บทความ

พระคุณแนบไว้นิรันดร


เห็นโฆษณาทางสื่อมวลชน ที่คณะบุคคลผู้มีจิตวิญญาณกตัญญู สำนึกรู้บุญคุณของแผ่นดิน ได้ร่วมมือกันจัดทำหนังสือและสารคดี กึ่งละครประวัติศาสตร์ ชื่อ “ธิราชเจ้าจอมสยาม” สะท้อนพระราชกุศโลบายที่ชาญฉลาดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือที่ปวงชนชาวไทยถวายพระราชสมัญญาว่า “พระปิยมหาราช” ซึ่งหมายความโดยตรงความเป็นจริงที่สุดว่า “มหาราชผู้เป็นที่รักยิ่ง” ซึ่งนับถึงวันนี้ พระองค์เสด็จสวรรคตไปแล้ว ครบ 100 ปี แต่ความจงรักภักดีของชาวไทยต่อ “พระพุทธเจ้าหลวง” มหาราชผู้ทรงพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่เป็นอเนกประการกลับยิ่งมีเป็นทวีตรีคูณ

ยิ่งเห็นหัวข้อพระราชกรณียกิจมากมายที่ปรากฏในหนังสือและในสารคดีกึ่งละครประวัติศาสตร์ ที่ลองนับดูปรากฏ ว่านับไม่ถ้วน ได้แต่ยกหัวข้อมาสักเสี้ยว เช่น ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ราชานุภาพ ตั้งกรมรถไฟ เลิกบ่อนเบี้ยการพนัน ตั้งสภาอุณาโลมแดง เป็นไท ตั้งกรมธนบัตร ตั้งกระทรวงยุติธรรม เปิดโรงพยาบาลศิริราช ออกพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาส ตราพระราชบัญญัติเลิกวิธีพิจารณาโทษแบบจารีตนครบาล ออกพระราชบัญญัติแปลงไพร่สมเป็นไพร่หลวง ตั้งโรงเรียนสำหรับราษฎรทั่วไปตามวัดต่างๆ โปรดเกล้า ฯ ให้เลิกประเพณีหมอบคลานเวลาเข้าเฝ้า พระราชบัญญัติลักษณะการเกณฑ์ทหาร ฯลฯ นี่เป็นเพียงส่วนน้อยที่ยกมาให้ดู

หนังสือ ธิราชเจ้าจอมสยาม มีวางจำหน่ายที่ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศูนย์หนังสือจุฬา ฯ ในราคาเล่มละ 1,005 บาท ส่วนสารคดีกึ่งละครประวัติศาสตร์ นำเสนอทางโทรทัศน์ทีวีไทย ทุกวันจันทร์-วันพุธ เวลา 20.20 น. ระหว่าง วันที่ 6 ตุลาคม-16 พฤศจิกายน 2553 เห็นหัวข้อย่อๆ ที่มีในหนังสือและที่เป็นสารคดีกึ่งละครแล้ว ต้องรีบไปหาหนังสือมาเป็นเจ้าของให้ได้ ส่วน ดีวีดี นั้นมีจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยรายได้จากโครงการนี้ไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้สภากาชาดไทย

ข้าพเจ้าเหมือนชาวจุฬา ฯ ทุกคน ที่รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่ง 2 มหาราช ผู้สถาปนามหาวิทยาลัยแห่งนี้ ดังความรู้สึกที่อดีตนิสิต 2 พี่น้อง (ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา กับ สุภร ผลชีวิน) ร่วมกันประพันธ์คำร้องประกอบทำนองที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่มหาวิทยาลัยในนาม เพลง มหาจุฬาลงกรณ์ โดยเฉพาะวรรคทองที่ว่า “พระคุณแนบไว้นิรันดร” นั้น เมื่อไปปฏิบัติงานรับใช้แผ่นดินในแดนที่ห่างไกลยิ่ง หรือได้ร้องเพลงนี้ที่ต่างประเทศในวันชุมนุมชาวสีชมพูหรือวันจุฬาลงกรณ์ 23 ตุลาคม น้ำตาแห่งความซาบซึ้งตื้นตันจะไหลซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว

