บทความ

ดาการ์ แรลลี 2011


จบลงเรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันรถยนต์รายการหฤโหด ดาการ์ แรลลี 2011 (DAKAR RALLY 2011) ที่เริ่มล้อหมุนตะลุยฝุ่นกัน ตั้งแต่ต้นศักราชใหม่ เดือนมกราคม ปี 2011 จากกรุงบัวโนส ไอเรส (BUENOS AIRES) ประเทศอาร์เจนตินา ผ่านเส้นทางอุปสรรคของดินแดนในประเทศชิลี ไปจนสุดเกือบถึงชายแดนประเทศเปรู และย้อนกลับมาจบการแข่งขันที่บัวโนส ไอเรส ระยะทางรวมกว่า 9,500 กม. นิตยสาร 4 WHEELS ขอพาท่านลำดับเหตุการณ์ พร้อมทำความรู้จักผู้คว้าชัย ในการแข่งขันครั้งนี้ กับคนที่ชื่อ นาสเซอร์ ซาเลห์ อัล-อัตติยาห์ (NASSER SALEH AL-ATTIYAH) จากทีม โฟล์คสวาเกน

สเตจ 1–การ์โลส เซนซ์ เขาคือผู้ชนะ

เส้นทางจากกรุงบัวโนส ไอเรส ถึงเมืองวิคตอเรีย (VICTORIA) ระยะทางรวม 377 กม. สเตจนี้ยังไม่นับเวลา และแข่งขันจริงวันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม ซึ่งเป็นส่วนที่ 2 ของสเตจ 1 ระยะทาง 758 กม. โดยมีสเตจพิเศษรวมอยู่บนเส้นทาง การ์โลส เซนซ์ (CARLOS SAINZ) แชมพ์เก่าปี 2010 ตัวเต็งที่ทุกคนจับตา พา โฟล์คสวาเกน ตูอเรก ทะยาน จบสเตจเป็นคันแรกด้วยเวลา 2.18.32 ชม. ทิ้ง ชเตฟาเน เพเทร์ฮันเซล (STEPHANE PETERHANSEL) ที่ควบ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3 ครอสส์คันทรี ตามหลังมาอยู่ 1.31 นาที โดยที่ 3 ตกเป็นของ อัล-อัตติยาห์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมของ เซนซ์ โดยทำเวลาตามหลังอยู่ 2.16 วินาที

สเตจ 2-เซนซ์ ยังแกร่ง

จากเมืองโคร์โดบา (CORDOBA) ถึงซาน มิเกล เดอ ตูกูมาน (SAN MIGUEL DE TUCUMAN) ระยะทาง 324 กม. ความเหนือชั้นยังคงเป็น เซนซ์ ซึ่งพา โฟล์คสวาเกน ตูอเรก รถแข่งคู่ใจ เข้าเส้นชัยอันดับ 1 ด้วยเวลา 3.11.28 ชม.

สเตจ 3-ชัยชนะแรกของ อัล-อัตติยาห์

วันอังคารที่ 4 มกราคม ระยะทาง 500 กม. จากซาน มิเกล เดอ ตูกูมาน ถึงซาน ซัลวาดอร์ เดอ จูจุย (SAN SALVADOR DE JUJUY) ชัยชนะเป็นของ อัล-อัตติยาห์ โดยพา โฟล์คสวาเกน ตูอเรก เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก ด้วยเวลา 3.42.20 ชม. โดย เซนซ์ ตามเข้ามาเป็นอันดับ 2 ตามหลังอยู่ 25 วินาที

สเตจ 4-เซนซ์ ก็คือ เซนซ์

เซนซ์ กลับมาเข้าที่ 1 ได้อีกครั้งในสเตจนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางจากซาน ซัลวาดอร์ เดอ จูจุย ข้ามไปกาลามา (CALAMA) ซึ่งเป็นดินแดนของประเทศชิลี โดยพารถคู่ใจเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1.57.09 ชม. เร็วกว่า อัล-อัตติยาห์ อยู่ 50 วินาที

สเตจ 5-บีเอมดับเบิลยู ประกาศศักดา

สเตจนี้มีรถถูกตัดเวลาการแข่งขัน 2 คัน อันดับแรกจึงตกอยู่ที่ เพเทร์ฮันเซล ซึ่งขับ บีเอมดับเบิลยู
เอกซ์ 3 ครอสส์คันทรี จบสเตจด้วยเวลา 04.33.19 ชม. ตามด้วย อัล-อัตติยาห์ และเซนซ์ ซึ่ง อัล-อัตติยาห์ ช้ากว่า เพเทร์ฮันเซล อยู่ 4 นาที 24 วินาที

สเตจ 6-โฟล์คสวาเกน ขอคืนพื้นที่
เซนซ์ กระชากตำแหน่งกลับมาสู่ทีม โฟล์คสวาเกน อีกครั้ง ด้วยการเป็นผู้นำสเตจ 6 ใช้เวลา 04.53.53 ชม. ตามด้วย อัล-อัตติยาห์ และมาร์ค มิลเลอร์ (MARK MILLER) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งสเตจนี้ โฟล์คสวาเกน ครองตำแหน่งที่ 1-3 ตามด้วยรถแข่งจากทีม บีเอมดับเบิลยู

สเตจ 7-โฟล์คสวาเกน ยังครอง 3 ตำแหน่งแรก

อัล-อัตติยาห์ คว้าชัยในสเตจ 7 ให้ โฟล์คสวาเกน เป็นคันแรก โดยใช้เวลารวมตลอดการแข่งขัน 02.40.57 ชม. ตามด้วย เซนซ์ ซึ่งตามหลังมาด้วยเวลา 02.42.17 ช้ากว่า 1 นาที 20 วินาที และปิดท้ายอันดับ 3 ด้วยรถแข่งจากทีม โฟล์คสวาเกน จากฝีมือการขับของ ฌีนีล เดอ วิลลิเอร์ (GINIEL DE VILLIERS) ช้ากว่าอันดับ 1 อยู่ 2 นาที 56 วินาที

สเตจ 8-วันของ โฟล์คสวาเกน

ต้องเรียกว่าเป็นวันของ โฟล์คสวาเกน จริงๆ เพราะกวาด 4 ตำแหน่งไล่เรียง ซึ่ง อัล-อัตติยาห์ เข้าเป็นที่ 1 ตามด้วย เซนซ์ และเดอ วิลลิเอร์ ปิดท้ายอันดับ 4 ด้วย มิลเลอร์ แต่งานนี้ อันดับ 5 ไม่ใช่ บีเอมดับเบิลยู แต่เป็น นิสสัน

สเตจ 9-บีเอมดับเบิลยู ขยับเข้าที่ 4

เกินครึ่งทางแล้ว อัล-อัตติยาห์ ยังคงกำชัยชนะอย่างต่อเนื่อง ทั้งสเตจ 7 และ 8 คราวนี้ เซนซ์ ไม่ทิ้งลาย ชิงเข้าที่ 1 ด้วยเวลา 02.14.39 ชม. เฉือน อัล-อัตติยาห์ ไป 1 นาที 56 วินาที โดยมี เดอ วิลลิเอร์ ตามมาเป็นที่ 3 แต่คราวนี้รถแข่งจากทีม บีเอมดับเบิลยู ซึ่งขับโดย เพเทร์ฮันเซล ตามเข้ามาเป็นอันดับที่ 4

สเตจ 10-บีเอมดับเบิลยู กัดไม่ปล่อย

ถึงสเตจนี้ โฟล์คสวาเกน ยังครองอันดับ 1 จากฝีมือ เดอ วิลลิเอร์ แต่ทั้ง เซนซ์ และอัล-อัตติยาห์กลับพ่ายให้กับรถแข่งจากทีม บีเอมดับเบิลยู ซึ่งนำหน้าเข้าที่ 2 และ 3 จากฝีมือการขับของกริซิสซ์โตฟ โฮโลฟชิก (KRZYSZTOF HOLOWCZYC) และเพเทร์ฮันเซล

สเตจ 11-อัล-อัตติยาห์ คว้าชัย

อัล-อัตติยาห์ ทวงตำแหน่งเบอร์ 1 คืนอีกครั้งในสนามนี้ ด้วยเวลา 04.17.27 ชม. แต่ที่ 2 กลับกลายเป็นของทีม บีเอมดับเบิลยู โดย เพเทร์ฮันเซล ทำเวลาตามหลังอยู่ 1 นาที 13 วินาทีเท่านั้น

สเตจ 12-เซนซ์ ขอคืน

เส้นทางจาก ซาน ฆวน (SAN JUAN) กลับมายังโคร์โดบา ระยะทางรวม 678 กม. ชัยชนะกลับมาเป็นของ เซนซ์ โดยทำเวลาได้ดีที่สุด 05.37.18 ชม. เร็วกว่า อัล-อัตติยาห์ ถึง 2 นาที 43 วินาที สเตจนี้ บีเอมดับเบิลยู ทำได้ดีสุดอันดับ 4 จากฝีมือ เพเทร์ฮันเซล

สเตจ 13-กลับสู่กรุงบัวโนส ไอเรส

เซนซ์ ร้อนแรงต่อจากเมื่อวาน พารถแข่งคู่ใจ นำตลอดเส้นทางจากโคร์โดบา เข้ามายังบัวโนส ไอเรส ด้วยเวลา 01.16.08 ชม. ตามด้วย อัล-อัตติยาห์ ซึ่งช้ากว่าเพียง 38 วินาที และโฮโลฟชิก ที่ควบ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3 ครอสส์คันทรี เข้าเป็นอันดับ 3 ช้ากว่าอันดับ 1 อยู่ 1 นาที 25 วินาที จบการแข่งขันถึง เซนซ์ จะกำชัยชนะในสเตจ 12 และ 13 แต่เวลารวม อัล-อัตติยาห์ ทำได้ดีกว่าถึง 01.20.38 ชม. และเขาได้ตำแหน่งอันดับ 3 รองจาก เดอ วิลลิเอร์ เพื่อนร่วมทีม ซึ่งทำเวลารวมช้ากว่าอันดับ 1 อยู่ 49 นาที 41 วินาที ทำให้ อัล-อัตติยาห์ คว้าแชมพ์ในการแข่งขัน ดาการ์ แรลลี 2011 ได้สำเร็จ

ผู้ชนะในการแข่งขัน ดาการ์ แรลลี 2011

อัล-อัตติยาห์ หรือ นาสเซอร์ ซาเลห์ นาสเซอร์ อับดุลลาห์ อัล-อัตติยาห์ (NASSER SALIH NASSER ABDULLAH AL-ATTIYAH) เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ปี 1970 ที่เมืองโดฮา เป็นชาวกาตาร์ เข้าร่วมการแข่งขัน PRODUCTION WORLD RALLY CHAMPIONSHIP (PWRC) และชนะการแข่งขันในปี 2006 ซึ่งรถที่ใช้เป็น ซูบารุ อิมพเรซา นอกจากกีฬาแข่งรถแล้ว เขายังเป็นนักกีฬายิงปืนที่มีความสามารถ และลงแข่งขันในโอลิมปิคเกมส์ ได้อันดับที่ 4 ในปี 2004
ในการแข่งขันรถยนต์ รายการ ดาการ์ แรลลี 2010 อัล-อัตติยาห์ คว้าชัยเป็นอันดับ 2 รองจาก การ์โลส เซนซ์ และวันที่ 15 มกราคม ปี 2011 อัล-อัตติยาห์ ก็สามารถครองตำแหน่งผู้ชนะเลิศในการแข่งขัน ดาการ์ แรลลี 2011 และเป็นชาวอาหรับคนแรกที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันอันสุดแสนจะหฤโหดนี้

 

ตารางการแข่งขันรถยนต์ รายการ ดาการ์ แรลลี 2011
โอเวอร์ออลล์
อันดับ, หมายเลขรถ, ผู้ขับ, ยี่ห้อ/รุ่นรถ, เวลา (ชม.)
1 ,302, นาสเซอร์ ซาเลห์ อัล-อัตติยาห์ ,โฟล์คสวาเกน เรศ ตูอเรก 3, 21.16.16
2 ,308 ,ฌีนีล เดอ วิลลิเอร์ ,โฟล์คสวาเกน เรศ ตูอเรก 3 ,22.05.57
3, 300 ,การ์โลส เซนซ์, โฟล์คสวาเกน เรศ ตูอเรก 3, 22.36.54



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2554
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/A3YKk

Follow autoinfo.co.th