บทความ

โล่งหัวอก


กระดี๊กระด๊าจบปี 2553 กันไปแล้ว ด้วยยอดการขายรถยนต์รวม 800,357 คัน รวมทั้งค่ายรถยนต์ทุกค่าย ก็พากันสรุปเรื่องเงินโบนัสกันไปเป็นที่เรียบร้อย ไม่มีข่าวคราวให้ปรากฏว่ามีการสไตรค์แต่ประการใด จะมีบ้างก็เล็กๆ น้อยๆ พอเป็นกระษัย

ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่ ต้นร้าย ปลายดี กันอย่างไม่คาดฝัน โดยเฉพาะเหตุเสื้อแดง ที่ยืดเยื้อกันอยู่นาน ในช่วงครึ่งปีแรก กว่าจะจบกันลงไปได้อย่างแดงสมจริง ก็เล่นเอาค่ายรถยนต์นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ เพราะทำนายอนาคตไม่ถูก แต่พอเหตุการณ์จบ สภาพการตลาดก็ผันผวน เพราะยอดการขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นับรวมคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ ที่ต้องทำให้โรงงานเร่งการผลิตกันถ้วนหน้า

พอช่วงปลายปี ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ต่างก็พากันออกมาประกาศแผนการลงทุนกันถ้วนหน้า เรียกว่าบรรดา รมต. ที่เกี่ยวข้อง ต้องเดินทางไปร่วมงานกันแทบจะทุกแห่ง ยิ้มหวานกันหยดย้อย

ตัวเลขการขาย ก็มาปรับเพิ่มเอาช่วงปลายปี เพิ่มกันเป็นว่าเล่น เติบโตกันทุกเดือน

แต่สิ่งที่น่ากลัวสำหรับวงการในปี 2554 ก็เห็นจะเป็นสถานการณ์ราคาน้ำมัน ที่ราคาในตลาดโลกปีที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 78 เหรียญสหรัฐ ฯ/บาร์เรล เป็น 85-90 เหรียญสหรัฐ ฯ/บาร์เรล หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับขึ้น คาดว่าราคาน้ำมันขายปลีก อาจต้องปรับตัวเพิ่มขึ้น ที่น่ากลัว คือ ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกเฉลี่ย สูงกว่าปี 2553 นี่สิ

ก็ต้องคอยดูกันต่อไป

สรุปว่าปี 2553 ประเทศไทยเรา มีรถยนต์ออกจำหน่ายในประเทศทั้งสิ้น 800,357 คัน เจริญเติบโตเพิ่มขึ้น 45.8 % ขณะที่เดือนธันวาคม เดือนเดียว ขายกันได้ 93,122 คัน เติบโต 29.2 %

ตำแหน่งประจำปี โตโยตา ครอง 3 แชมพ์ ยอดรวมขายได้ 326,007 คัน โต 41.4 % ส่วนแบ่ง 40.7 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 152,787 คัน โตขึ้น 37.7 % ส่วนแบ่ง 19.1 % อันดับสาม ฮอนดา ขาย 114,056 คัน เติบโต 22.1% ส่วนแบ่ง 14.3% อันดับสี่ นิสสัน ขาย 54,388 คัน เติบโตมากสุด 78.9 % ส่วนแบ่ง 6.8 % และอันดับห้า มิตซูบิชิ ขาย 39.549 คัน โต 101.5 % ส่วนแบ่ง 4.9 %
ยอดขายเดือนเดียวขายมากสุด โตโยตา 37,170 คัน โตขึ้น 31.2 % ส่วนแบ่ง 39.9 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 17,424 คัน โตขึ้น 23.5 % ส่วนแบ่ง 18.7 % อันดับสาม ฮอนดา ขาย 11.962 คัน โตแค่ 0.9 % ส่วนแบ่ง 17.9 % อันดับสี่ นิสสัน ขาย 6,123 คัน โตมาก 22.7 % ส่วนแบ่ง 6.6 % และอันดับห้า มิตซูบิชิ ขาย 5,424 คัน โตเยอะ 79.9 % ส่วนแบ่ง 5.8 %

แบ่งย่อยมาเป็นรถยนต์นั่ง

ขายกันทั้งปี ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 48.6 % ขายรวม 332,679 คัน ชนะเลิศ โตโยตา ขาย 135,018 คัน เติบโต 39.9 % ส่วนแบ่งตลาด 40.6 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 101,582 คัน โตขึ้น 15.3 % ส่วนแบ่ง 30.5 % ที่สาม นิสสัน ขาย 30.070 คัน โตเยอะ 215.2 % ส่วนแบ่ง 9.0 % ที่สี่ มาซดา ขาย 28,373 คัน โตมาก 271.3 % ส่วนแบ่ง 8.5 % และที่ห้า เชฟโรเลต์ ขาย 8,093 คัน โต 13.0 % ส่วนแบ่ง 2.4 %

ยอดขายเพียงเดือนเดียว ขายกันอยู่ 37,394 คัน เพิ่มขึ้น 26.3 % แชมพ์ โตโยตา ขาย 14,865 คัน เติบโต 27.7% ส่วนแบ่ง 39.8 %, ที่สอง ฮอนดา ขาย 10,563 คัน โตน้อยลง 2.1 % ส่วนแบ่ง 28.2 % ที่สาม นิสสัน ขาย 3,046 คัน โตเยอะ 78.3 % ส่วนแบ่ง 8.1 % ที่สี่ มาซดา ขาย 2,992 คัน โต 24.1 % ส่วนแบ่ง 8.0 % และที่ห้า ฟอร์ด ขาย 1,826 คัน โตมาก 804.0 % ส่วนแบ่ง 4.9 %

มาดูกันว่าปี 2553 นี่ บรรดาผู้เสียภาษีสูงสุด มียอดขายกันคนละเท่าไร นำมาด้วย โพร์เช ขายทั้งปี 70 คัน ลัมโบร์กินี 20 คัน แจกวาร์ 17 คัน โลทัส 12 คัน เบนท์ลีย์ 10 คัน มิตซูโอกะ 9 คัน และยี่ห้อที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุด มาเซราตี ขายทั้งปีได้แค่ 5 คัน

ในส่วนของรถยนต์นั่ง ตัวเลขที่น่าสนใจในปีที่ผ่านมา เห็นจะได้แก่ ยอดขายรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือบางบริษัทจะเรียกว่า MICRO CAR & SMALL CAR จากยอดขายรวมของรถยนต์นั่ง ที่ขายกันทุกประเภทได้ 332,679 คัน ปรากฏว่ารถในกลุ่มนี้ขายกัน 94,260 คัน เติบโตขึ้นมาจากปีก่อน 26.7 % และคิดเป็นเกือบ 30 % ของยอดขายรวม ยิ่งถ้าบรรดาอีโคคาร์ ของอีกหลายยี่ห้อออกสู่ตลาดเมื่อไร ก็เชื่อว่า ตัวเลขจะต้องเพิ่มมากกว่านี้แน่นอน

ประเภทรถกระบะ 1 ตัน ยอดรวมตั้งแต่ต้นปี ขายกันไปทั้งหมด 332,422 คัน รถยนต์ประเภทนี้ยังคงขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด โดยผู้นำยังคงเป็น โตโยตา ขายไป 130,735 คัน ส่วนแบ่ง 39.3 % เฉีอนขึ้นนำ อีซูซุ อยู่เพียงหลักร้อยเท่านั้น โดย อีซูซุ ขายได้ 130,493 คัน มีส่วนแบ่ง 39.3 % ส่วนที่สามเป็นของ นิสสัน ขายไปทั้งหมด 22,785 คัน ได้ส่วนแบ่งไป 6.9 % สำหรับตัวเลขในปีหน้า คาดว่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจะมีรถกระบะหลายค่าย ทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่กันออกมา

รถเพื่อการพาณิชย์ ขายกันทั้งปีได้ 22,903 คัน เพิ่มจากปีก่อน 34.4 % แต่เพียงเดือนเดียวก็ยังเพิ่มอยู่ 31.2 % ขายกัน 2,564 คัน โดยมีแชมพ์ประจำปี ได้แก่ อีซูซุ ขาย 10,984 คัน เพิ่มขึ้น 46.7 % ส่วนแบ่ง 48.0 % ที่สอง ฮีโน ขายทั้งปี 9,861 คัน เพิ่ม 42.4 % ส่วนแบ่ง 43.1 % ที่สาม มิตซูบิชิ ขาย 790 คัน ลดลง 36.3 % ส่วนแบ่ง 3.4 %

ส่วนยอดการขายเดือนเดียว อีซูซุ ก็ยังนำ ขาย 1,297 คัน เพิ่มขึ้น 35.8 % ส่วนแบ่ง 50.6 % ที่สอง ฮีโน ขาย 1,054 คัน เพิ่มขึ้น 43.6 % ส่วนแบ่ง 41.1 % และที่สาม มิตซูบิชิ ขาย 101 คัน เพิ่มขึ้น 68.3 % ส่วนแบ่ง 3.9 %

รถอเนกประสงค์ หรือรถแวน ขายทั้งปี 23,041 คัน เพิ่มเยอะ 56.8 % พอลดเหลือเดือนเดียว ขาย 2,658 คัน เพิ่ม 23.3 % โดยมียอดรวมทั้งปี โตโยตา นำโด่ง ขาย 19,280 คัน เพิ่ม 54.3 % ส่วนแบ่ง 83.7 % ที่สอง ฮันเด ขาย 2,846 คัน เพิ่มเยอะ 114.3 % ส่วนแบ่ง 12.4 % ที่สาม โฟล์คสวาเกน ขาย 331 คัน

ยอดขายเดือนเดียว โตโยตา ก็ยังขายมากกว่าเพื่อน 2,036 คัน เพิ่ม 16.8 % ส่วนแบ่ง 76.6 % ที่สอง ฮันเ ด ขาย 478 คัน

ก็ต้องถือว่า ปีเสือ ที่ผ่านย่างเข้าปีกระต่าย นี่ ทำเอาค่ายรถยนต์เกือบทุกค่าย ต่างพากันโล่งหัวอก ที่กลายเป็นเรื่องของ “ต้นร้าย ปลายดี” ไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ช่วยกัน ไชโย ดีไหมเอ่ย



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2554
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ZOTn3

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
27 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th