บทความ

กำลังเพาเวอร์แอมพ์ และความไว (จบ)


ฉบับที่แล้วได้กล่าวถึง สูตรคำนวณความไว สำหรับการอ้างอิงประสิทธิภาพ ที่นักเล่นหรือนักแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์นิยมใช้กัน โดยใช้จากค่า THIELE SMALL PARAMETERS ของลำโพง และในฉบับนี้จะพูดถึงกำลังเพาเวอร์แอมพ์ และความไว (ตอนจบ) มาติดตามกัน

สำหรับค่า THIELE SMALL PARAMETERS เป็นรายละเอียดด้านเทคนิคของซับวูเฟอร์ที่ผู้ผลิตได้กำหนด สามารถพบเห็นได้จากแผ่นพับที่แนบอยู่ในกล่องสินค้า พร้อมกับซับวูเฟอร์ หรือจากเวบไซท์ของผู้ผลิตสินค้า แนวคิด คือ ผลที่ได้จากสูตรนี้จะให้ตัวเลขที่เป็นประโยชน์ สำหรับเปรียบเทียบกำลังขับ/แชนแนล เมื่อโหลดที่ความต้านทานต่างๆ

 

ทางเลือกเพาเวอร์แอมพ์

ขอกลับไปที่ตัวอย่าง โดยใช้กฎของโอห์ม เพื่อดูความเป็นไปได้ของเพาเวอร์แอมพ์ว่า มันสามารถผลิตกำลังขับได้เท่าไร ดังตัวอย่าง

75 วัตต์x2 RMS (4 โอห์ม)
150 วัตต์x2 RMS (2 โอห์ม)
300 วัตต์x1 RMS (4 โอห์ม)

บรรทัดแรกเป็นสเปคเพาเวอร์แอมพ์ และบรรทัดที่ 2 คือ ผลจากการโหลดเพาเวอร์แอมพ์ที่ 2 โอห์ม เป็นที่รู้กันดีว่าเพาเวอร์แอมพ์ สามารถรับกำลังขับได้ที่โหลดต่างๆ โดยใช้กฎของโอห์ม เพื่อว่าแอมพ์จะทำงานได้อย่างเหมาะสม เช่น การขับที่โหลดจาก 4 โอห์ม เป็น 2 โอห์ม ทำให้กำลังขับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และควรตรวจสอบที่เพาเวอร์แอมพ์ สามารถทำงานได้ที่โหลดต่ำสุดเท่าไร โดยตรวจสอบจากคู่มือผู้ผลิต หรือตรวจวัดด้วยตัวเอง

บรรทัดที่ 3 เมื่อใช้เพาเวอร์แอมพ์บริดจ์โมโนว่า ทำไมกำลังขาออกของเพาเวอร์แอมพ์จึงเพิ่มขึ้น 1 เท่าในแต่ละแชนแนลที่ 2 โอห์ม ซึ่งเป็นผลรวมของเอาท์พุทเหล่านั้น และภายใต้โหลด 4 โอห์ม มันเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทราบ และบรรทัดที่ 2 และ 3 การรับโหลดของเพาเวอร์แอมพ์ สามารถผลิตกำลังขับทั้งหมดออกมาได้หรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนของลำโพง หรือวอยศ์คอยล์ของลำโพงที่จะต่อใช้งาน

ดังนั้นเพื่อให้ระบบนั้นง่าย และประหยัดงบประมาณ ตัวอย่างเช่น คุณมีซับวูเฟอร์ 1 ตัว แบบวอยศ์คอยล์เดี่ยว 4 โอห์ม โดยคำนวณความไวได้ 87 ดีบี SPL ที่ 1 วัตต์/1 เมตร เมื่อนำไปใช้เป็นตัวเลือกในบรรทัด

ที่ 3 สามารถอธิบายการทำงานได้เป็นอย่างดีว่า ควรจะได้กี่เดซิเบล โดยเราสามารถคาดหวังได้จากมัน โดยดูจากกราฟที่แสดงผลต่อไปนี้ โดยใช้กฎทั้ง 3 บรรทัด ที่ได้อธิบายตามข้างต้น ด้วยสูตรจากภาพ ในตอนท้ายของกราฟนั้น ไม่สามารถเพิ่มแรงดันเอาท์พุท 3 ดีบี ได้อย่างมั่นคง ดังนั้นในกรณีนี้ สามารถเดาเพิ่มเติมได้ว่าในความดัง 112 ดีบี โปรดทราบว่าไม่สามารถประมาณได้โดยวิธีนี้ และเพื่อที่จะให้ได้ผลที่รวดเร็วขึ้น และมีความแม่นยำ สามารถใช้สูตรที่แสดงดังต่อไปนี้ DB SPL = ความไว + 10 LOG (กำลังขับอินพุท/ซับวูเฟอร์)ดังนั้นในกรณีนี้ มันจะเป็น

DB SPL = 87+10 (LOG 300)
DB SPL = 87+10 (2.47712)
DB SPL = 111.7 DB SPL

ถ้าตามสมมุติฐาน ซับวูเฟอร์ไม่ได้อยู่ภายในห้องที่บีบอัดด้วยอคูสติค และวัดในตำแหน่งที่อิสระ (วัดข้างนอกในสวนที่ใหญ่มาก) สำหรับในรถขนาดเล็ก ตัวเลขวัดครั้งสุดท้ายจะสูงขึ้นกว่านี้ เป็นสาเหตุหลักมาจากขนาดห้องโดยสารของรถ ซึ่งเราคาดหวังว่าจะได้ 10 ดีบี ของเอาท์พุทจากตัวเลขนี้ แต่นี่ไม่ได้แสดงปัญหาใดๆ ถ้าสามารถจัดการเดซิเบลที่เพิ่มขึ้น และขึ้นอยู่กับการติดตั้งครั้งสุดท้าย

 

เสียงเบสส์ที่เพิ่มขึ้น

จากเหตุการณ์ในครั้งที่แล้ว ที่สมมติว่าเราทำงานในร้านเครื่องเสียงรถยนต์ แล้วมีลูกค้าเข้ามาในร้าน สิ่งที่เขาต้องการ คือ ซับวูเฟอร์ที่มีเสียงเบสส์มากขึ้น และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่เข้าใจวิธีการทำ

ประการแรก ทำอย่างไรที่จะต่อซับวูเฟอร์ 2 ตัว ที่ 4 โอห์ม ไปที่เพาเวอร์แอมพ์ มันสำคัญมากที่จะต้องทราบว่า มันไม่สามารถต่อแบบขนานด้วยโหมดบริดจ์โมโน ดังนั้นควรกำหนดโหลดโดยรวมที่ 2 โอห์ม หรือ 1 โอห์ม/แชนแนล และค่าอิมพีแดนศ์ที่ไม่ได้ระบุโดยผู้ผลิต ถ้าเราทำ สิ่งนี้จะทำให้เพาเวอร์แอมพ์ไม่มีเสถียรภาพ ทำให้แอมพ์ได้รับความร้อนมากอย่างรวดเร็ว จนใช้งานไม่ได้ ทางเลือกที่ 2 คือ การต่อซับวูเฟอร์ 1 ตัว/1 แชนแนลของแอมพ์ ด้วยโหลดที่ 4 โอห์ม หรือใช้การต่ออนุกรมที่อิมพีแดนศ์ 8 โอห์ม ด้วยบริดจ์เอาท์พุทเพาเวอร์แอมพ์ จึงเป็นทางเลือกทั้งคู่ที่ให้ผลเป็นไปได้

ดังนั้นความไวเดิม 87 ดีบี ที่ 1 วัตต์/1 เมตร ต่อซับวูเฟอร์ เพราะว่าตอนนี้ใช้ลำโพง 2 ตัว (ดับเบิลตัวเลข) สามารถเพิ่มได้ 6 ดีบี เพื่อให้ได้ความดัง 93 ดีบี ที่ 1 วัตต์ (ต่อซับวูเฟอร์) ต่อ 1 เมตร เป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่ม GAIN ขึ้นอีก 6 ดีบี ซึ่งซับวูเฟอร์แต่ละตัวควรได้รับกำลังขับที่เท่ากัน ในกรณีที่กำลังขับรวม 2 วัตต์ สามารถลดความซับซ้อนของคณิตศาสตร์ โดยทำตามตัวอย่างด้านล่าง

เพาเวอร์แอมพ์ 300 วัตต์x1 ที่ 4 โอห์ม ด้วยกฎของโอห์ม มันควรจะได้กำลังขับ 150 วัตต์x1 ที่ 8 โอห์ม และกำลังขับโดยรวม 150 วัตต์ เพื่อแบ่งให้ซับวูเฟอร์แต่ละตัว เป็น 75 วัตต์ RMS ต่อตัวขับ สามารถใช้สูตรนี้ เพื่อความรวดเร็ว

DB SPL = ความไว + 10 LOG (อินพุทเพาเวอร์ ต่อซับวูเฟอร์)
DB SPL = 93+10 (LOG 75)
DB SPL = 93+10 (1.875)
DB SPL = 111.7 DB SPL

 

สรุป

ดังนั้นการออกแบบระบบมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าวางแผนทำให้เหมาะสม มันเป็นทางเลือกครั้งที่ 2 โดยใช้ซับวูเฟอร์วอยศ์คอยล์เดี่ยว 8 โอห์ม ต่อขนาน เพื่อให้ได้กำลังขับเต็ม 300 วัตต์ จากเพาเวอร์แอมพ์ และ SPL อีก 114.7 ดีบี เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะซื้อเพาเวอร์แอมพ์ และซับวูเฟอร์ครั้งที่ 2 เพื่อเพิ่มระบบความถี่ต่ำโดยรวมอีกเท่าตัว ซึ่งจะผลิต 6 ดีบี สำหรับระดับความดังของ SPL 117.7 ดีบี เป็นอีกวิธีที่จะเอาชนะปัญหา และเป็นการเพิ่มลูกค้าขาประจำในอนาคต

จากบทความนี้ ฮวน คาสติลโล เป็นวิศวกรไฟฟ้าเครื่องกล และผู้ก่อตั้ง MEXICAN CAR AUDIO COMPANY และ SUONO ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนการติดตั้ง และคาสติลโล ได้ทำงานที่ BOSTON ACOUSTICS เป็นทเรเนอร์ระหว่างประเทศ ในการสัมมนาของประเทศส่วนใหญ่ในแถบละตินอเมริกา



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน เมษายน ปี 2554
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/dyTVS
อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th