอวดว่า ประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะในการขับขี่ดีเยี่ยม ทาง ฮอนดา บอกว่า “เราเรียกแชมพ์คืนมาจาก โคโรลลา ได้แน่นอน”

 

โตโยตา ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากเหมือนกันในการรักษาตำแหน่งแชมพ์ เพราะเพิ่งปิดโรงงานที่ร่วมทุนกับ จีเอม ที่แคลิฟอร์เนียไป ซึ่งเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ และอาจจะต้องนำเข้ารถจากญี่ปุ่นมาให้คนอเมริกันใช้แทน ในเมื่อเยนก็แข็ง ทำให้ต้นทุนสูง จะทำกำไรก็ยังยาก และจะหาพโรโมชันมาช่วยผลักให้ยอดขายทรงตัวอยู่ไว้ ก็อาจจะทำได้ไม่ง่ายเช่นกัน



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2554
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/jfFQa

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th