บทความ

รื่นเริงบันเทิงใจ


พอบอกที่หมายปลายทาง พี่แทกซีแกก็บอกว่า ไม่ทันครับ ต้องไปส่งกะ กลางเมืองก็ไม่ค่อยเท่าไร เดี๋ยวก็มีมา แต่ถ้าเป็นแถบชานเมืองนี่สิ ต้องเล็งรถดีๆ ว่าเขาวิ่งแค่แถบนี้หรือเปล่า เข้าเมืองไม่ได้ เดี๋ยวโดนใบสั่ง เพราะรถมันอายุเกินตั้งนานแล้ว

ยอดการขายรถยนต์พุ่งสูงปรี๊ดอีกเดือน เล่นเอาค่ายรถยนต์พากันรื่นเริงบันเทิงใจ ชวนให้ฝันไกลไปถึงโบนัสกันดีจริง เมื่อยอดการขายรถยนต์แค่เดือนเดียวโตขึ้นมาถึง 52.0 % เป็นผลพวงมาจากมีรายการส่งมอบรถรุ่นใหม่ๆ รวมทั้งแคมเปญส่งเสริมการขาย ที่อัดกันอย่างไม่บันยะบันยัง รวมทั้งสภาพทางเศรษฐกิจที่ดูจะรุ่งเรือง เฟื่องฟู เพราะค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมา ทำเอาอัตราแลกเปลี่ยนต่อเหรียญสหรัฐ ฯ เฉียดฉิวเข้าไปใกล้ 30 บาท เข้าไปแล้ว ค่ายรถยนต์ก็พากันร้องโอดโอย เรียกร้องให้ภาครัฐ ควรเข้ามาแก้ไขโดยด่วน เพราะมันจะกระทบกันไปหมด

หันไปคุยกับค่ายรถยนต์ค่ายใหญ่ค่ายไหน ก็พากันบ่นว่า ตอนนี้น่ะ มันขาดทุนกำไรไปแล้ว ยิ่งถ้ายังแข็งตัวต่อเนื่อง แนวโน้มแห่งการขาดทุนก็พอมองเห็นได้อยู่ เพราะแต่ละค่าย ก็พากันใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศกันตั้งเยอะ ภาระต้นทุนก็สูงขึ้นเรื่อยๆ แถมผู้ผลิตชิ้นส่วนก็โดนกดราคา จนลดลงอีกไม่ไหวแล้ว

ค่ายรถยนต์มองว่า อัตราค่าเงินที่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ ควรจะอยู่ที่ประมาณ 34 บาท/เหรียญสหรัฐ ฯ ก็เลยอยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วย

ฟากทางรัฐบาล ก็ไม่ได้ออกมาออกข่าวอะไร แต่กระทรวงพาณิชย์ ก็ออกมาแถลงตัวเลขการส่งออกเดือนสิงหาคม ว่าโตขึ้นไปถึง 23.8 % มูลค่า 16,452 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ โดยส่งออกเพิ่มขึ้นในทุกหมวด และมั่นใจว่า ปีนี้จะส่งออกขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 20 % หรือมูลค่า 1.83 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ฯแต่ทั้งหมดก็คือ ประเทศในแถบอาเชียนเรานี่เอง ค่าเงินก็แข็งตัวเหมือนกัน

พออีกสักพัก สถาบันยานยนต์ ก็ออกมาบอกอีกว่า ค่าเงินบาทแข็งตัวในตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ไม่น่าจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในภาพรวมมากนัก โดยเฉพาะปัญหาที่หลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออกรถยนต์นั้น หากมีการพิจารณาโดยละเอียดแล้ว จะพบว่าค่าของเงินในตลาดส่งออกหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยนั้นจะอยู่ในประเทศแถบเอเชียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต่างก็อยู่ในภาวะค่าเงินแข็งตัวเช่นเดียวกัน

แถมยังบอกอีกด้วยว่า ตอนนี้ค่าเงินเยน ก็แข็งตัวอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าน่าจะเป็นโอกาสของประเทศไทย และอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวมในการดึงดูดความสนใจของบรรดานักลงทุน รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์พิจารณาย้ายฐานการผลิตเข้ามาไว้ยังประเทศไทย เพราะแต่ละค่ายก็มีการลงทุนในบ้านเราอยู่แล้วตั้งหลายเรื่อง

โครงการต่างๆ ล้วนแล้วแต่จะต้องมีการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์และการพัฒนาเทคโนโลยีอีกค่อนข้างมาก หากอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยใช้โอกาสตรงนี้เพื่อดึงดูดนักลงทุน ก็จะถือเป็นความได้เปรียบและเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล เพราะตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จำนวนมากได้ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตมาไว้ที่ประเทศไทย แล้วยิ่งในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม หากญี่ปุ่นต้องการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย

