บทความ

ข้อแนะนำเบื้องต้น เมื่อรถจมน้ำ


หน้าฝนที่ผ่านมา บ้านเราประสบวิกฤตอุทกภัยทั่วทุกภาค ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายแสนครัวเรือน ทรัพย์สินจำนวนมหาศาลได้รับความเสียหาย และหนึ่งในนั้น คือ รถยนต์ที่จมน้ำ “ฟอร์มูลา” แนะนำวิธีตรวจเชครถเบื้องต้น และสิ่งที่ต้องระมัดระวังในการซ่อมแซมรถหลังน้ำท่วม

ห้ามบิดไปที่ ON และสตาร์ท

เมื่อรถจมน้ำ เข้าใจว่าทุกคนคันไม้คันมืออยากลองสตาร์ทดูสิว่าติดหรือไม่ ยับยั้งชั่งใจหน่อยเถอะครับ เพราะมันเป็นวิธีที่ไม่ควรสุดๆ

เหตุที่รถไม่ควรสตาร์ทเครื่องยนต์ เพราะรถยนต์ยุคใหม่มักใช้อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์มากมาย มีกล่อง ECU ในการควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ รวมถึงระบบไฟฟ้าอื่นๆ ภายในรถด้วย ระบบเหล่านี้จมน้ำเพียงแป๊บเดียวก็เกิดความเสียหาย ยิ่งหากแช่น้ำเป็น 10 วัน ระบบดังกล่าวอาจเป็นสนิม ซึ่งจะทำให้ระบบการทำงานเสียหายมาก ไม่ต้องถึงกับสตาร์ทก็ได้ แต่แค่บิดสวิทช์กุญแจไปที่ ON ก็ไม่ควร เนื่องจากถ้าเราบิดไปที่ ON ไฟจะไปเลี้ยงระบบ ทำให้อาจเกิดการ สปาร์ค หรือ ชอท ได้

วิธีที่ถูกต้อง คือ ถอดขั้วแบทเตอรีออกก่อน เพื่อตัดระบบการจ่ายไฟ หลังจากนั้นดึงพวกสวิทช์ และฟิวส์ต่างๆ ออกให้หมด แล้วค่อยเป่า และใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดในชิ้นส่วนนั้นๆ

เชคเครื่องยนต์และระบบหล่อลื่น

ถ้ารถจมน้ำนาน น้ำอาจเข้าเครื่องยนต์ได้ ต้องลากเข้าอู่ให้ช่างผ่าเครื่องออกมาดูสถานเดียว โดยดูว่าชิ้นส่วนไหนมีความเสียหายบ้าง หากเสียหายให้เปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนนั้นๆ แล้วประกอบกลับเข้าไปตามเดิม

ถ้าอู่คิวยังไม่ว่าง เราสามารถต้องการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันทุกชนิดที่อยู่ภายในรถออกทันที ทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันคลัทช์ (ถ้ามี) น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ น้ำมันเบรค น้ำมันเฟืองท้าย เป็นต้น เพราะถ้ามีน้ำเข้าไปปะปนจะเป็นตัวการก่อสนิมที่ร้ายกาจที่สุด

ระบบรองรับ และเบรค

ระบบรองรับของรถนั้น เป็นสิ่งสำคัญ ช่วยรับน้ำหนัก และให้รถมีการทรงตัวที่ดีในสภาพถนนต่างๆ ตรวจดูชอคอับต่างๆ ว่ายังทำงานได้ดีหรือไม่ พวกลูกหมากที่อัดจาระบีไว้ ควรอัดจาระบีเข้าไปใหม่

ส่วนระบบเบรค ต้องถอดออกมาดูว่าลูกปืนเป็นสนิมหรือไม่ ถ้าเป็นระบบเบรคแบบดุม ชิ้นส่วนภายในจะเป็นสนิม แนะนำให้เปลี่ยนใหม่ไปเลย ส่วนระบบเบรคแบบจาน ให้ถอดออกมาดูพวกลูกปืนต่างๆ และไล่น้ำมันเบรคใหม่

นอกจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เรายังต้องทำความสะอาดชิ้นส่วนต่างๆ เช่น เบาะ พรม ชิ้นส่วนภายในและภายนอก ค่าซ่อมแซมรถยนต์ที่เสียหายจากการจมน้ำ อยู่ที่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท/คัน เนื่องจากทุกอย่างเสียหายหมด ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ หากจะนำรถเข้าซ่อม ก็ควรเลือกศูนย์บริการหรืออู่ที่ได้มาตรฐาน มีความเชี่ยวชาญในรถรุ่นนั้นๆ ดีพอ

ทำประกันชั้น 1 สบายใจได้

รถที่ประสบภัยน้ำท่วม และมีสภาพจมน้ำกว่าครึ่งคัน ถ้าหากเจ้าของรถทำประกันภัยชั้น 1 เอาไว้ อาจคลายความทุกข์ลงได้บ้าง เนื่องจากสามารถเคลมค่าสินไหมทดแทนได้ตามจำนวนทุนการทำประกันภัย ถ้าหากตรวจสอบพบว่าเสียหายเกินกว่า 70 %

สมาคมประกันวินาศภัย ระบุว่าเจ้าของรถที่ซื้อประกันภัยประเภท 1 จะได้รับความคุ้มครองความเสียหายทุกประเภท ทั้งกรณี อุบัติเหตุ โจรกรรม อัคคีภัย รวมถึง “ภัยน้ำท่วม” แม้ในกรมธรรม์ของหลายบริษัทจะไม่ระบุชัดถึงภัยธรรมชาติ แต่เมื่อมีความเสียหายเกิดกับตัวรถตรงตามเงื่อนไข บริษัทประกันภัยก็พร้อมรับผิดชอบ ดังนั้นใครทำประกันภัยประเภท 1 ไว้ สบายใจได้เลย



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2554
คอลัมน์ : เกาะกระแส
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/h24ta

Follow autoinfo.co.th