บทความ

คนเกิด 1 มกราคม


เมื่อเราอายุมากขึ้น มักจะพบว่า ความซื่อบริสุทธิ์อย่างจริงใจ มักจะพบได้จากคำพูด หรือการแสดงออกของทารก เช่น วันหนึ่ง ยายนั่งดูการ์ตูนเอาใจหลานอายุ 7 ขวบ อยู่ในห้องแอร์ด้วยกัน ยายมองไปเห็นหลานสวมเสื้อที่ค่อนข้างบาง จึงถามพลางเรียกมานั่งข้างๆ เพื่อห่มผ้าแพรเพาะด้วยกัน “แพรหนาวหรือเปล่าลูก มานั่งกับยายมะ” เธอเดินมาใกล้ๆ ยายพลางว่า “หมามันยังรู้จักหนาว ทำไมคนจะไม่หนาว” ทำเอาคุณยายที่รักของแพรตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ใครจะนึกว่า เมื่อเดินผ่านสนามหญ้า เธอเห็นคนเลี้ยงเอาเสื้อสวมให้หมา เธอถามว่าสวมทำไม คนเลี้ยงตอบว่า กลัวหมาหนาวนะค่ะ ไม่นึกเลยว่าภาพและคำตอบนั้น จะถูกบันทึกไว้ในใจของทารกวัย 7 ขวบและกรองออกมาเป็นคำพูดได้ถูกต้องกับกาลเทศะเช่นนั้น

อีกครั้งหนึ่งที่เธอปรารภกับข้าพเจ้า เมื่อพ่อแม่พามางานปีใหม่ ซึ่งตรงกับวันเกิดว่า “วันเกิดคุณตานี่ดีจัง หนูชักอยากเกิดวันเดียวกับคุณตาแล้วสิ” เมื่อถามว่าดีอย่างไร เธอตอบทันทีว่า “ก็มีคนฉลองให้ทั่วโลกไง” เออ…เธอคิดได้อย่างไร ครั้นข้าพเจ้าว่า “แต่หนูคงไม่ชอบหรอกมั้ง เพราะได้ของขวัญวันเกิดกับของขวัญปีใหม่ชิ้นเดียว” เธอก็เลยเห็นด้วย…นี่คือความน่ารักจากความซื่อบริสุทธิ์ของ
เยาวทารก

ครั้นข้าพเจ้าบอกว่า แต่ก่อนตอนที่ตาเกิดมานั้น วันที่ 1 มกราคมไม่ใช่วันปีใหม่หรอก เธอก็ร้องว้า…กว่าจะขยายความให้ทราบว่า ประเทศไทยเปลี่ยนวันปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็น 1 มกราคม เมื่อปี 2483 หลังจากตาเกิดแล้วหลายปี ฉะนั้น นับแต่นั้นมา คนที่เกิดก่อนหน้านั้น จึงรู้สึกว่าอายุขาดหายไป 3 เดือน คือ มกราคม-กุมภาพันธ์ และ มีนาคม 2482 (แต่มีบางคนเข้าใจว่า เดือนที่หายไป คือ มกราคม-กุมภาพันธ์ และ มีนาคม 2483 ทำให้เกิดการถกเถียงกันว่า ที่คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติลงทะเบียนว่า เกิด 26 มีนาคม 2483 นั้นเป็นของปี 2482 หรือของปี 2483 (ใหม่)
แน่

ข้าพเจ้าเคยค้นพบว่า 1 มกราคม 2477 ที่ปรากฏในสูติบัตร (ใบเกิด) ของข้าพเจ้านั้น ตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือนอ้าย ปีจอ แต่การที่แม่บอกว่า เวลาตกฟากเป็นเวลาหมาหลับนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์อย่างพี่ชาย-พี่สาวที่รักของข้าพเจ้า (คุณถาวร สุวรรณ และคุณสุกัญญา ชลศึกษ์ หรือ กฤษณา อโศกสิน) ได้แต่ดูดวงอย่างคร่าวๆ ไม่ฟันธงว่าที่ทำนายไปนั้นตรงตามตำราแทบร้อยเปอร์เซนต์ เพราะถ้าจะเอาตรงเป๊ะต้องดูเวลาตกฟากด้วย คำทำนายของหมอดู ที่ผู้เขียนชอบอ่านมาก คือ ผู้ทำนาย คือ มิตรผู้อาวุโสที่ข้าพเจ้ารักและนับถืออย่างหมอทรัพย์ สวนพลู มักส่งหนังสือ “ศาสตร์แห่งโหร” ของสำนักพิมพ์มติชน เป็น สคส. ปีใหม่ให้ทุกปี ปีนี้หมอทรัพย์ บอกว่า

“ผู้เกิดระหว่าง 16 ธันวาคม-15 มกราคม มักใกล้ชิดนักปราชญ์ นักปฏิบัติธรรม และท่านขุนคุณหลวงซึ่งมีแบบแผนในชีวิตและงานต่างจากผู้มีบุญวาสนาสมัยใหม่…บางท่านก็รับว่าการใช้ชีวิตของท่านเหมือนตัวละครในนวนิยายเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ท่านประทับใจในบทบาทของเขา…มีดาวพฤหัสบดีเป็นดาวแห่งปัญญา และความรู้ชั้นสูง…จึงมีบุคลิกภาพโอ่อ่าภาคภูมิ ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่โกรธ แต่พยายามอยู่ห่างจากผู้ที่มีกิริยากักขฬะหยาบคาย ท่านจึงไม่มีศัตรูเพราะอยู่ในหมู่มิตรที่มีรสนิยมอุดมการณ์ที่คล้ายกัน ท่านไม่พูดหรือทำอะไรให้ผู้อื่นสะเทือนใจ ท่านไม่รุกไล่ให้ผู้ใดจนแต้ม…” ช่างเป็นคำทำนายที่ให้เจ้าของราศีภาคภูมิเสียนี่กระไร