แต่ตอนนี้ ค่ายรถที่ผลิตรถยนต์เพื่อมุ่งเน้นการส่งออกเป็นหลัก อาจได้รับผลกระทบทางด้านค่าเงินมากกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศในสัดส่วนมากกว่า ก็ได้เปรียบในเรื่องของปัญหาค่าเงิน ก็คงต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิดก็เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ประกอบการ ที่จะต้องรีบออกมาเล่าสู่กันฟังเสียก่อน เพราะไม่งั้นเดี๋ยวก็ต้องออกมานั่งแถลงกันอีก

พูดถึงการแถลง ค่ายยางรถยนต์จากเมืองจีน หางโจว จงเช่อ รับเบอร์ ก็แถลงเตรียมลงทุนผลิตยางรถยนต์ในประเทศไทย กำลังการผลิต 1,000,000 ตัน/ปี ลงทุน 5,000 ล้านบาท โดยเตรียมที่ดินเพื่อสร้างโรงงานที่ ราชบุรี เอาไว้ 200 ไร่ แล้วทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะเล็งเห็นว่า ประเทศไทยมีวัตถุดิบยางธรรมชาติจำนวนมาก จนเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก ก็เลยจะมาตั้งโรงงาน คาดว่าจะผลิตออกสู่ตลาดได้ในปี 2554 ในส่วนมาตรฐานโรงงานที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม โรงงานผลิตล้อยางเป็นประเภทโรงงานที่ไม่อยู่ในข่ายของกิจการที่ส่งผลกระทบรุนแรง แต่จะมีการปล่อยสารที่ผลิตจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม หรือ คาร์บอนบแลค ดังนั้นจะต้องดำเนินตามกฎหมายของหน่วยงานอนุมัติของไทยอย่างเข้มงวด

ไม่ทันไร อีก 2-3 วันต่อมา บริดจ์สโตน ก็เตรียมเพิ่มงบลงทุน 7,900 ล้านบาท เพื่อผลิตยางเรเดียล สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถบรรทุกขนาดกลาง หรือรถพิคอัพขนาด 1 ตัน รวมทั้งรถตู้ จากวันละ 18,500 เส้น เพิ่มเป็น 50,000 เส้น/วัน ภายในปี 2557 งานนี้ ก็เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าความต้องการใช้ยางในตลาดโลกจะมีความ ต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการลงทุน และแสดงจุดยืนว่า บริษัท พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ดังนั้น ข่าวคราวเรื่องค่าเงินบาทแข็งตัว ก็คงเงียบหายไปกับสายลม และความเงียบ

ไปคุยเรื่องจากกรมการขนส่งทางบก ที่มันเกี่ยวข้องกับพวกกระผมกันมั่ง ก็เรื่องแทกซีนั่นแหละ
ความที่งานข่าวมันมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง บางทีก็เวลาใกล้เคียงกัน แบบต่อจนติด ทำให้ต้องมีภาระเดินทางกันเป็นประจำ จะอาศัยระบบขนส่งสาธารณะ ก็จะไม่ทันงาน ก็เลยต้องเรียกแทกซีกันเป็นอาชีพ
อีทีนี้เรากำลังรีบ โบกเรียกแทกซีปั๊บ เปิดประตูปุ๊บ บอกที่หมายปลายทาง พี่แทกซีแกก็บอกว่า ไม่ทันครับ ต้องไปส่งกะ ก็ต้องคอยเรียกคันต่อไป ถ้าเป็นแถบกลางเมืองก็ไม่ค่อยเท่าไร เดี๋ยวก็มีมา แต่ถ้าเป็นแถบชานเมืองนี่สิ ต้องเล็งรถดีๆ ว่ารถคันนี้พี่เขาวิ่งแค่แถบนี้หรือเปล่า เข้าเมืองไม่ได้ เดี๋ยวโดนใบสั่ง เพราะรถมันอายุเกินตั้งนานแล้ว

ถ้ายังอารมณ์ดีก็แล้วไป แต่ถ้ารีบมาก แล้วกว่าจะเรียกรถได้เป็นเวลานาน มันก็เสียอารมณ์ได้เหมือนกันท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ท่านบอกว่า ตั้งแต่ต้นปีมา มีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการรถแทกซี ทั้งหมด 9,479 ราย ส่วนใหญ่ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร แถมด้วยเรื่องแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ มิเตอร์ผิดปกติ และไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ตกลงกัน

ท่านบอกว่า ผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 1,000 บาท และถ้าผู้ขับรถที่กระทำผิดซ้ำในข้อหาเดิม จะถูกลงโทษสถานหนักและบันทึกประวัติเพื่อเข้มงวดในการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ
ก็ฝากบอกมาว่า ถ้าโดนเข้ายังงี้ แจ้งไปได้ที่กรมการขนส่งทางบกเลย พวกแทกซีที่ไม่รับคนจะได้หมดๆ ไปเสียทีเรื่องนี้พวกกระผมยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ครับ เพราะใช้กันประจำอยู่แล้วไม่พลาดแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2553
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/t6QLA

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New