บทความ

คริส เบงเกิล ศาสดาของนักออกแบบรถยนต์ยุคใหม่


ในโลกนี้นักออกแบบยานยนต์ที่ได้รับการยกย่องมีไม่มากนัก หนึ่งในนั้นคือ คริส เบงเกิล อดีตหัวหน้าทีมออกแบบของค่าย บีเอมดับเบิลยู “ฟอร์มูลา” มีโอกาสได้สัมภาษณ์เขา หลังจากลาออกจากวงการที่ทำมานานเกือบ 20 ปี

ฟอร์มูลา : หลังจากลาออกจากวงการนักออกแบบ ตอนนี้คุณทำอะไรอยู่ ?

เบงเกิล : หลังจากลาออกจากตำแหน่ง หัวหน้า BMW GROUP DESIGN DEVELOPMENT ผมมีสัญญาว่าจะไม่ทำงานร่วมกับบริษัทรถยนต์อื่นเป็นเวลา 1 ปี ระหว่างนั้นผมตั้งบริษัท CHRIS BANGLE ASSOCIATES ขึ้น และย้ายไปอยู่อิตาลี ซื้อโรงนาเก่าๆ หลังหนึ่ง ซ่อมแซม ปรับปรุงให้เป็นบ้านและออฟฟิศ

ผมมีลูกค้ารายหนึ่ง ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าหรู เขาให้ผมออกแบบวัฒนธรรมองค์กรให้บริษัทเขา ซึ่งแตกต่างจากงานออกแบบรถยนต์ของผมที่ บีเอมดับเบิลยู โดยสิ้นเชิง เพราะการออกแบบรถยนต์นั้นต้องใช้นักออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่การออกแบบบุคลากรนั้น ต้องเข้าถึงจิตใจ และต้องมั่นใจว่ากระบวนการทำงานทั้งหมด และวัฒนธรรมองค์กรนั้นเข้ากันได้ เพื่อสอดรับกันอย่างยั่งยืน และให้ผลลัพธ์ที่ดี มันเป็นเรื่องสนุกที่ได้ใช้ประสบการณ์จากการออกแบบรถยนต์มาปรับใช้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ทีมงานเหล่านั้น

สิ่งที่ผมเรียนรู้จาก บีเอมดับเบิลยู คือ การทำงานออกแบบ มันไม่ใช่แค่การทำงานคนเดียว แต่สิ่งที่ท้าทายก็คือ ทำอย่างไรให้ ลูกค้า คนออกแบบ วิศวกร และฝ่ายโรงงาน ทำงานร่วมกันอย่างสอดประสานในกระบวนการสร้างสรรค์ ทีมงานจะรู้สึกเป็นเจ้าของ ถ้าได้มีส่วนร่วมอยู่ในกระบวนการความคิด พวกเขาเหล่านั้นต่างเข้าใจดีในเรื่องของผลิตภัณฑ์ และวัฒนธรรมองค์กร ส่วนเรามีหน้าที่หลอมรวมพวกเขาเหล่านั้นให้ทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าทิศทางการออกแบบรถยนต์ในปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้เป็นอย่างไร ?

เบงเกิล : ผมมองว่ามันต้องดีขึ้น หากมองโดยรวม ผมอยากจะเปรียบการออกแบบรถยนต์กับ “เกลียวคลื่น” ที่บางจังหวะรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และบางจังหวะก็เหมือนย่ำอยู่กับที่ ผมมองว่าช่วงศตวรรษที่ 2001-2003 มีพัฒนาการอย่างมาก รวดเร็ว และน่าติดตาม

ความเห็นส่วนตัวผมมองว่า บีเอมดับเบิลยู ทุ่มเทอย่างหนักกับเรื่องการออกแบบรถยนต์ ใช้การออกแบบมาช่วยแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ จนหลายครั้งก็ได้ผลลัพธ์ที่เกินคาด มีการวางแผน กลยุทธ์ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน ซึ่งผมไม่เคยเห็นในบริษัทอื่นๆ มาก่อน ดังนั้น บีเอมดับเบิลยู จึงจำเป็นต้องมีทีมออกแบบที่มีแรงบันดาลใจแรงกล้า มีความหลงใหลคลั่งไคล้ และนี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังค่อนข้างสูงกับอดีตเพื่อนร่วมงานที่ บีเอมดับเบิลยู

ฟอร์มูลา : คุณมีความเห็นอย่างไรต่อพัฒนาการของการออกแบบรถยนต์ในประเทศแถบเอเชีย เมื่อเทียบกับในยุโรป โดยเฉพาะผู้ผลิตหน้าใหม่อย่าง อินเดีย จีน และมาเลเซีย ?

