บทความ

น้องเล็กมาแรง


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือน มิถุนายน ปี ’53 กับ ’52
ตลาดโดยรวม เพิ่ม 62.6 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 73.2 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 52.9 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่ม 10.9 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 51.9 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) เพิ่ม 177.0 %
อื่นๆ เพิ่ม 71.4 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือน มกราคม-มิถุนายน ปี ’53 กับ ’52
ตลาดโดยรวม เพิ่ม 54.1 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 57.6 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 47.7 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่ม 34.3%
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 64.9 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) เพิ่ม 120.5 %
อื่นๆ เพิ่ม 59.7 %

คลอดออกมาแล้ว ยอดการขายรถยนต์ประจำเดือนมิถุนายน หรือเดือน 6 ที่ขายกันกระจายเป็นเทน้ำเทท่า
นั่นทำให้นักการตลาดออกมาคาดการณ์ยอดรวมของปีทันที ว่าควรจะอยู่ในราว 7 แสน 2 หมื่นคัน ก็ถ้ามองโลกในแง่ดี และจนถึงสิ้นปี ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรมากมาย สภาพทางการเมืองเป็นไปแบบค่อนข้างสงบแบบนี้ ก็พอรับตัวเลขใหม่นี้ได้

บรรดาค่ายรถยนต์แต่ละค่าย ต่างก็พากันปรับเป้าหมายช่วงที่เหลือของปีนี้ทันที ก็ว่ากันไป น้ำขึ้นก็ต้องรีบตัก มันเป็นอย่างนั้น

ก่อนจะไปถึงตัวเลขแต่ละประเภท ขอบันทึกเป็นเกียรติประวัติหน่อย ว่าในเดือน 5 ที่ผ่านมานี่ บรรดารถขนาดเล็ก ต่างได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะน้องเล็กคนใหม่ ทำเอาโรงงานหัวปั่นไปตามๆ กัน เพราะท่าทางว่า กว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตได้ ก็เกือบปลายปีโน่น จะทันส่งมอบไหวหรือเปล่าหว่า

ลองไล่มาให้ดูว่า ใครเป็นอย่างไร ว่ากันตั้งแต่เจ้าตลาด ฮอนดา ขายมากกว่าเพื่อน 7,700 คัน ซิที ขาย 6,034 คัน วีออส รองลงมา ขาย 5,760 คัน น้องใหม่ มาร์ช ขาย 2,792 คัน มาซดา 2 ยังพอมีแรงอึด 971 คัน รถใหญ่ขึ้นมาหน่อย ทิอิดา ขาย 397 คัน อาวีโอ ขาย 380 คัน และ น้องเล็กคันใหม่ ซูซูกิ สวิฟท์ ขายได้ 265 คัน

ก็ต้องยอมรับว่ากระแสรถเล็กกำลังมาแรง เดี๋ยวเดือนหน้า ก็มี ฟอร์ด ลงสนามอีกเจ้า ปลายปีก็มีแพลมๆ กันออกมาแล้ว งาน MOTOR EXPO 2010 ปลายปีนี้ มีน้องเล็กลงสนามกันอีกหลายเจ้า เรียกว่าอีโคคาร์ ยังไม่ทันมาพร้อมหน้าพร้อมตา กระแสรถขนาดเล็ก ประหยัดเชื้อเพลิง ก็นำหน้ากันไปก่อนแล้ว

หนนี้มีเรื่องพิเศษ มาฝากอีกเรื่องหนึ่ง ก็ไม่ทราบว่าเป็นความคิดของใคร เพราะการจราจรในเมือง ช่วงเช้า ช่วงเย็น โดยเฉพาะเย็นวันศุกร์ หรือตอนฝนตก รถก็ติดกันเป็นตังเมอยู่แล้ว นี่ยังมีความคิดที่จะหารถเข้ามาเพิ่มบนท้องถนนมากขึ้นไปอีก

คราวนี้ท่านจะให้เพิ่ม รถยนต์รับจ้างแบบพิเศษ หรือ แทกซี วีไอพี ขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่ง เป็นรถสีเดียวทั้งคัน แต่ข้อจำกัดไปอยู่ที่รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน เครื่องยนต์มีความจุไม่ต่ำกว่า 2,200 ซีซี เป็นรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปจากโรงงาน ติดแกสด้วย มีอายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก

ค่าโดยสารตามกฎหมาย 2 กม. แรก ไม่เกิน 150 บาท กม. ต่อไป ไม่เกิน กม. ละ 25 บาท รถติดก็นาทีละ 10 บาท ถ้าจอดคอยสนามบินสุวรรณภูมิ ก็ชาร์จเพิ่มได้อีก 200 บาท ภายในรถมีระบบ จีพีเอส มิเตอร์ออกใบเสร็จได้ คนขับห้ามใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เด็ดขาด

ท่านว่างานนี้เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการของรถยนต์รับจ้างให้สูงขึ้น แม้ว่าขณะนี้จะมีรถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียนแล้ว วิ่งอยู่ใน กทม. 80,000 คัน ก็ตาม

อะไรก็ดีหมดทุกอย่าง เสียแต่การที่สมัยนี้การจะเรียกรถแทกซีสักคัน ก็ต้องเปิดประตูถาม พร้อมกับบอกปลายทางของเราก่อน ถ้าคนขับพยักหน้า ถึงจะขึ้นรถได้ ก็ให้งงๆ ว่า ข้อกำหนดที่ว่า ห้ามปฏิเสธผู้โดยสารน่ะ ใครเป็นคนบังคับใช้กันแน่ หรือท่าทางจะลืมเขียนเอาไว้สิท่า

ใครรู้ช่วยแถลงให้ฟังหน่อยเถอะ

กลับมาเข้าเรื่องมาตรวัดหนนี้

อย่างที่บอกเอาไว้แต่ต้น ว่าเป็นยอดการขายที่เพิ่มสูงสุดในรอบ 10 ปี 62.6 % ขายกันทั้งหมด 70,557 คัน โดยที่ยอดรวม 6 เดือนของปี เพิ่มเยอะ 54.1 % รวม 356,692 คัน

ค่ายที่สามารถทำยอดได้สูงสุด คือ โตโยตา ขายได้ 26,941 คัน เพิ่ม 43.4 % ส่วนแบ่งตลาด 38.2 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 12,687 คัน เพิ่มด้วย 50.1 % ส่วนแบ่ง 18.0 % อันดับสาม ฮอนดา ขาย 12.535 คัน เพิ่ม 71.2 % ส่วนแบ่ง 17.8 % อันดับสี่ นิสสัน ขาย 5,120 คัน เพิ่ม 109.2 % ส่วนแบ่ง 7.3 % อันดับห้า กลับมายืนแป้นอีกครั้ง มิตซูบิชิ ขาย 3,542 คัน เพิ่มมากกว่าเพื่อน 161.8 % ส่วนแบ่ง 5.0 %

แยกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เดือนนี้เพิ่มขึ้นถึง 73.2 % ขายได้ 31,684 คัน ยอดรวม 6 เดือน เพิ่ม 57.6% ขาย 146,788 คัน

ตำแหน่งแชมพ์ได้แก่ โตโยตา ขาย 11,336 คัน เพิ่ม 44.1 % ส่วนแบ่งตลาด 35.8 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 10,989 คัน เพิ่มเยอะ 61.5 % ส่วนแบ่ง 34.7 % ที่สาม นิสสัน ขาย 3,576 คัน เพิ่ม 261.2 % ส่วนแบ่ง 11.3 % ที่สี่ มาซดา ขาย 2,886 คัน เพิ่ม 602.2 % ส่วนแบ่ง 9.1 % และที่ห้า เชฟโรเลต์ ขาย 741 คัน ลดลง 40.1 % ส่วนแบ่ง 2.3 %
ผู้ชำระภาษียอดเยี่ยม โพร์เช ขาย 2 คัน, ลัมโบร์กินี 2 คัน เบนท์ลีย์ โลทัส และ มาเซราตี เจ้าละหนึ่งคัน

นี่ขนาดว่า โครงการอีโคคาร์ ยังออกสู่ตลาดกันแค่รายเดียว ปีหน้าถึงจะมีเพิ่มอีกราย ปีถัดไปก็อาจมีอีก 2 ราย เอาแค่ 4 รายนี่ก็เข้ามาช่วยให้การจราจรสาหัสเพิ่มมากขึ้น ก็ได้แต่คาดหวังว่า ระบบขนส่งสาธารณะบ้านเรา มันจะสามารถพัฒนาไปได้รวดเร็วกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเห็นจะต้องหอบข้าวหอบน้ำขึ้นรถทุกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรจะถึงจุดหมาย

เอาน่า ก็ทำให้เศรษฐกิจบ้านเราดีขึ้นไม่ใช่หรือ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง จะเอาให้ได้ทุกอย่างได้อย่างไรจริงไหมครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2553
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/EoA2V

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th