บทความ

เอสแอลเค-คลาสส์ รุ่นใหม่


เอสแอลเค-คลาสส์ รุ่นใหม่
ออกจำหน่ายแล้วในเมืองแม่
มีหลังคาให้เลือกถึง 3 แบบ

เยอรมนี-ค่าย “ดาวสามแฉก” ต้อนรับปีกระต่ายทอง เปิดตัวรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ SLK-CLASS) รุ่นใหม่ ที่ไฮเทค และลื่นลมกว่ารถรุ่นเดิม เปิดให้ลูกค้าในเมืองเบียร์สั่งจองแล้วเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีรถให้เลือกใช้รวม 3 โมเดล และมีหลังคาให้เลือกใช้ถึง 3 แบบ

ค่าย “ดาวสามแฉก” นำรถสปอร์ทเปิดประทุน เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค-คลาสส์ ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1996 และเปลี่ยนรุ่นรถอนุกรมนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2004 รถรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ จึงเป็นรถรุ่นที่ 3 เป็นรถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่หัวจรดหาง มีขนาดตัวถังโตกว่ารถรุ่นเดิมในทุกมิติ คือ ยาว 4.134 ม. กว้าง 1.810 ม. และสูง 1.301 ม. (ยาวกว่ารถรุ่นเดิม 3.1 ซม. กว้างกว่ารถรุ่นเดิม 2.2 ซม. และสูงกว่ารถรุ่นเดิม 0.5 ซม.) ส่วนค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศซึ่งบ่งบอกความลื่นลมอยู่ระหว่าง 0.30-0.33 รูปทรงองค์เอวของตัวถังซึ่งดูปราดเปรียวและน่าจะโดนใจผู้ใช้รถวัยโจ๋มากกว่ารถรุ่นเดิม มีจุดสะดุดตาตรงแผงกระจังหน้า ขนาดโตสะใจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากจากรถสปอร์ทประตูปีกนก เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเอส เอเอมจี (MERCEDES-BENZ SLS AMG)

ที่แปลกไปจากรถ 2 รุ่นแรก ก็คือ รถรุ่นใหม่ซึ่งยังคงใช้ประทุนหลังคาแบบแข็งนี้ มีหลังคาให้เลือกใช้ถึง 3 แบบ แบบแรกเป็นหลังคาทึบที่เคลือบสีเหมือนสีตัวถัง แบบที่ 2 เป็นหลังคากระจกที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า PANORAMIC VARIO-ROOF และแบบที่ 3 เป็นหลังคากระจกติดตั้งระบบ MAGIC SKY CONTROL สามารถเปลี่ยนความเข้มของกระจก จากกระจกใสโปร่งแสง เป็นกระจกฝ้าทึบแสงโดยการกดปุ่ม ผู้ที่เลือกใช้ประทุนหลังคาแบบหลังนี้ จะต้องจ่ายเงินเพิ่มประมาณ 2,000 ยูโร หรือประมาณ 84,000 บาท เมื่อคิดอัตราแลกเปลี่ยน เงินฝรั่ง 1 ยูโร แลกได้ด้วยเงินไทย 42 บาท

เปิดให้ลูกค้าในเมืองเบียร์สั่งจองแล้วตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีรถให้เลือกใช้รวม 3 โมเดล คือ MERCEDES-BENZ SLK 200 BLUEEFFICIENCY ติดตั้งเครื่องซูเพอร์ชาร์จ DOHC 4 สูบเรียง 1,796 ซีซี 184 แรงม้า มีระบบเกียร์ให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ MERCEDES-BENZ SLK 250 BLUEEFFICIENCY ติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดียวกับโมเดลแรก แต่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และมีระบบเกียร์เพียงแบบเดียว คือ เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ และ MERCEDES-BENZ SLK 350 BLUEEFFICIENCY ติดตั้งเครื่อง DOHC วี 6 สูบ 3,498 ซีซี 306 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ

สนนราคาค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 เริ่มต้นที่ 38,675 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 1.62 ล้านบาทไทยในโมเดลพื้นฐาน ไปจนถึง 52,300 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 2.20 ล้านบาทไทยในโมเดลหัวกะทิ

ฮอนดา ซีวิค รุ่นใหม่
เปิดตัวแล้วในเมืองมะกัน
มีทั้งรถซีดาน และรถคูเป

สหรัฐอเมริกา-ยักษ์รองเมืองยุ่นเลือกใช้งานแสดงรถยนต์ในเมืองมะกัน เปิดตัวรถ ฮอนดา ซีวิค (HONDA CIVIC) รุ่นใหม่ ที่ยังติดป้ายว่าเป็น CONCEPT CAR หรือ “รถแนวคิด” แต่ยืนยันว่า ฤดูใบไม้ผลิปีนี้จะออกจำหน่ายในเมืองมะกัน ทั้งตัวถังซีดานและคูเป ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2012

ที่งาน THE NORTH AMERICAN INTERNATIONAL AUTO SHOW หรือ “มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์” ครั้งล่าสุด ซึ่งอุบัติขึ้นที่เมืองดีทรอยท์ ในรัฐมิชิแกนระหว่างวันที่ 10-23 มกราคม 2011 อเมริกัน ฮอนดา มอเตอร์ (AMERICAN HONDA MOTOR CO., INC.) สามารถดึงดูดความสนใจของสื่อมวลชน และผู้ชมงานได้เป็นอย่างมาก โดยนำรถใหม่ที่ยังติดป้ายว่าเป็น CONCEPT CAR หรือ “รถแนวคิด” ออกอวดตัวแบบ WORLD DEBUT หรือ “ครั้งแรกในโลก” รวม 2 คัน คันหนึ่ง คือ คันสีขาวในภาพประกอบ ติดป้ายชื่อ ฮอนดา ซีวิค คอนเซพท์ ซีดาน (HONDA CIVIC CONCEPT SEDAN) ส่วนอีกคันหนึ่ง คือ คันสีส้ม ติดป้ายชื่อ ฮอนดา ซีวิค เอสไอ คอนเซพท์ คูเป (HONDA CIVIC SI CONCEPT COUPE)

สื่อมวลชนและผู้ใช้รถที่ติดตามผลงานของค่ายนี้มาตลอดทราบกันดีว่า รถแนวคิดทั้ง 2 คันนี้ คือ ต้นแบบของรถ ฮอนดา ซีวิค (HONDA CIVIC) รุ่นที่ 9 ซึ่งในฤดูใบไม้ผลิปี 2011 นี้ ยักษ์รองของเมืองยุ่นจะนำออกสู่ตลาดในสหรัฐอเมริกาในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2012 เป็นรถที่ออกแบบและพัฒนาด้วยวิสัยทัศน์ CIVIC FOR ALL PEOPLE หรือ “ซีวิค สำหรับทุกผู้ทุกคน” อันเป็นคำขวัญที่ใช้กับรถ ฮอนดา ซีวิค รุ่นแรก ซึ่งเริ่มจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อปี 1972

“ซีวิค เป็นรถที่เลื่องชื่อลือชาในฐานะรถขับสนุก ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และจำหน่ายในราคาที่แม้แต่ผู้ซื้อรถคันแรกก็ยังสามารถซื้อหาได้โดยง่าย “จอห์น เมนเดล” (JOHN MENDEL) รองประธานกรรมการบริหารของ อเมริกัน ฮอนดา มอเตอร์ กล่าวกับสื่อมวลชนในงาน “ซีวิค รุ่นใหม่ก็กำเนิดขึ้นตามแนวทางนี้ และเชื่อมั่นได้แน่นอนว่า จะเป็นรถ ซีวิค ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมี”

ฮอนดา ซีวิค รุ่นที่ 9 ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายในเมืองมะกันในฐานะรถรุ่นปี 2012 จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ที่ใช้แกสธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และเครื่องไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า รวมทั้งจะติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับและผู้โดยสาร ตัวอย่าง คือ ระบบเสริมสมรรถนะการทรงตัว ซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า VEHICLE STABILITY ASSIST หรือ VSA และระบบเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังเพื่อรับแรงชนจากด้านหน้า ซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ADVANCED COMPATIBILITY ENGINEERING หรือ ACE

ในส่วนของรูปทรงองค์เอวตัวถัง เห็นได้ชัดว่า ทั้งตัวถังซีดานและตัวถังคูเป ยังคงเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบในลักษณะอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า MONO-FORM SHAPE มีช่วงล้อกว้าง และมีกระจกหน้าที่ลาดเอียงกว่ารถรุ่นก่อนๆ ทุกรุ่น เฉพาะตัวถังคูเป จุดหนึ่งที่ดูแปลกไปกว่ารถรุ่นก่อนๆ คือ การติดตั้งท่อไอเสียไว้ตรงกลาง

ฮอนดา ซีวิค นับเป็นรถขายดีที่สุดของ อเมริกัน ฮอนดา มอเตอร์ นับแต่เริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2005 ในฐานะรถรุ่นปี 2006 รถ ฮอนดา ซีวิค รุ่นปัจจุบันซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 8 และเป็นคนละเวอร์ชันกับรถชื่อเดียวกันที่จำหน่ายในประเทศไทย สามารถทำยอดขายในเมืองมะกันได้มากกว่า 1.5 ล้านคัน รวมทั้งสามารถคว้ารางวัลเกียรติยศอีกหลายรายการ ตัวอย่าง เช่น รางวัล CAR OF THE YEAR หรือ “รถแห่งปี” ของนิตยสารรถยนต์ มอเตอร์ ทเรนด์ (MOTOR TREND) และรางวัล THE NORTH AMERICAN CAR OF THE YEAR หรือ “รถแห่งปีของทวีปอเมริกาเหนือ”

