บทความ

สงครามกลางเมือง/รถฝรั่ง


ขณะนี้คนไทยกำลังเดินหน้าเข้าหาสงครามกลางเมือง ทั้งๆ ที่เมืองไทยมีดี จนคนทั้งโลกอิจฉา พวกเราต่างคนต่างคิดว่า กูสิถูก มึงสิผิด มึงชั่ว โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่ฟังเหตุ ฟังผลใดๆ ทั้งสิ้น ปักใจเชื่ออย่างไรก็มุ่งหน้าไปทางนั้น แล้วบ่มเพาะความเกลียดชังมากขึ้นๆ ถ้าคนของเราขืนเป็นอยู่อย่างนี้ โอกาสที่จะรบราฆ่าฟันกันเอง กลายเป็นสงครามกลางเมืองได้ทุกเมื่อ หากเราไม่ลดราวาศอก หันหน้าเข้าหากัน ยอมรับความจริงที่มีอยู่ โดยไม่ปิดหูปิดตา เชื่อคำปลุกปั่นยุยง ชนิดขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว จนฝังหัว

อย่าลืมว่า สงครามกลางเมือง ไม่ใช่เล่นขายหม้อข้าวหม้อแกง แต่ละประเทศที่เคยลองลิ้มชิมรส ล้วนพบความวิบัติอย่างใหญ่หลวง กว่าจะสมานรอยแผลได้ ใช้เวลาเป็นสิบๆ เป็นร้อยปี ขณะที่ความสูญเสียของชาติบ้านเมือง ความทุกข์เข็ญของผู้คน ไม่ต้องพูดถึง ดูตัวอย่างประเทศใกล้ที่สุด คือ เขมร และ เวียดนาม ก็แล้วกัน สาหัสสากรรจ์ขนาดไหน พวกเราคงรู้ดี ตั้งหน้าวางระเบิด ตั้งหน้าใส่ร้ายป้ายสี ตั้งหน้าฆ่ากันเป็นรายวันไปเถิดครับประเทศไทยจะได้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เกิด “สงครามกลางเมือง” จนได้ แล้วคนที่ล้มตายลงไปคือ เราๆท่านๆ ตลอดจนญาติพี่น้องของเรานั่นเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน ไม่ถึงตาย ก็ต้องอยู่ในสภาพบ้านแตก อย่านึกว่าจะหนีพ้นเคราะห์กรรม

ไปว่ากันถึงบ้านอื่นเมืองอื่นแก้เซ็งสักหน่อย ผมไปพักที่เมืองหลวงของสหรัฐ ฯ หมายถึงกรุงวอชิงตันดีซีอยู่หลายวัน มีโอกาสเข้าไปในไวท์เฮาส์ แต่ไม่ได้กระทบไหล่ท่านโอบามา เข้าไปอาคารรัฐสภา ซึ่งมีโดมสีขาวคุ้นตาคนทั่วโลก เข้าไปในกระทรวงการคลัง สัมผัสมือถ่ายรูปกับรัฐมนตรีหนุ่ม ขอเรียกสั้นๆ ว่าท่านกาดเนอร์ ซึ่งเคยเรียนชั้นมัธยมโรงเรียนนานาชาติที่ประเทศไทยมาก่อน อ๊ะ ไม่เบา แต่ขอเว้นไม่บรรยายถึงบรรยากาศที่ว่ามา

แต่ขอเล่าถึงการใช้รถใช้ถนนในเมืองหลวง ซึ่งตรงประเด็นสำหรับนิตยสารนี้ โดยหยิบยกมาสั้นๆ เพราะเนื้อที่ไม่มากจะกล่าวถึงแทกซี ที่เป็นหลัก คือ รถของค่าย ฟอร์ด รุ่นดั้งเดิม ลินคอล์น คอนทิเนนทัล หรือ ลินคอล์น ทาวน์คาร์ หุ่นแบนๆ ยาวๆ หน้าและท้ายมน เจอที่เก่าหน่อย ข้างในก็โทรม เจอคันใหม่ๆ ยังดูหรูหราพอใช้ แต่คนขับเท่าที่นั่งมาหลายเที่ยวหลายวัน ไม่ยักเจอผิวขาว แทบทั้งหมดผิวสี แต่ก็สุภาพ เคยเจอชาวปากีสถานอยู่หนหนึ่ง ก็ผิวสีอีกนั่นแหละ ขึ้นปุ๊บ มิเตอร์จะคิดสตางค์ไว้ก่อน 3 เหรียญ เอามาบวกกับตัวเลขที่ขยับขึ้นไปตามระยะทาง หากนั่งอยู่ในเมือง ไม่ไปทางไกล บวกค่าทิพราว 10-15 % อยู่แถวๆ 10 กว่าเหรียญ หรือ 300 กว่าบาท คิดตามค่าของเงิน นับว่าไม่แพง เผลอๆ ถูกกว่าเมืองไทย หากเจอแทกซีขี้โกง

