บทความ

อย่าประหยัด โดยการทอดทิ้งลูกค้า


ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผมพอมีเวลาว่างเหลืออยู่บ้าง จึงนำรถที่ชอบตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนไม่จบคันหนึ่ง มาซ่อมแซมฟื้นฟูให้มีสภาพใกล้เคียงกับตอนที่มันยังใหม่อยู่ รู้สึกว่าผู้นิยมรถประเภทนี้จะเรียกขั้นตอนนี้ว่า “บูรณะ” ซึ่งให้ความหมายที่เข้าใจง่ายดี

รถนี้อายุ 38 ปีครับ คือ ถูกสร้างเมื่อปี 1973 ถือว่าอายุยังน้อย สำหรับรถประเภทนี้ เครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยพอสมควรยุคนั้น ถึงวันนี้ก็ยังอยู่ในระดับ “ปกติ” ไม่มีอะไรตกยุค แน่นอนว่าจ่ายเชื้อเพลิงเข้ากระบอกสูบด้วยคาร์บูเรเตอร์ เพราะยังไม่มีระบบหัวฉีดในระดับมวลผลิต จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหัวเทียนรุ่นที่ใช้กับเครื่องยนต์นี้ ก็เป็นแบบธรรมดาแบบหนึ่ง แม้ฉนวนและแกนกลางจะไม่ยื่นยาวเท่ารุ่นที่นิยมใช้กับรถญี่ปุ่นสมัยนี้

ผมได้ให้ลูกน้องไปหาซื้อหลายแห่งที่น่าจะมีขาย นอกจากนี้ ยังให้ซื้อรุ่นของตราต่างๆ รวมกันถึง 4 ตรา หรือบแรนด์ ด้วยกันไปด้วย เพราะเราไม่จำเป็นต้องใช้หัวเทียนเฉพาะตราที่ผู้ผลิตรถ หรือเครื่องยนต์แนะนำไว้ในสมุดคู่มือครับ เพราะส่วนใหญ่เป็นเหตุผลทางธุรกิจมากกว่าทางเทคนิค และโดยเฉพาะการสนับสนุนกิจการของชาติตนเองด้วยกัน

ในคู่มือใช้รถที่ผลิตโดยประเทศใด ก็จะแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยประเทศนั้น ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นเลย เช่น น้ำมันเครื่อง หัวเทียน ยาง ล้อ น้ำยากันสนิม น้ำยาฉีดกระจก ถ้าคิดว่าลูกค้าจะเชื่อฟัง ก็คงจะแนะนำให้เติมเชื้อเพลิงของบริษัทสัญชาติเดียวกันด้วย แต่บางอย่างก็ต้องเชื่อเขาเหมือนกันครับ เพราะอาจเป็นส่วนที่พัฒนาเป็นพิเศษให้ใช้ด้วยกัน จึงจะมีสมรรถนะและความทนทานตามมาตรฐานของเขา เช่น ผ้าเบรค น้ำมันเบรค น้ำมันเกียร์

วืธีเดียวที่ปลอดภัยก่อนจะ “ฝ่าฝืน” คือ ต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลให้เพียงพอ จนมั่นใจก่อน แหล่งแรกควรเป็นฝ่ายเทคนิคหรือฝ่ายบริการของผู้จำหน่ายนี่แหละครับ เขาจะให้เหตุผลว่า เหตุใดจึงจำเป็นต้องใช้เฉพาะสิ่งที่เขาแนะนำ ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อถือได้

สำหรับหัวเทียน เราสามารถเลือกใช้ตราอื่นนอกเหนือจากที่แนะนำในคู่มือได้ แต่ต้องเทียบ ขนาดเกลียว ค่าความร้อน รูปทรง และความยาวของแกนกลาง รูปแบบของเขี้ยว สมมติว่าในคู่มือกำหนดให้ใช้หัวเทียนรุ่นหนึ่งของตรา A แต่หาซื้อยาก หรือเราเชื่อว่าตราอื่น เช่น ตรา B มีคุณภาพสูงกว่า และเราอยากใช้มากกว่าตรา A เราจะต้องตรวจสอบ จากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายหัวเทียนตรา B ว่ารุ่นใด ที่เทียบเท่า ใช้แทนรุ่นที่กำหนดให้ใช้กับรถของเราของตรา A ได้

