บทความ

ขับรถให้ปลอดภัย ง่ายนิดเดียว


เกิดเป็นคนเหมือนกัน ขับรถยนต์ได้เหมือนๆ กัน ลงท้ายกลับต่างกัน เรื่องวินัย เรื่องทำตามกฎจราจรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิต และต่อทรัพย์สิน อันได้แก่ รถยนต์ของแต่ละคน ซึ่งมีราคาไม่ใช่น้อยอันที่จริงไม่ใช่กฎเกณฑ์พิสดารอะไรเลย เพียงแต่ขับรถให้ไหลไปตามกัน ความเร็วเท่าๆ กัน ในช่องทางจราจรของตน ไม่เร่งแซง ปาดซ้ายป่ายขวาอย่างในบ้านเมืองเรา แค่นี้ก็ทำให้เกิดความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากมายอย่างที่เป็นอยู่ ถึงเทศกาลแต่ละที นั่งนับศพกันไม่หวาดไหว

เฮ้อ เหนื่อยใจ ประเทศซึ่งใช้รถมาก่อนเรา ใช้รถมากมาย อย่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น คนของเขาปฏิบัติตามกฎข้างต้นได้อย่างไม่ยากเย็น น่าแปลกเรากลับทำไม่ได้ และยังไม่เห็นวี่แววว่าจะทำได้เมื่อไหร่ แต่ละคนจึงต้องวัดดวงปลุกพระไปตามเรื่อง วันไหนซวย หมายถึง เสร็จแน่

นี่คือเรื่องจริง ขอฝากมายังผู้บริหารบ้านเมืองทุกท่าน ลองพิจารณาดูปัญหานี้สักหน่อยนะขอรับ ว่าจะหาทางแก้ยังไง หรือจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป

คดีนี้น่าสนใจเช่นกัน เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ “นายเสย” ขับรถบรรทุก 10 ล้อ เสยรถเก๋งเข้าอย่างจัง จังไม่จัง คนบนรถเก๋งรวม 4 ชีวิต ตายเรียบ

ปรากฏว่าเจ้าของรถเก๋ง ซึ่งไม่ได้อยู่ในรถเก๋งคันเกิดเหตุ ซื้อประกันอุบัติเหตุเอาไว้ด้วย “บริษัท รวดเร็วประกันภัย จำกัด” จึงเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่เห็นๆ คือ จ่ายเงินให้แก่ทายาทของผู้ที่ตายรายละ 5 หมื่นบาท หมดไป 2 แสนบาทตามที่ระบุในกรมธรรม์

หลังจากนั้นบริษัทรวดเร็ว ฯ ก็ทวงถามกับโชเฟอร์คนขับรถ 10 ล้อและนายจ้าง บังคับให้จ่ายเงิน 2 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ย ฐานที่รถ 10 ล้อ เป็นฝ่ายผิดทั้งดุ้น หรือที่เรียกว่าประมาท ทวงไม่สำเร็จ จึงยื่นฟ้องต่อศาล โชเฟอร์รถบรรทุก 10 ล้อ ทำตามธรรมเนียมของเขา คือ นอนตีพุงอยู่ที่บ้าน ปล่อยให้ศาลตัดสินไปตามสะดวก ไม่ใช่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ถือว่าตัวเองไม่มีอะไรให้ไล่บี้ ทางเถ้าแก่ผู้เป็นนายจ้างนั้นสู้คดีอยู่แล้ว ขอ ให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ตัดสินยกฟ้อง โชเฟอร์พลอยเฮงไปด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้สู้คดีมีก๊อกสอง บริษัทรวดเร็วประกันภัย ฯ ยื่นอุทธรณ์ มั่นใจว่าจะกลับมาชนะชัวร์ ในเมื่อจ่ายเงินให้ฝ่ายผู้ตายไปตามสัญญาประกันจริงๆ แต่แห้ว

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน ให้เป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นว่าไว้นั่นแหละ

ท่านผู้อ่านคงจะงงเหมือนกัน เอ๊ะ ทำไมศาลท่านยกฟ้องบริษัทประกัน ทั้งๆ ที่ทำตามสัญญาประกันไปแล้ว น่าจะฟ้องไล่เบี้ยคนที่ทำผิดได้ บริษัทรวดเร็วประกันภัยก็งง และยื่นฎีกาลุ้นเป็นยกสุดท้าย

ศาลฎีกาเหล่ดูสำนวนคดีนี้อยู่ไม่นาน ไม่ถึงกับตาเหล่ แล้วชี้ขาดออกมาว่า

การทำประกันครั้งนี้ เป็นการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิต จึงเป็นสัญญาประกันชีวิตอย่างหนึ่ง โดยอาศัยความตายของบุคคล เป็นเงื่อนไขในการจ่ายเงิน ตามกฎหมายแพ่ง ฯ มาตรา 889 ไม่ใช่ประกันวินาศภัยแต่เพียงอย่างเดียว กฎหมายไม่ให้สิทธิบริษัทประกันเข้ารับช่วงสิทธิได้อย่างประกันวินาศภัยที่จ่ายไปแล้ว ให้จ่ายเลย เรียกร้องเอาจากคนขับรถบรรทุก และเถ้าแก่รถบรรทุกไม่ได้หรอก

ศาลฎีกายอมเมื่อยขา พิพากษายืนตามที่ศาลล่างว่าไว้

คดีนี้เป็นประโยชน์แก่เราๆ ท่านๆ หรือชาวบ้านทั่วไป ถ้าโดนฟ้องเหมือนอย่างที่คนขับและเถ้าแก่รถบรรทุกโดน อย่าได้ตกอกตกใจ ต้องดูให้ดีว่า เขารับประกันภัยอีท่าไหน ถ้าเข้าลักษณะประกันชีวิต ก็รอดตัว บริษัทประกันมาไล่เบี้ยไล่บี้ไม่ได้ แต่ถ้าโดนฟ้องแล้วเข่าอ่อน ไปยอมตกลงว่าจะจ่ายให้เขาทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่รอให้ศาลตัดสิน บริษัทประกันก็รับไปเหนาะๆ ทั้งๆ ที่ศาลจะต้องยกฟ้องหากมีการสู้คดี

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8911/2550



------------------------------
เรื่องโดย : "จอมยุทธ"
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2553
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/F8LZe

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,699,000
2.
2,930,000
3.
679,000
4.
1,290,000
5.
21,890,000
6.
24,900,000
7.
3,090,000
8.
75,000,000
10.
1,545,000
11.
1,465,000
12.
2,390,000
13.
489,000
14.
1,199,000
16.
2,490,000
17.
479,000
18.
939,000
19.
24,500,000
20.
34,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th