สไตล์การขับ ยังเป็นแบบฉบับของแทกซี คือ ชอบกลับรถกลางถนน หรือแฉลบไปรับคนยังฝั่งตรงข้าม มีคนบีบแตรและคนปั่นจักรยานด่ามั่ง ที่เหมือนกันอีกอย่าง คือ กลัวตำรวจ ระวังแจเชียว วันสุดท้ายเราโชคดี เจอแทกซีส่วนบุคคลที่เหมาวัน ลูกสาวคุยให้แล้วถูกคอ ลดราคาลง ถูกกว่าปกติตั้งครึ่ง นำไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ เช่น สถาบันสมิธโซเนียน เป็นต้น ชื่อมิสเตอร์ เจมส์ มะกันชนผิวสี อัธยาศัยดี น่ารักมากๆ ลูกดกอีกต่างหาก หญิง 8 ชาย 3 เอ้อเฮอ…

รถส่วนบุคคลที่เขาใช้กันในเมืองหลวง ต่างจากหัวเมืองอยู่บ้าง มักเป็นรถไซซ์ใหญ่กว่า ไม่ว่าเก๋งหรือรถอเนกประสงค์ ซึ่งที่นี่เขาเรียกรวมๆ ว่า รถ เอสยูวี พอเอ่ยถึงรถ เอมพีวี ซึ่งบ้านเราคุ้นเคย เขางง ถามว่าเป็นรถอะไร รถมีนีแวนหรือ เพราะรถมีนีแวน คือ รถอเนกประสงค์อีกอย่างที่เขานิยม โดยเฉพาะคุณผู้หญิง เพื่อรับส่งลูก จ่ายตลาด

รถในเมืองหลวงมักเป็นรุ่นใหม่ๆ สภาพแจ่มแจ๋วกว่ารถแถวๆ หัวเมือง ทำนองเดียวกับในกทม. โดยเฉพาะรถ เอสยูวี หลากหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีหลากหลายรูปแบบ สวยๆ งามๆ ทั้งนั้น มักเป็นสีดำ รถค่ายเจ้าถิ่น เช่นเชฟโรเลต์ ฟอร์ด ดอดจ์ จีเอมซี และอื่นๆ หุ่นเท่ระเบิดทั้งนั้น ไม่เหมือนเมืองไทย อย่างเช่น เชฟโรเลต์ มีแค่รุ่นเดียว คือ แคพทีวาโด่เด่ อย่างว่าตลาดเขากว้าง กำลังซื้อสูงกว่าเรา
ส่วนรถนั่ง (มันก็นั่งทั้งนั้นแหละน่า) หรือรถเก๋ง ประชันกันทุกค่าย ไม่ว่าเอเชีย ฝรั่ง เชฟโรเลต์ ฟอร์ด หรือเจ้าถิ่นรายอื่นๆ เอาดี บีเอมดับเบิลยู โวลโว ค่ายยุโรป ก็มีหลายรูปแบบ ชนิดที่เราไม่เคยเห็น รถมะกันยังใช้กันแยะ แสดงว่ามีชาตินิยมเกี่ยวข้องแน่ๆ ไม่ใช่ญี่ปุ่นจะครองตลาด อย่างที่เป็นข่าว อ้อ รถเก๋งค่ายญี่ปุ่นแม้กระทั่งเกาหลี หุ่นเจ๋งๆ ก็มี บ้านเราไม่เอามาขาย ของ นิสสัน ก็จ๊าบ

ข้อต่างอีกอย่าง คือ เวลาเกิดอุบัติเหตุ พอสิ้นเสียงตูม… ซึ่งผมได้ยินกะหู รีบทำตัวเป็นไทย (คนเดียว) มุง แค่อึดใจ รถตำรวจติดหวอมา 2-3 คัน รถดับเพลิงติดบันไดสูงสำหรับดับไฟบนตึกมาอีก 1 คัน แค่รถเก๋งขนาดย่อมชนท้ายอีกคันเท่านั้นเอง โห ไวปานวอก แฮะ…แฮะ…รถมูลนิธิไม่เห็น น่าจะไม่มี เพราะบริการของเจ้าหน้าที่รัฐเข้มแข็ง อ้อ เหตุเกิดที่เมืองบัลติมอร์ ไม่ใช่วอชิงตันดีซีนะเอ้อ แต่ทราบว่าที่ไหนก็รวดเร็วเหมือนกันหมด

สรุป ในกรุงวอชิงทันดีซี ที่พำนักของประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ของบุคคลผู้มีบทบาทเปลี่ยนแปลงโลก ในจำนวนนี้มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีท่านศาสดาของศาสนาอิสลาม รวมอยู่ด้วย ปรากฏว่ามี “เสียงหวอ” เป็นแบคกราวน์ดเกือบตลอดเวลา ได้เห็นทั้งรถพยาบาล รถดับเพลิง จนชิน ขนาดไม่ใช่เมืองมีตึกระฟ้าอย่างเมืองอื่นๆ เพราะที่นี่เขามีกฎห้ามสร้างตึกสูงกว่ารูปปั้นเหนือยอดโดมของรัฐสภา ตึกทั่วทั้งเมืองสูงสุดราวๆ 10 ชั้น ข้อดีอีกอย่าง ไม่มีป้ายรกลูกตาอย่างไทย ไฟแสงสีก็แทบไม่เห็น เขาประหยัด และเรียบง่ายชะมัด