ผู้เขียน นึกถึงบุคคลที่มีกำเนิดในวันที่ 1 มกราคม ตอนนี้นึกออก 2 ท่านท่านแรก คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2423 และน่าเสียดายที่ทรงดำรงพระชนมชีพเพียง 45 พรรษาเท่านั้น คือ สวรรคตเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2468 ที่ประชาชนยกย่องว่าทรงเป็นนักปราญ์ผู้ยิ่งใหญ่ เพราะได้พระราชทานพระมรดกทรัพย์สินทางปัญญาของพระองค์ไว้เตือนให้เราสำนึกความเป็นไทยทุกวันนี้มากมาย เช่น โคลงชุด สยามานุสติ ที่ปลุกกระแสสำนึก

“หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤๅ เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทย”
หรือกลอนที่กลายมาเป็นเพลงปลุกใจซาบซึ้ง จากบทละครพระราชนิพนธ์เรื่องพระร่วง ตอนที่ว่า “ไทยรวมกำลังตั้งมั่น จะสามารถป้องกันขันแข็ง ถึงแม้ว่าศัตรูผู้มีแรง มายุทธแย่งก็จะประลาตไป ขอแต่เพียงไทยเราอย่าผลาญญาติ ร่วมชาติร่วมจิตเป็นข้อใหญ่ ไทยอย่างมุ่งร้ายทำลายไทย จงพร้อมใจพร้อมกำลังระวังเมือง…”

หรือในบทกลอนรักไพเราะซาบซึ้งที่กลายเป็นเพลงอมตะ“โอ้ว่าดวงใจอยู่ไกลลิบ เหลือจะหยิบมาชมภิรมย์สรร เหมือนดวงดาววับวาวอยู่ไกลกัน ชิดสวรรค์สุดเอื้อมมาเชยชม…” หรือ “อันของสูงแม้ปองต้องจิต หากไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ หรือแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินตอม จึงได้ออมอบกลิ่นสุมาลี” (-ท้าวแสนปม)

หรือ “ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคใดใด ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิว์ขังไว้ ก็ย่อมจะโลดไป ไม่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง” (มัทนะพาธา)

พระราชนิพนธ์ที่ประทับใจนั้นมีอีกมากจากบทร้อยกรองภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส ประมาณ 150 เรื่อง พระราชนิพนธ์บทละคร ทั้งร้อยแก้ว-ร้อยกรอง 46 เรื่อง บทพระราชนิพนธ์ภาษาอังกฤษ ประมาณ 78 เรื่อง ร้อยแก้วที่ทรงพระราชนิพนธ์และทรงแปลมา ประมาณ 85 เรื่อง ฯลฯ ยกมาเพียงนี้ก็คงยืนยันความเป็น “มหาธีรราชเจ้า-พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นปราชญ์ยิ่งใหญ่” หากใครต้องการค้นคว้าให้ละเอียด จะมีพร้อมที่ หอวชิราวุธานุสรณ์ ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี อีกท่านหนึ่งที่เกิด เมื่อ 1 มกราคม คือ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) นักปราชญ์คนสำคัญคนหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้ใช้นามปากกาว่า ครูเทพ แต่งเรื่องสั้น เช่น คุณย่าเพิ้ง บทละครเรื่องแม่ศรีครัว บ๋อยใหม่ หมั้นไว้ ตาเงาะ ฯลฯ เป็นรุ่นบุกเบิกกลอนสั้นๆ แนวคิดใหม่ หนังสือชื่อรวมโคลงกลอนของครูเทพ มีโคลงกลอนคารมคมคายแนวคิดใหม่ๆ น่าสนใจมากหลายบท

ในฐานะเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ที่เป็นผู้แต่งเพลง กราวกีฬา (“พวกเรานักกีฬาใจกล้าหาญ…”) เพลงสามัคคีชุมนุม ”พวกเราเหล่ามาชุมนุม…” ฯลฯ รวมทั้งเพลงที่เป็นบทนิพนธ์อันโรแมนทิคของท่าน ที่เรานำมาร้องในทำนอง ยิปซีมูน ชื่อ รักเธอเสมอ โดยไม่ทราบว่าท่านเป็นคนนิพนธ์

“จันทร์กระจ่างฟ้า นภาประดับดาว โลกสวยราว เนรมิตประมวลเมืองแมน ลมโชยกลิ่นมาลากระจายดินแดน เรียมนี้แสนคะนึงถึงน้องนวลจันทร์”

“งามใดหนอ จะพอทัดเทียบเปรียบน้อง เจ้างามต้องตาพี่ไม่มีใครเหมือน ถ้าหากน้องอยู่ด้วย และช่วยชมเดือน โลกจักเหมือนเมืองแมนแม่นแล้วนวลเอย”

ไม่เชื่อไปถามลูกชายคนเล็กของท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ เวลาเราไปเที่ยวพักผ่อนกันบ่อยๆ ในคณะทัศนาจรกลุ่ม พลอ. โอภาส โพธิแพทย์ (คอลัมนิสต์ ต่วย’ตูน”) คุณกังสดาร เทพหัสดิน ณ อยุธยา จะร้องและเล่นดนตรีให้เราร้องเพลงนี้ได้ตามเนื้อร้องที่ถูกต้องแท้จริงเสมอ



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2554
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sKM9g

Follow autoinfo.co.th