ข้าพเจ้ามึบุญได้ก้าวเข้ามหาอาณาจักรจามจุรีสีชมพูในปีการศึกษา 2499 ความอบอุ่นที่ได้รับจากบรรยากาศแห่งอาณาจักรและมิตรภาพของเพื่อนร่วมคณะ และมหาวิทยาลัย ทำให้ลูกชาวนากำพร้าจากแดนไกลปืนเที่ยง กล้าโลดแล่นไปในสังคม นอกจากการเรียนอย่างกระท่อนกระแท่น (จนเป็นผลให้ต้องสอบแก้ตัว (RE-EXAM) ทั้ง 4 ปี แต่ก็จบมาได้ตามสัญญาที่กระทรวงศึกษาธิการให้ทุนเรียน) ข้าพเจ้าทำกิจกรรมทุกอย่างที่ตนรักและถนัด เป็นกรรมการนิสิตในคณะทุกปี เป็นสาราณียกรทั้งของคณะและสโมสรนิสิต (สจม.) และของชุมนุม (นิสิตหญิง) ทั้งเป็นผู้แทนนิสิตในปีสุดท้าย ทั้งเขียนกาพย์กลอนและทำหนังสือของวงการ ทั้งภายนอกและภายใน ประสบการณ์การทำงานได้ทำให้เด็กขี้อายผู้สงบเสงียมเจียมตัว กลายเป็นคนของเพื่อน แม้เมื่อ 30 ปีหลังจากเกษียณจากงานครั้งแรกตอนอายุ 55 ปี กลับไปอาสารับใช้ทดแทนบุญคุณคณะ โดยเป็นกรรมการสมาคมนิสิตเก่า ก็ถูกเพื่อนลงคะแนนให้เป็นนายกสมาคม ฯ 2 ปี (1 สมัย) แล้วอีก 5 ปีต่อมา ก็ได้รับความกรุณาจากคณะกรรมการพิจารณาให้เป็นนิสิตเก่าดีเด่นจากการใช้วิชาอักษรศาสตร์ในการประกอบอาชีพและทำประโยชน์ให้แก่สังคมเฉกเช่นพี่ๆ น้องๆ ชาวสีเทาที่ได้รับใช้ประเทศชาติและประชาคมโลกมาตลอดเวลากว่า 90 ปี ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณตั้งคณะวิชามาเป็นรุ่นแรกของมหาวิทยาลัย

ในช่วง 4 ปีทองใต้ชายคาอาคารแรกของมหาวิทยาลัยที่พวกเราเรียกกันว่า “เทวาลัย” กอปรกับการที่มีรุ่นพี่ๆ (รวมทั้งที่เป็นอาจารย์ที่เรารัก-เคารพและซาบซึ้งในผลงานท่าน เช่น “อุชเชนี” หรือ นิด นรารักษ์ (เจ้าของ ขอบฟ้าขลิบทอง ซึ่งต่อมาไดัรับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์) “สิกสวัต” นายตำรา ณ เมืองใต้ ทรง สาลิตุล (เจ้าของเนื้อเพลงกลิ่นราตรี อันอมตะ) จิตร ภูมิศักดิ์ กุลทรัพย์ รุ่งฤดี สุมน สุดบรรทัด ถาวร ชนะภัย ฯลฯ โดยเฉพาะเพื่อน (ที่จบมัธยมปีที่ 6 รุ่นเดียวกัน แต่เขาเดินทางตรง คือ เรียนจบเตรียมอุดม หรือ ม. 7-8 แล้วก็เข้ามหาวิทยาลัยก่อน แต่เราต้องไปแวะอยู่ที่ฝึกหัดครูก่อน 3 ปี แล้วมาสอบเข้าจุฬา ฯ ทีหลัง จึงไปเป็นรุ่นน้อง แต่เพื่อนเหล่านั้นก็ถือว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน เช่น มะเนาะ ยูเด็น วนิดา สถิตานนท์ นวลจันทร์ นิงสานนนท์ (ซึ่งตอนนั้นเขามีงานลงสตรีสารมากในนามปากกา แรมจันทร์ อัฏฐมาส) อาพันธ์ชนิตร สุวรรณกร ฯลฯ และเพื่อนที่รุ่นเดียวกัน อย่าง วินัย ภู่ระหงษ์ (ซึ่งเคยชนะประกวดกลอนคำขวัยวันแม่มาก่อนที่ผู้เขียนจะเขียนกลอนรู้เรื่อง จนอาจารย์ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เรียกดูตัว และฟันธงว่าต้องเป็นเชื้อสายสุนทรภู่ เพราะเกิดที่เมืองแกลง บ้านเดียวกับบิดาสุนทรภู่) ผ่องพรรณ สิงหเสนี อัธยา สุดบรรทัด (ที่เขียนบทกวีแทบทั้งครอบครัว ตั้งแต่คุณพ่อ พี่สาวคนโตอาจารย์สุมน ตลอดน้องอย่าง (ศ) ประภาศรี ) รุ่นน้องอีกมากมายซึ่งเป็นนักกลอนมีชื่อเสียงคณะ รวมทั้งนักเขียน และกวีดังๆ จากต่างคณะ เป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าเขียนและเริ่มได้ลงในหนังสือพิมพ์ภายนอกสถาบันถี่ขึ้น