ฟังเสียงหวอหนักๆ เข้า เลยอยากเสนอความคิด เปลี่ยนเสียงรถพยาบาลเป็นเสียงเพลงอะไรสักอย่าง เสียงหวอดั้งเดิม ใช้กับรถดับเพลิงอย่างเดียวก็พอ คงลดความเครียดได้อักโข ท่านโต้โผขวัญชัยเห็นด้วยเปล่า หากเห็นด้วยช่วยผลักดันน่าจะสำเร็จ ให้ไทยเป็นประเทศแรก เก๋เป็นบ้าเลยละต้องแถมด้วยคดีสักเรื่อง จึงจะครบเครื่อง งานนี้ “นายเด้งจัง” ขับรถส่งลูกชิ้นและอาหารทะเลทุกวัน ก็เลยเจอจนได้ โดนรถเมล์ของ ขสมก. ชนเข้าให้ รถได้รับความเสียหาย ต้องเข้าอู่ซ่อมเดือนเศษ แล้วเป็นไปตามธรรมเนียมไทยๆ คือ คนผิดไม่อยากจ่าย ต้องดึงศาลมาออกเหงื่อจนได้นายเด้งจัง ต้องฟ้อง ขสมก. บังคับให้ชดใช้ค่าซ่อมรถ และค่าเสียเวลาใช้รถทำมาหากิน คิดเป็นเงิน 1 แสนกว่าบาท

ก็อีกนั่นแหละ จำเลยโดยเฉพาะขสมก. ต้องสู้คดีให้ชาวบ้านเวียนหัวไว้ก่อนแทบทุกเรื่อง ปฏิเสธความรับผิดยันป้าย ขอให้ยกฟ้อง โดยอ้างอยู่ข้อหนึ่ง คือ นายเด้งจัง ไม่ได้เป็นเจ้าของรถ ในทะเบียนรถเป็นชื่อของคนอื่นชัดๆ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า นายเด้งจัง ไม่มีอำนาจฟ้อง ตัดสินยกฟ้อง จำเลยได้เฮโจทก์ คือ นายเด้งจัง จำใจค้าความต่อไป ด้วยการยื่นอุทธรณ์ คราวนี้ค่อยยังชั่วศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่า นายเด้งจัง ฟ้องได้ จึงพิพากษายกคำตัดสินของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นพิจารณาข้อพิพาทอื่นๆ ให้เสร็จ แล้วตัดสินไปตามรูปคดีเรื่องที่จะยอมง่ายๆ แทบไม่อยู่ในสารบบ ขสมก. จึงยื่นฎีกาโต้อยู่ข้อเดียว คือ นายเด้งจัง มีอำนาจฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาเล็งดูคดีนี้ถี่ถ้วนแล้วชี้ขาดออกมาว่าการจดทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่หลักฐานกรรมสิทธิ์ ตามกฎหมายเป็นเพียงหลักฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อความสะดวกในการควบคุมใช้รถและเสียภาษี ใครเป็นเจ้าของรถ ต้องพิจารณาตามสภาพข้อเท็จจริง

เมื่อได้ความว่า นายใหม่สด พี่ชายของ นายเด้งจัง ร่วมลงทุนค้าขายและขนส่งอาหาร จึงมีลักษณะเป็นหุ้นส่วนสามัญ รถเป็นทรัพย์ของห้างหุ้นส่วน หากรถเสียหายและไม่มีการกำหนดเป็นอย่างอื่น นายเด้งจัง ในฐานะหุ้นส่วนคนหนึ่ง มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ แล้วกำหนดค่าเสียหาย บังคับให้ ขสมก. ผู้เป็นจำเลย จ่ายให้แก่ นายเด้งจังตามสมควร คำว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ เรามักไม่ชิน ไม่เหมือน หจก. หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ตามกฎหมายใครเข้าหุ้นกับใคร โดยไม่ได้จดทะเบียน หรือไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่า กำลังประกอบการค้าในลักษณะห้างหุ้นส่วน ถือว่าเข้าหุ้นกันเป็น “ห้างหุ้นส่วนสามัญ” นั่นแล อ่านคดีนี้จบแล้ว จำไว้เชียว อย่าได้มีเรื่องกับรถของ ขสมก. เพราะการเรียกค่าเสียหาย มักจะต้องฟ้องร้องเป็นเรื่องรามเกียรติ เซ็งแล้วเซ็งอีก หมดเป็ดไม่รู้กี่ตัว กว่าจะรู้ว่าหมู่หรือหมวด ฮาไม่ออกก็แล้วกัน

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1632/2552



------------------------------
เรื่องโดย : "จอมยุทธ"
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2553
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pM0vC

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New