ผู้ผลิตหัวเทียนไม่ว่าตราใด จะทำตารางเทียบหัวเทียนของตน กับตราอื่นๆ ไว้แบบครอบคลุมกว้างขวางที่สุดครับ สาเหตุนั้นเข้าใจได้ง่าย ก็เพื่อช่วงชิงลูกค้าให้ได้มากที่สุดนั่นเอง ถ้าพบในตารางว่ารุ่นใดของหัวเทียนตรา B ใช่แทนหัวเทียนตรา A รุ่นที่กำหนดไว้ในคู่มือได้ สามารถซื้อมาใช้ได้เลย โดยไม่ต้องกังวลครับ มีข้อควรระวังอยู่บ้าง คือ ห้ามเทียบโยง ข้ามไปยังตราอื่นต่อไปอีก เพราะหัวเทียนแต่ละตรา มีขอบเขตของการระบายความร้อนกว้าง-แคบ ไม่เท่ากันครับ

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราพบจากตารางว่า ใช่ หัวเทียนตรา B เบอร์ 5XY แทนได้ ห้ามไปเทียบต่อว่าหัวเทียนนี้เทียบกับรุ่นใดของหัวเทียนตรา C หรือแย่ยิ่งกว่านั้น พอได้ชื่อรุ่นของตรา C แล้ว เอาตารางของผู้ผลิตหัวเทียนตรา C มาดูว่ารุ่นที่เทียบมานี้ ตรงกับหัวเทียนตรา D รุ่นใด แบบนี้จะเละเทะผิดเพื้ยนอย่างหนักหนาครับ สมมติอยากจะใช้หัวเทียนตรา D ว่าเบอร์ใด (รุ่นใด) ตรงกับรุ่นของตรา A ที่ผู้ผลิตรถของเรากำหนดให้ใช้เท่านั้นครับ

ผมจดชื่อตราและรุ่นของหัวเทียนที่ใช้กับรถของผมได้ 3 ตราด้วยกัน คนที่ไปหาซื้อกลับมามือเปล่าครับ ทั้งๆ ที่เครื่องยนต์ที่ใช้หัวเทียนแบบนี้ ยังถูกใช้กันอยู่ ถึงไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย ผมพยายามหาสาเหตุที่ทำให้ไม่มีใครขาย นอกจากจะเป็นเพราะจำนวนแล้ว น่าจะมีอีกสาเหตุหนึ่ง ที่เป็นสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งก็คือไม่มีใครมาหาซื้อครับ หรือถึงมีก็คงน้อยมากจริงๆ เช่น ผมเป็นต้น เมื่อหาสาเหตุต่อไป ผมก็พบว่า เป็นเพราะเจ้าของรถไม่ทราบว่ามันแตกต่างจากแบบที่มีขายและใช้อยู่ เพราะคู่มือก็หายไปนานแล้ว

แต่มีอีกสาเหตุหนึ่งครับ นั่นคือ ช่างที่ซ่อมรถและเครื่องยนต์รุ่นนี้ (แกนกลางไม่ยาวเท่ารุ่นที่มีขาย สำหรับใช้กับรถญี่ปุ่นส่วนใหญ่) ใส่รุ่นที่ร้านขายหัวเทียนบอกว่าใช้ได้ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เครื่องยนต์รุ่นนี้มีห้องเผาไหม้แบบครึ่งทรงกลม หัวลูกสูบนูนเป็นทรงกลม จึงต้องใช้หัวเทียนที่แกนกลางและเขี้ยว ยื่นออกมาไม่มาก ช่างซ่อมรถโดยส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจรายละเอียด และไม่ต้องการหาเหตุผลอยู่แล้วครับ

วิธีแก้ปัญหาต่อไปของผม คือ ติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่ของผู้ผลิตหัวเทียน จะเลือกรายไหนครับ ถ้าไม่ใช่รายใหญ่ระดับโลก ของญี่ปุ่นด้วยตัวอักษร 3 ตัว ที่รู้จักกันทั่ว และผมเคยหาซื้อได้แม้จะผ่านมานานมากแล้ว ได้คำตอบว่า อาจจะมี ต้องสอบถามไปที่โรงงานซึ่งอยู่ชานกรุง แล้วก็ได้คำตอบว่า ไม่มี เพราะไม่ใช่รุ่นที่ผลิตในประเทศไทย