ขอยกบทหนึ่งที่ข้าพเจ้าส่งไปที่ สตรีสาร นานพอควร (ตอนนั้นเป็นนิตยสารรายปักษ์) ขณะที่รอผลการพิจารณาของบรรณาธิการอยู่ คุณสำราญ ทรัพย์นิรันดร์บอกว่า กำลังช่วยคุณ สาทิส อินทรกำแหง ทำหนังสือรายสัปดาห์ที่เพิ่งออกใหม่ ชื่อ “เพื่อนบ้าน” กำลังต้องการบทกลอนไปลงด่วน จึงหยิบบท (ที่รอสตรีสารมานานแล้ว) ให้ไป ขณะใกล้กันนั้นในฐานะเป็นสาราณียกรทำหน้าที่ดูแลการผลิตหนังสือชุมนุมนิสิตหญิงให้เพื่อนที่เป็นนายกชุมนุม ฯ เห็นหน้าว่างอยู่ หน้าหนึ่ง จึงหยิบกลอนของตนที่อยู่ใกล้มือลงไป ปรากฏว่าทั้งสตรีสาร และเพื่อนบ้านก็ออกมาในเวลาใกล้เคียงกัน กลอน “เพื่อและจาก…เพื่อนใจ” ชิ้นนั้นจึงได้รับการตีพิมพ์พร้อมกันทั้ง 3 สนาม และกลายเป็นกลอนที่เพื่อนชาวอักษร ฯ ท่องกันเกรียวกราว รวมเพื่อนๆ นักกลอนที่รู้จักกันภายนอกมหาวิทยาลัยเอ่ยถึงมากเช่นกัน

“ยินระฆังยามค่ำย่ำโครมครึก ความรู้สึกสับสนปนโศกศัลย์ พิกุลทองพร้องพร่ำร่ำจาบัลย์ รอรับวันเธอเยือนเป็นเพื่อนใจ”

เพื่อนชีวิต เมือโลกมิดเช่นนี้อยู่ที่ไหน จะกระเจิงเหลิงหลงกลางพงไพร หรืออ้อมใจสุขสถิตในนิทรา จะอยู่ไหนขอให้นึกระลึกถึง คนที่ซึ่งห่วงและรักเธอหนักหนา แม้ปีกาลผ่านเลือนไม่เคลื่อนคลา รอเธอมาชื่นชมสู้ตรมทน

มิ่งมิตรเอ๋ย แม้ไม่เคยเอ่ยคำ “รัก” เลยสักหน แต่แววตาที่กล้าหวังด้วยกังวล นฤมลน่าจะแจ้งจากแรงใจ อย่าลืมร่มจามจุรีที่เคยนั่ง เทวาลัยในความหลังยังสดใส สวนอักษรตอนนี้ไม่มีใคร คอย “เพื่อนใจ” กลับไปเยือนเหมือนอย่างเคย ชงโคบานข้างบันไดปีใหม่นี้ ใครจะชี้ชวนชิดเล่ามิตรเอ๋ย ใครคนอื่นหมื่นแสนไม่แม้นเลย รอรักเชยชื่นจิตนิจนิรันดร์” นี่คือ ส่วนเสี้ยวเล็กๆ ปูมหนึ่งที่ทำให้ สำนึกใน “พระคุณแนบไว้นิรันดร”



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2553
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/c7uxc

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New