บทความ

ขายเยอะ


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือน กรกฎาคม ปี 53 กับ 52
ตลาดโดยรวม เพิ่ม 52.2 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 61.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 40.4 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่ม 6.4 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 81.0 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) เพิ่ม 195.3 %
อื่นๆ เพิ่ม 52.3 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือน มกราคม-กรกฎาคม ปี 53 กับ 52
ตลาดโดยรวม เพิ่ม 53.8 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 58.2 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 46.6 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่ม 28.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 67.3 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) เพิ่ม 129.6 %
อื่นๆ เพิ่ม 58.5 %

นาทีนี้ใครจะบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี นักข่าวสายรถยนต์จะเถียงทันควัน เศรษฐกิจไม่ดีได้ยังไง ขายรถกันแบบเทน้ำเทท่า รถบางยี่ห้อ จองกัน 3 เดือน รถบางรุ่น จองกันกว่าจะได้ก็ปีหน้าโน่น

ก็เป็นผลพวงมาจากเศรษฐกิจของประเทศชาติบ้านเมือง ที่มีทิศทางดีขึ้น ไม่เพียงแต่บ้านเราเท่านั้น แต่เป็นไปหมดทั้งโลกใบนี้ จะมีเซๆ อยู่บ้างก็แค่ไม่กี่ประเทศ แต่ส่วนใหญ่ออกไปในทางค่อนข้างดี เห็นได้จากตัวเลขการส่งออกยานยนต์ของเรา ที่ทำสถิติในหลายๆ เรื่องในห้วงที่ผ่านมา

ก็ต้องยอมรับว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เริ่มส่งผลให้ตลาดมีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมการขายของบริษัทรถยนต์แต่ละแห่ง ที่เล่นกันถึงพริกถึงขิง

หนนี้อยากหยิบยกเอาตัวเลขทางเรื่องส่งออกมาคุยกันหน่อย เพราะมันพุ่งสูงจนน่าสนใจว่า ประเทศไทย กำลังจะเป็นประเทศที่ประกอบรถเพื่อการส่งออกไปแล้ว

ในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา มีรถยนต์สำเร็จรูปส่งออกทั้งสิ้น 87,605 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 139.65 % และมากกว่าเดือนมิถุนายน 2553 26.45 % จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในทุกตลาด โดยเฉพาะตลาด
เอเซีย

รวมทั้งการแก้ไขกฎระเบียบและขั้นตอนต่างๆ ของกรมศุลกากร ที่เอื้ออำนวยให้การส่งออกรถยนต์ได้รับความสะดวกและรวดเร็วขึ้น สามารถใช้สิทธิ์ยกเว้น และลดอัตราอากรขาเข้าจากประเทศในอาเซียน ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าของอาเซียน ช่วยให้การส่งออกขยายตัวได้มากยิ่งขึ้น โดยมีมูลค่าการส่งออก 39,835.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2552 129.41 %

เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,115.06 ล้านบาท เพิ่ม 70.16 % ชิ้นส่วนรถยนต์อื่น มีมูลค่าการส่งออก 13,983.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.45 % อะไหล่รถยนต์ มูลค่า 1,290.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.93 %รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2553 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มูลค่ารวม 57,224.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.49 %

แต่พอรวม 7 เดือนที่ผ่านมา เราส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปไปแล้ว 505,783 คัน เพิ่มขึ้นจากในระยะเวลาเดียวกัน 115.57 % มูลค่า 234,968.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.95 % รวมมูลค่า เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มูลค่า 333,874.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.25 %

น่าชื่นใจดีไหมครับ เดี๋ยวอีกปี 2 ปี พอโครงการ อีโคคาร์ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างกันครบทุกเจ้า ทีนี้ล่ะ ยอดจะพุ่งสูงปรี๊ดไปยิ่งกว่านี้ เพียงแค่นี้ก็นำเงินเข้าประเทศ ทำให้เป็นห่วงกันเรื่องค่าเงินบาท ที่แข็งค่าไปเรียบร้อย

ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างละนะครับ

ขอบันทึกผลการศึกษาดัชนีความพึงพอใจด้านการขายในประเทศไทย ที่ทำกันมา 11 ปีแล้ว โดยสอบถามจากเจ้าของรถใหม่ 3,101 ราย ที่ซื้อรถตั้งแต่ สค. ปีก่อน จนถึง มีค. นี้ เพื่อหาความพึงพอใจจากการซื้อรถใหม่ ก็ได้ความว่า จาก 9 ยี่ห้อที่ศึกษา โตโยตา ทำคะแนนได้สูงสุด 890 คะแนน อีซูซุ 889 คะแนน และ ฟอร์ด 888 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น

ก็หมายความว่า บริษัทรถยนต์มีการฝึกอบรมพนักงานด้านการขายเพิ่มมากขึ้น สามารถตอบคำถามลูกค้าได้มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุดนั่นเอง

แต่ต้องไม่ลืมว่า ในต่างประเทศที่เขาสำรวจ ค่าเฉลี่ยของคะแนนดัชนีนี้น่ะ มันขึ้นไปเกินหลัก 900 จาก 1,000 คะแนน

อยู่กันอย่างไทยอย่างนี้ก็ดีแล้วนะครับ

กลับมาเข้าเรื่องมาตรวัดดีกว่า ก่อนจะเพ้อไปมากกว่านี้ ว่าด้วยยอดรวมการขายของทั้งตลาดประจำเดือนกรกฎาคม เดือนเดียว ขาย 65,672 คัน เพิ่มขึ้น 52.2 % ขณะที่ยอดรวมที่ผ่านมา 7 เดือน ขาย 422,364 คัน เพิ่ม 53.8 %

แชมพ์ตลาดรวม โตโยตา ขาย 26,206 คัน เพิ่มขึ้น 42.5 % ส่วนแบ่งตลาด 39.9 % อันดับที่สอง อีซูซุ ขาย 11,701 คัน เพิ่มขึ้น 31.5 % ส่วนแบ่ง 17.8 % อันดับที่สาม ฮอนดา ขาย 10,265 คัน เพิ่ม 42.6 % ส่วนแบ่ง 15.6 % อันดับที่สี่ นิสสัน ขาย 5,115 คัน เพิ่ม 85.3 % ส่วนแบ่ง 7.8 % และอันดับที่ห้า มิตซูบิชิ ขาย 3,186 คัน เพิ่ม 153.9 % ส่วนแบ่ง 4.9 %

ยอดรวมรถยนต์นั่ง 27,588 คัน เพิ่มมากขึ้น 61.1 % โดยยอดรวม 7 เดือน ขายกัน 174,376 คัน เพิ่มรวม 58.2 %

แชมพ์รถยนต์นั่ง โตโยตา ขาย 10,064 คัน เพิ่ม 38.7 % ส่วนแบ่ง 36.5 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 8,941 คัน เพิ่ม 31.5 % ส่วนแบ่ง 32.4 % ที่สาม นิสสัน ขาย 3,497 คัน เพิ่มเยอะ 272.0 % ส่วนแบ่ง 12.7 % ที่สี่ มาซดา ขาย 2,450 คัน เพิ่ม 555.1 % ส่วนแบ่ง 8.9 % ที่ห้า เชฟโรเลต์ ขาย 689 คัน เพิ่มนิดเดียว 0.1 % ส่วนแบ่ง 2.5 %

ยอดขายรถที่บอกว่าสภาวะเศรษฐกิจของเรายังไปได้ดี โพร์เช ขาย 6 คัน เอาดี กับ ลัมโบร์กินี ขายเจ้าละ 2 คัน แจกวาร์ มิตซูโอกะ โลทัส กับ มาเซราตี ขายเจ้าละคัน

ก็ดีใจไปกับค่ายรถยนต์ทุกค่ายด้วย ที่ในห้วง 5 เดือนที่เหลือน่ะ นักการตลาดต้องลุยกันขนานใหญ่เพราะแต่ละค่ายก็เพิ่มเป้าขายประจำปีกันเรียบร้อย รถไมเนอร์เชนจ์แต่ละยี่ห้อก็มีเยอะ รถใหม่ก็มีหลายรุ่น

อวยชัยให้พรกันให้สามารถทำกันให้ได้ เพื่อยอดขายประจำปีที่ดีที่สุดก็แล้วกัน



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2553
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ijp9B
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง