บทความ

เปลี่ยนบุชหูชอคอับ ไม่ยาก ถ้าคิดจะทำ !


“ช่วงล่างมีเสียงขณะวิ่งทางขรุขระ เข้าโค้งแล้วรู้สึกช่วงล่างไม่แน่น วิ่งเร็วแล้ววูบวาบ” ปัญหานี้จะลดหรือหมดไป ถ้าคุณเปลี่ยนแค่ “หูชอคอับ”

พอรถใช้งานไปได้สักระยะ ช่วงล่างกับเสียง “ก๊อกแก๊ก” กลายเป็นของคู่กัน เนื่องจากช่วงล่างทำหน้าที่ ควบคุมการทรงตัวของรถให้มีเสถียรภาพสูงสุดขณะวิ่ง และในขณะเดียวกันต้องซับแรงสั่นสะเทือนให้ได้อีกด้วย ดังนั้นเขาถึงกำหนดให้เปลี่ยนอุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนช่วงล่างใหม่ทุกๆ 2-3 ปี หรือตามระยะทางที่กำหนด โดยเฉพาะพวกบุช และลูกหมาก DIY ฉบับนี้ มีวิธีเปลี่ยนบุชหูชอคอับ ที่สามารถเปลี่ยนได้ไม่ยากนัก มาฝากกัน

บุชหูชอคอับ คืออะไร ?

รถขับเคลื่อน 4 ล้ออย่างเราๆ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน รุ่นไหน ย่อมมีบุชหูชอคอับอยู่ในรถด้วยกันทั้งนั้น บุชตัวนี้อยู่บริเวณด้านบนและด้านล่างของตัวชอคอับ มีหน้าที่กันกระแทกระหว่างตัวชอคอับกับแชสซีส์รถ และต้องซับแรงสั่นสะเทือนได้ประมาณหนึ่งด้วย

เมื่อไรถึงต้องเปลี่ยน ?

บุชหูชอคอับส่วนใหญ่ทำมาจากยาง จึงต้องมีการเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 2-3 ปี เนื่องจากเนื้อยางจะเสื่อมสภาพ การเสื่อมสภาพของยางทำให้ชอพอับที่ติดอยู่กับแซสซีรถนั้นเคลื่อนตัวได้ทำให้เกิดการสั่นคลอนขณะรถวิ่ง เป็นเหตุให้เกิดเสียงที่น่ารำคาญอีกด้วย ดังนั้นการเปลี่ยนบุชหูชอคอับจึงช่วยให้รถมีเสถียรภาพขึ้น แถมยังทำให้คุณไม่เสียอารมณ์จากเสียงที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย

ยูรีเธน ทดแทนยางได้

โพลียูรีเธน (POLYURETHANE) ถูกคิดค้นและผลิตขึ้นครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้ทดแทนยางจากธรรมชาติ และยังใช้ในการผลิตกระดาษ ผลิตผ้าที่มีความทนทาน ใช้เคลือบผิวเครื่องบิน โลหะ ไม้ และอิฐ เพื่อป้องกันการกัดกร่อน และสารเคมี โพลียูรีเธนผลิตจากปฏิกิริยาของโพลีออลล์กับไดไอโซไซยาเนท โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาที่เหมาะสม โพลียูรีเธนส่วนใหญ่เป็นพลาสติคชนิดเทอร์โมเซท คือ ไม่สามารถหลอมเหลวและขึ้นรูปใหม่ได้ โพลียูรีเธนติดไฟได้ง่ายและรวดเร็วมาก และเมื่อไหม้แล้วจะให้ความร้อน และควันหนาแน่น ที่สำคัญ คือ ให้แกสพิษออกมาด้วย ได้แก่ ไดออกซิน ไอโซไซยาไนด์ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ และคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น ปัจจุบันนิยมนำมาใช้แทนบุชยาง เนื่องจากทนทานกว่ายาง (ใช้ได้ประมาณ 3-4 ปี) ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น แต่ราคาก็แพงตามไปด้วย

อุปกรณ์
1. ประแจเบอร์ 17
2. ประแจเบอร์ 14
3. ประแจลอค
4. บุชยูรีเธน
5. ถุงมือ

ขั้นตอนการเปลี่ยนบุชหูชอคอับ

1. ใช้แม่แรง หรือลิฟท์ ยกรถขึ้นโดยต้องวางตรงตำแหน่งที่แข็งแรงที่สุดของตัวรถ
2. นำประแจเบอร์ 14 และเบอร์ 17 ขันคลายนอทลอคชอคอับตัวบนออกก่อน
3. ใช้ประแจลอค ลอคก้านชอคอับไว้ แล้วใช้ประแจเบอร์ 17 ขันนอทอีกตัวออกมา
4. นำประแจเบอร์ 17 ขันนอทยึดชอคอับตัวล่างที่เป็นตัวเมียออกก่อน
5. ค่อยๆ ดึงสลักเหล็กตัวผู้ออกช้าๆ ถ้าออกยากอาจใช้น้ำยาครอบจักรวาลฉีดหล่อลื่น
6. ประคองชอคอับลงมาอย่างช้าๆ โดยต้องใช้ทั้ง 2 มือช่วยประคอง
7. เมื่อถอดชอคอับออกมาแล้วก็ล้างทำความสะอาดสักหน่อย เพื่อความสวยงาม
8. ต้องเอาแกนเหล็กออกก่อน โดยค่อยๆ เอานิ้วดันแกนเหล็กออกมา
9. นำไขควงหัวแบนมางัดตัวบุชยางสีแดงออกมา อย่างระมัดระวัง
10. นำบุชยางอันใหม่ ใส่แทนเข้าไป โดยอาจใช้ปากกาจับชิ้นงานช่วยบีบเข้าก็ได้
11. นำแกนเหล็กที่ถอดออก ใส่กลับเข้าไปด้วยเช่นกัน ทำแบบเดียวกับวิธีที่ 10
12. ประกอบชอพอับกลับเข้าที่เดิม แล้วใส่บุช และนอทต่างๆ ให้ครบทุกตัว เป็นอันเสร็จ



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2554
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XtO8T
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจเชครถ
ขจัดกลิ่นอับด้วยวิธีธรรมชาติ