ผมก็เพิ่งทราบว่า เดี๋ยวนี้เขาขายหัวเทียนกันเฉพาะรุ่นที่ผลิตในเมืองไทยเท่านั้น แสดงว่าบริษัทระดับนี้ ยังไม่เข้าใจความหมายของการบริการลูกค้าเลย ถ้าผมเป็นผู้บริหารบริษัทนี้ ผมจะต้องมีหัวเทียนรุ่นต่างๆ ไว้บริการลูกค้า ไม่ถึงกับต้องครบหรอกครับ ยกเว้นได้ สำหรับรุ่นที่มีจำหน่ายรถน้อยมาก จะเพราะอายุมากหลายสิบปี หรือเป็นรุ่นที่ไม่มีค่าต่อการเก็บรักษา ชำรุดผุพังไปจนเกือบหมดจากท้องถนนแล้ว รถพวกนี้เจ้าของจะทราบสถานการณ์ดี และหาซื้อจากต่างประเทศได้

ผมจะมีตู้หนึ่งไว้ที่สำนักงานใหญ่ หรือจะที่สำนักงานของโรงงานผลิตก็ได้ สำหรับใส่หัวเทียนรุ่นที่หายาก หรือมีผู้ใช้น้อย ไว้สำหรับบริการลูกค้า ไม่จำเป็นต้องกักตุนด้วยครับ รุ่นละ 1 หรือ 2 ชุด ก็พอแล้ว ก่อนอื่นให้พนักงานสำรวจรถรุ่นเก่า หรือมีจำนวนน้อยในเมืองไทย จะเห็นได้เลยว่า มิได้มากถึงขนาดที่มีปัญหาเรื่องการดูแล เป็นการให้บริการแก่ลูกค้าที่เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ผมดูแล ถึงจะไม่ใช่ลูกค้าที่เชื่อมั่นอยู่แล้ว ก็จะได้ลูกค้าใหม่ที่ซาบซึ้งต่อการบริการ รวมทั้งคุณภาพของผลิตภัณฑ์

อย่าไปหวังเงินระยะสั้นครับ ความจงรักภักดีต่อสินค้าและผู้ผลิต ประเมินมูลค่าเป็นเงินได้ยากครับ บางกรณีอาจจะเกินจินตนาการของผู้ขายได้มากมาย ผมจะภูมิใจมากที่ได้ให้บริการ ใครที่หาหัวเทียนรุ่นที่หายากไม่ได้ มาซื้อได้ที่สำนักงานหน้าโรงงานผม ถ้าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พาชมการผลิตในส่วนที่เปิดเผยได้ แบบกินเวลาไม่มาก ใครจะอยากไปใช้ตราอื่นครับ ไม่กี่ปีผ่านไป ก็จะมีการพูดติดปากเวลาที่หาซื้อหัวเทียนไม่ได้ ว่าต้องไปโรงงานหัวเทียนตรานี้

ตื่นจากฝัน มาเข้าเรื่องจริงกันต่อครับ เมื่อไม่มีทางอื่น ผมจึงต้องใช้บริการทางอินเตอร์เนท ก็เริ่มด้วยหัวเทียนตรานี้แหละครับเพราะน่าจะหาง่ายที่สุดจากความแพร่หลายเป็นที่รู้จักทั่วไป ผมพบผู้นำเข้าเฉพาะหัวเทียนตรานี้ ไม่บังคับว่าจะต้องสั่งจำนวนมากด้วย แต่ถ้าสั่งจำนวนมาก ราคาก็จะถูกลง ซึ่งผมเข้าใจดี แต่มันเป็นส่วนที่มีอายุใช้งานยาวนาน จึงไม่คุ้มที่จะสั่งมาเก็บไว้ครับ 20 ปี อาจจะใช้ไม่หมด เพราะไม่ใช่รถที่ผมใช้ประจำวัน

ผมสั่งซื้อไป 8 หัว หรือ 2 ชุด สำหรับเครื่องยนต์ 4 สูบ ราคาพร้อมภาษีและค่าส่ง หัวละ 170 บาทเศษ ไม่แพงเลยครับ สำหรับของที่หาซื้อเองไม่ได้ หรือแม้จะเทียบกับรุ่นที่ “ผิด” และช่างซ่อมใช้กันอยู่กับเครื่องยนต์รุ่นเดียวกับของผม ราคาหัวละ 60 บาทเศษ ก็ยังไม่ถือว่าแพง ผมจ่ายเงินเข้าบัญชีผู้สั่งครึ่งหนึ่งของราคา (ถึงเรียกเต็มราคา ผมก็ยินดีครับ) แล้วส่งหลักฐานไปให้ รออีกประมาณ 10 วันก็ได้รับแจ้งว่า หัวเทียนของผมมาถึงแล้ว ผมจ่ายเงินครึ่งหลังเข้าบัญชี

