บทความ

เริ่มดุ


ยังไม่ทันเริ่มครึ่งปีหลังเท่าไร ค่ายรถยนต์ก็เริ่มสนุกสนานกับการเกทับ บลัฟแหลกกันแล้ว หลังจากยอดการขายรถยนต์ 7 เดือนที่ผ่านมา ยังเดินหน้าเพิ่มมากกว่า 52.2 % ขายกันเดือนเดียว 65,672 คัน รวม 7เดือน ตัวเลขขึ้นไปถึง 422,364 คัน

พอตัวเลขยอดขายเริ่มออกสู่วงการ ก็มีรายการคาดการณ์ยอดขายปีนี้กันมากหน้าหลายตา ตัวเลข เริ่มกันที่ 700,000 คัน เพิ่มอีกหน่อย 725,000 คัน จนถึงค่ายยักษ์ใหญ่ ก็ประเมินว่า อาจขึ้นไปถึง 750,000 คัน ก็เลยมีการปรับเป้าขายกันหลายค่าย ใครเป็นยังไงคงผ่านตากันมาบ้างแล้ว

หลังจากนั้นการต่อสู้กันในรถขนาดเล็ก และขนาดกลาง ก็เริ่มอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะตลาดของรถขนาดเล็ก หรือประเภทมีนีนั้น กำลังได้รับความนิยม จองวันนี้รับรถปีหน้าโน่น ก็เลยยั่วยวนใจค่ายรถยนต์หลากหลาย

เริ่มด้วย จีเอม รีบปล่อยข่าวก่อนหน้าเพื่อน ว่าปลายปีนี้ เตรียมจะส่งรุ่น ครูซ ลงตลาด โดยมีรุ่นพร้อมใช้แกสธรรมชาติด้วย

ถัดมา มาซดา 3 ก็รีบไมเนอร์เชนจ์ แถมดอกเบี้ยแค่ 2.19 % พร้อมแถลงข่าวอย่างใหญ่โต เท่ากับเป็นงานแรกของท่านประธานคนใหม่ด้วย

ค่ายยักษ์ก็อดรนทนไม่ได้ ส่ง อัลทิส ใหม่ หน้าตาไม่ได้เปลี่ยนมากนัก แต่เพิ่มเครื่องยนต์รุ่นใหม่ เกียร์ซีวีที พร้อมอุปกรณ์ประกอบมากมาย

ส่วน ฟอร์ด ซึ่งปล่อยข่าว ฟิเอสตา มานาน ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ เกียร์ใหม่แบบคลัทช์คู่ 6 จังหวะ ที่คุยโขมงว่าอุปกรณ์เหนือกว่ารถคู่แข่งระดับเดียวกัน

ค่ายรังสิต คุมเชิงอยู่นานจนนึกว่าหลับ สวนหมัดเด็ดกลับพร้อมแคมเปญใหญ่ยักษ์ แลนเซอร์ อีเอกซ์ ดอกเบี้ย 0 % 36 เดือน พร้อมประกันชั้นหนึ่ง เล่นเอาเกจิในวงการฮือฮา เพราะมูลค่ารวมกันแล้วเกือบแสนบาททีเดียว

ก็ป่าวประกาศมายังพี่น้องแฟนเพลงทั้งหลายว่า อย่าได้พลาดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 27” 1-12 ธันวาคม นี่เชียว เพราะยังมีค่ายที่คุมเชิง เตรียมปล่อยหมัดเด็ดกันอีกหลายค่ายทีเดียว พลาดแล้วจะเสียใจนะพี่น้อง

ได้อ่านข่าวที่สถาบันวิจัยจากญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า ปัจจุบันตลาดพิคอัพโลกมี 1.75 ล้านคันในปี 2552 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.621 ล้านคันในปี 2558 หรือ และปี 2573 หรือ ยอดรถพิคอัพจะเพิ่มเป็น 4.686 ล้านคัน

ณ ปี 2551 ประเทศไทยส่งออกรถพิคอัพ คิดเป็นมูลค่า 377,000 ล้านบาท และคาดว่าปี 2573 มูลค่า การส่งออก 811,000 ล้านบาท

ปัจจุบันฐานการผลิตรถพิคอัพ ปี 2552 ตลาดรถพิคอัพ 1.75 ล้านคัน ไทยมีส่วนแบ่งตลาดใหญ่สุด 31% รองลงมาเป็นบราซิล 14 % และสหรัฐอเมริกา 13 %

โดยมีคู่แข่งสำคัญของไทย คือ ตุรกี เป็นหนึ่งในสมาชิก อียู (EU) มีสิทธิพิเศษทางภาษีในการส่งรถยนต์เข้า อียูและมีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมระหว่าง 2 ทวีปคือยุโรปและเอเชีย ปัจจุบันประเทศตุรกีได้นำเข้า ซีเคดี (CKD) จากประเทศไทยเข้าไปประกอบรถพิคอัพอยู่แล้ว และอีกประเทศบราซิล มีตลาดรถพิคอัพที่ใหญ่มาก

ก็อยากจะเสริมเล็กน้อยว่า ตุรกี น่ะมีปัญหาเรื่องค่าจ้างแรงงาน ทำให้ไม่สามารถขยายกำลังการผลิตได้เต็มที่ แม้ว่าจะซื้อ ซีเคดี จากเมืองไทยไปประกอบมานานมากก็ตาม ส่วน บราซิล ตลาดก็มีหลากหลาย รถเก๋งท้ายกระบะ เครื่องเบนซิน ใช้ ซีเอนจี ได้ ใช้แกสโซฮอลได้ กระบะใช้ในไร่ กระบะขนาดใหญ่ เพราะเอาไว้ส่งไปขายในสหรัฐอเมริกา ก็เลยไม่ค่อยปะทะตรงตัวกับผลิตผลกระบะบ้านเราเท่าใดนักไม่ใช่แค่ค่ายรถยนต์อย่างเดียว ที่ทำงานกันจนเต็มกำลังการผลิต แถมต้องทำโอที เพิ่มกันอีกกะ เพื่อผลิตรถให้ทันกับความต้องการของลูกค้า ฟากทางด้านผู้ผลิตชิ้นส่วน ก็ขยายกันมากหลาย มีทั้งทำกันเป็นข่าว หรือทำกันเงียบๆ แบบไม่อยากบอกใครเยอะ

เริ่มด้วย คอนทิเนนทัล ที่ทำชิ้นส่วนแชสซีส์ เพาเวอร์ทเรน รวมทั้งชิ้นส่วนหัวฉีดคอมมอนเรล ที่ทำส่งออกด้วย ก็มาชี้แจงแถลงไขกันว่ากำลังขยายการผลิตเพื่อให้สามารถทำเต็มกำลังได้ภายในปี 2555 นี่แหละ

ส่วนที่เงียบๆ ก็ค่าย ซูมิโตโม ซุ่มขอ บีโอไอ ผลิตยางรถยนต์เรเดียล สำหรับรถนั่ง และรถบรรทุกเล็ก ใช้เทคโนโลยีใหม่ โดยพันหน้ายาง 2 ชั้น เพื่อให้เรียบและเกาะถนนมากขึ้น 700,000 เส้น/ปี เอา 5 หารก็ จะได้เป็นจำนวนรถ 140,000 คัน

แถมด้วยขยายกำลังการผลิตเดิม เป็น 1,837,500 เส้น/ปี อันนี้ก็ได้จำนวนรถ 3 แสนกว่าคัน ก็แสดงว่า ฟากทางผู้ผลิตชิ้นส่วนเนี่ย มีรายการต่อสู้ห้ำหั่นกันเอาเรื่องทีเดียว

ขนาดยอมทุบโรงงานเก่าทิ้งกันเชียวล่ะ แล้วไปสร้างโรงงานที่ใหม่ เพื่อจะได้แน่ใจว่าชิ้นส่วนตัวเองจะได้ส่งเข้าไปใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ใหม่แน่นอน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อน่ะ

ไปเรื่องคนอื่นมั่ง สนง. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้แก้ไขปรับปรุงมาตรฐานถังแกสปิโตรเลียมเหลว แบ่งประเภทเป็นรูปทรงแคพซูล และประเภทรูปทรงยางรถยนต์ หรือที่เราเรียกว่า ทรงโดนัท ที่ติดตั้งอยู่ในรถแบบผิดกฎหมายอยู่หลายคันตอนนี้แหละ

ถังแคพซูล แบ่งเป็นแบบถัง 2 ส่วน และถัง 3 ส่วน ส่วนถังโดนัท แบ่งเป็นแบบข้อต่อสำหรับประกอบ ลิ้นและอุปกรณ์อยู่ด้านใน กับแบบ ข้อต่ออยู่ด้านนอก

นอกจากนี้ก็กำหนดวิธีการทดสอบการขยายตัวถาวร โดยกำหนดให้ใช้วิธีทดสอบในถังน้ำ (WATER JECKET) หรือวิธีอื่นที่ให้ผลถูกต้อง

ตอนนี้ประกาศเป็นมาตรฐานบังคับตั้งแต่ 8 สิงหาคม แล้ว ใครที่ติดตั้งเอาไว้แบบไม่ถูกกฎหมาย
เพราะถังยังไม่ผ่านมาตรฐานน่ะ หาทางทำให้มันถูกกฏหมายหน่อยก็ดีนะครับ จะได้อยู่กันแบบมีความสุข ไม่ต้องจ่ายเบี้ยบ้ายรายทางกันบ่อยนัก

หรือว่าไม่จริง



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2553
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/rnENW
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง