บทความ

รถ มีนี ปรับปรุงโฉม เพิ่มกำลังเครื่องยนต์


อังกฤษ/เยอรมนี-ค่าย มีนี เปิดเผยโฉมหน้าและรายละเอียดของรถ มีนี (MINI) รุ่น FACELIFT หรือ “ยกหน้า” ซึ่งมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในหลายๆ จุด ทั้งในส่วนตัวถัง และเครื่องยนต์กลไก มีกำหนดออกจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 18 กันยายน 2010

เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของรถ มีนี ทั้ง 3 ตัวถัง คือ มีนี แฮทช์แบค (MINI HATCHBACK) ในตัวถัง 3 ประตูแฮทช์แบค 4 ที่นั่ง มีนี คอนเวอร์ทิเบิล (MINI CONVERTIBLE) ในตัวถัง 2 ประตูเปิดประทุน 4 ที่นั่ง และ มีนี คลับแมน (MINI CLUBMAN) ในตัวถัง 4 ประตูตรวจการณ์ 5 ที่นั่ง

ในส่วนของตัวถังภายนอก มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในหลายๆ จุด ตัวอย่างเช่นกันชนหน้าออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการปกป้องคนเดินเท้า เพิ่ม AIR INTAKE หรือ
ช่องดักลมในฝากระโปรงหน้า ดวงโคมไฟท้าย และไฟห้ามล้อใช้โคมไฟ LED เปลี่ยนรูปลักษณ์ของกระทะล้อ และเพิ่มสีรถให้เลือกใช้อีกหลายสี รวมทั้งสีแดง CHILI RED

ภายในห้องโดยสารก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในหลายๆ จุดเช่นกัน จุดที่น่าจะกล่าวถึง คือ แผงบังคับควบคุมเครื่องเสียง และเครื่องปรับอากาศซึ่งออกแบบใหม่หมด เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและรับกันได้เป็นอย่างดีกับสรีระของผู้ขับ และการเปลี่ยนวัสดุหุ้มเบาะ
ที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม

ในส่วนของเครื่องยนต์ มีการปรับปรุงรายละเอียดมากมาย เพื่อผลลัพธ์ในการเพิ่มพละกำลัง แต่ลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

เครื่องยนต์เบนซินซึ่งมีอยู่รวม 4 ขนาด เป็นเครื่องบลอคเดิม ซึ่งได้รับการปรับปรุงในหลายจุดๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น กล่าวคือ เครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 1,397 ซีซี 75 แรงม้า ที่ใช้ในรถ MINI ONE ยังคงให้กำลังเท่าเดิม คือ 75 แรงม้า
แต่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดเหลือเพียง 5.1 ลิตร/100 กม. และอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดเป็น 119 กรัม/กม. เครื่องยนต์ DOHC 4 สูบเรียง 1,397 ซีซี 95 แรงม้า ที่มีให้เลือกใช้ในรถ MINI ONE เช่นกัน กำลังสูงสุดเพิ่มจาก 95
เป็น 98 แรงม้า ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์มีตัวเลข เหมือนเครื่องแรก เครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 1,598 ซีซี 120 แรงม้า ที่ใช้ใน MINI COOPER กำลังสูงสุดเพิ่มเป็น 122 แรงม้า ส่วนเครื่องเทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง
DOHC 4 สูบเรียง 1,598 ซีซี 175 แรงม้า ที่ใช้ในรถ MINI COOPER S กำลังสูงสุดเพิ่มเป็น 184 แรงม้า ในขณะที่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดเหลือแค่ 5.8 ลิตร/100 กม. และอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดเหลือแค่ 136 กรัม/กม.

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีอยู่เพียง 2 ขนาด คือ เครื่อง 90 แรงม้า ที่ติดตั้งในรถ MINI ONE D และเครื่อง 112 แรงม้า ที่ติดตั้งในรถ MINI COOPER D เป็นเครื่องยนต์ของค่าย บีเอมดับเบิลยู ที่ใช้อยู่แล้วในรถ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-1 (BMW-1 SERIES)
มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำเพียง 3.8 ลิตร/100 กม. หรือ 26.3 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แค่ 99 กรัม/กม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2553
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ldvh1

บทความที่เกี่ยวข้อง

VISION MERCEDES-MAYBACH 6 CABRIOLET
BMW CONCEPT Z4
BMW CONCEPT Z4
BMW M5
4,500,360
4,500,360
ASTON MARTIN ZAGATO
ASTON MARTIN ZAGATO
อัพเดทล่าสุด
19 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,699,000
2.
2,930,000
3.
679,000
4.
1,290,000
5.
21,890,000
6.
24,900,000
7.
3,090,000
8.
75,000,000
10.
1,545,000
11.
1,465,000
12.
2,390,000
13.
489,000
14.
1,199,000
16.
2,490,000
17.
479,000
18.
939,000
19.
24,500,000
20.
34,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th