รุ่งขึ้นก็มีคนนำส่งให้ถึงที่ทำงาน ผมแกะกล่องพัสดุออกเห็นกล่องหัวเทียน 8 กล่องเรียงซ้อนกัน 2 แถว แต่หยิบมาดูโดยไม่ต้องเปิดก็ประทับใจแล้วครับ กระดาษอย่างดี พิมพ์ตราและอักษร ละเอียดสวยงาม เปิดฝากล่องหยิบหัวเทียนออกมา โอ ! มันทำให้ผมอารมณ์เสียอย่างมาก ทำไมผู้ใช้รถชาวไทยทั้งหลายเช่นผม ต้องทนใช้ของที่ “ห่วย” กว่าชาวโลกเขา ทั้งๆ ที่เป็นตราเดียวกันแท้ๆ หัวเทียนจากญี่ปุ่นในมือผม สีเงิน ผิวละเอียด บ่งบอกว่าผลิตจากเครื่องมือที่เที่ยงตรง ด้วยความเอาใจใส่ทุกขั้นตอน

ผิวของฉนวนกระเบื้องเรียบ มันปลายบ่งบอกคุณภาพ ผมหงายดูฉนวนด้านที่หุ้มแกนกลาง ผิวละเอียด รอบตัดแกนกลางเรียบตรงสม่ำเสมอ ผิวนอกของเชี้ยวเกลียว และส่วนที่เป็นโลหะทั้งหมดบ่งบอกถึงคุณภาพระดับสูง สำหรับคนที่รู้จักการผลิต และเป็นผู้บริโภคที่ได้มีโอกาสเห็นสิ่งเหล่านี้มาจำนวนมากเช่นผม ถ้ามันราคา 170 บาทเศษ ผมลองถามตนเองแบบไม่มีอคติ ว่าผมจะประเมินราคาหัวเทียนผิวโลหะสีเหลืองด่างๆ คุณภาพผิวไม่ดีพอ ฉนวนกันแกสรั่วก่อนหมดอายุใช้งาน เท่าใด ผมให้ครึ่งเดียวครับ คือ เต็มที่ 30 บาทเรื่องแกสรั่วระหว่างโคนฉนวนสีขาวกับส่วนที่เป็นโลหะนี้ ไม่ต้องเป็นช่างหรือมีความรู้ ก็ตรวจสอบได้ครับ ถ้ารั่วจะมีคราบสีน้ำตาล อยู่รอบโคนฉนวนกระเบื้อง มองเห็นได้เลยโดยไม่ต้องถอดออกจากเครื่องยนต์

หัวเทียนที่ผลิตโดยเน้นคุณภาพ ใช้วัสดุกันแกสรั่วคุณภาพสูง จะไม่มีคราบจากการรั่วของแกส หรือทั้งหมดนี้ จะเป็นผลพวงของการโอบอุ้มผู้ผลิต โดยรัฐบาลไทย ด้วยการบังคับใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ก็คงเป็นอย่างที่ผมเขียนอยู่บ่อยๆ นะครับ เมื่อใดที่เปิดโอกาสให้ผู้ขายผูกขาด ผู้บริโภคอย่างพวกเรา ก็ต้องรับเคราะห์ไป

สุดท้ายแล้วจากความประทับใจในหัวเทียนที่ผลิตนอกประเทศ ผมจึงสั่งซื้อเพิ่มอีกหลายรุ่นครับ แม้จะเป็นรุ่นทั่วไปที่หาซื้อได้ บางกรณี 60 กว่าบาทก็อาจ “แพง” กว่า 170 กว่าบาทได้ ต้องดูคุณภาพกันก่อนครับ



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา ตัณฑเศรษฐี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2554
คอลัมน์ : รอบรู้เรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/VskuA

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีใช้
ใครเกลียด
ขับเคลื่อนล้อหน้า
จงหวงแหนถนนของพวกเรา
ระบบเบรค ถ้าไม่ตรวจอาจดับได้
อัพเดทล่าสุด
27 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th