นิสสัน โชว์วิสัยทัศน์
อวดตัวรถซีดานต้นแบบ
และ เอสยูวี เปิดประทุน

สหรัฐอเมริกา-ยักษ์รองเมืองยุ่นใช้งานแสดงรถยนต์ในเมืองมะกัน เปิดตัวผลงานใหม่เอี่ยม 2 ชิ้นคือ รถแนวคิดติดป้ายชื่อ นิสสัน เอลลัวร์ คอนเซพท์ (NISSAN ELLURE CONCEPT) และรถ เอสยูวี นิสสัน มูราโน ครอสส์กาบริโอเลต์ (NISSAN MURANO CROSSCABRIOLET) รถกิจกรรมกลางแจ้งหลังคาเปิดประทุนขับเคลื่อนทุกล้อแบบแรกของโลก

ที่งาน LOS ANGELES AUTO SHOW หรือ “มหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส” ครั้งล่าสุด ซึ่งมีขึ้นที่เมืองลอสแองเจลิส ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ระหว่างวันที่ 19-28 พฤศจิกายน 2010 นิสสัน มอเตอร์ผู้ผลิตรถยนต์ระดับ “ยักษ์รอง” ของเมืองยุ่นสร้างความฮือฮา โดยนำผลงานชิ้นใหม่เอี่ยมแกะกล่องออกอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” หลายชิ้น ชิ้นที่น่าสนใจที่สุดมีอยู่ 2 ชิ้น คือ รถแนวคิดติดป้ายชื่อ นิสสัน เอลลัวร์ คอนเซพท์ และรถกิจกรรมกลางแจ้ง นิสสัน มูราโน ครอสส์กาบริโอเลต์

คันแรกคือ นิสสัน เอลลัวร์ คอนเซพท์ เป็นรถซีดานที่ค่ายนี้บอกว่า เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบด้วยภาษาใหม่ หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า A NEW SEDAN DESIGN LANGUAGE โดยมีผู้ใช้รถเพศแม่ซึ่งอยู่ในวัย 30 และ 40 ปี เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตัวถังรูปทรงปราดเปรียวมีจุดเด่นอยู่มากมาย ตัวอย่างคือ ประตูข้างที่เปิดแยกจากกันเหมือนประตูตู้กับข้าว และสามารถเปิดกว้างได้ถึง 90 องศา กันชนหน้าที่ลึกเกือบจรดพื้น และหลังคากระจกที่ยาวเกือบเต็มความยาวของตัวรถ อย่างไรก็ตาม ยักษ์รองของเมืองยุ่นไม่ยืนยันว่าจะผลิตรถแบบนี้ออกขายอย่างจริงๆ จังๆ หรือไม่

ส่วนคันที่ 2 คือ นิสสัน มูราโน ครอสส์กาบริโอเลต์ ซึ่งผู้ผลิตกล่าวอ้างอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็น WORLD’S FIRST ALL-WHEEL DRIVE CROSSOVER CONVERTIBLE หรือ รถกิจกรรมกลางแจ้งแบบครอสส์โอเวอร์หลังคาเปิดประทุนขับเคลื่อนทุกล้อแบบแรกของโลก เป็นรถตลาดที่ยักษ์รองเมืองยุ่นกำลังจะนำออกสู่ตลาดในสหรัฐอเมริกาในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2011 พัฒนาจากรถกิจกรรมกลางแจ้งหลังคาแข็ง คือ นิสสัน มูราโน (NISSAN MURANO) รุ่นที่ 2 ซึ่งเริ่มขายในเมืองยุ่นเมื่อเดือนกันยายน 2008 โดยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดมากมายในส่วนของตัวถัง รวมทั้งลดจำนวนประตูข้างจาก 4 เป็น 2 ประตู และเปลี่ยนจากหลังคาแข็ง เป็นหลังคาเปิดประทุนแบบอ่อน เปิด/ปิดด้วยระบบอีเลคทรอ-ไฮดรอลิค (ELECTRO-HYDRAULIC) โดยมีปุ่มบังคับควบคุม 2 ปุ่ม ติดตั้งอยู่ตรงคอนโซลกลางและที่จับประตูด้านผู้ขับ เมื่อเปิดประทุนห้องเก็บของท้ายรถจะมีขนาดความจุ 215 ลิตร และจะเพิ่มเป็น 348 ลิตรเมื่อปิดประทุน



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2554
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/glDYf

Follow autoinfo.co.th