เบงเกิล : เรียกได้ว่ากำลังหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว หากพูดถึงการออกแบบของบริษัทผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น และเกาหลี เริ่มเข้าสู่การปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ผู้ผลิตหน้าใหม่จาก มาเลเซียและ จีน กำลังเร่งเครื่องพัฒนาตามมาอย่างรวดเร็ว พวกเขามีโอกาสได้ร่วมงานกับสำนักออกแบบยานยนต์ชื่อดังหลายๆ แห่งในอิตาลี แต่สิ่งที่คุณยังไม่เห็น คือ การพยายามใส่ “สำเนียงหรือสัญชาติของการออกแบบ” (DESIGN LANGUAGE) ลงไปในพันธุกรรมการออกแบบ (DNA) ของรถยี่ห้อนั้นๆ เช่น เมื่อเราเห็นแล้วจะรู้ได้ทันทีเลยว่า นี่เป็นรถที่ผลิตจากประเทศจีน หรืออย่างรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ดูแล้วมันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไหม หรือว่ามันกลับดูเหมือนรถทั่วๆ ไปที่เราเคยเห็นมาก่อนแล้วจากผู้ผลิตรถจากอิตาลี และฝรั่งเศส แทน

ในความเห็นของผม ผู้ผลิตรถยนต์จากกลุ่มประเทศยุโรปเขาใส่วัฒนธรรมการออกแบบเหล่านี้ไว้ในตัวรถอย่างชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบรถยนต์ของฝรั่งเศส อย่าง เปอโฌต์ เรอโนลต์ หรือแม้แต่รถสัญชาติอิตาเลียนอย่าง เฟียต สะท้อนเรื่องราวทางศิลปะและตัวตนของชาตินั้นๆ ได้อย่างชัดเจน หากย้อนกลับไปดูยุคเฟื่องฟูของการออกแบบแนว เรทโร (RETRO) ในช่วงปลาย ’90 หรือแนว ฮอท รอด (HOT ROD) ของ ไครสเลอร์ พีที ครูเซอร์/ฟอร์ด มัสแตง หรือ เชฟโรเลต์ คามาโร ดูแล้วเรารู้ทันทีว่านี่เป็นรถสัญชาติอเมริกัน อย่างนี้เป็นต้น แม้ว่าในบางคัน ผมเองยังต้องเรียนรู้ และใช้เวลากับมัน ถึงจะเข้าใจก็ตาม ผมอยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับการออกแบบยานยนต์ของเอเชีย ถ้าวันหนึ่งประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์ก็จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนี้ให้มากๆ ถ้าดูการเติบโตของวัฒนธรรมการออกแบบแนว เรทโร และ ฮอท รอด ที่มีลักษณะล้อโตๆ ไฟหน้าดวงใหญ่ โป่งข้างเป็นมัดๆ แบบรถอเมริกันที่ล้วนสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรม อย่างในหนังการ์ตูนเรื่อง CARS ก็ยังสามารถสะท้อนวัฒนธรรมนี้ออกมาได้อย่างน่าชื่นชม

ฟอร์มูลา : ถ้าคุณมีโอกาสได้ออกแบบรถเยอรมนีที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ และ โพร์เช คุณจะเปลี่ยนแปลงมันอย่างไรให้รู้ว่าเป็นฝีมือการออกแบบของคุณ ?

เบงเกิล : ทำไมผมถึงต้องทำล่ะ ผมว่าคำถามนี้ค่อนข้างแปลกนะ ตอนผมทำงานอยู่ที่ บีเอมดับเบิลยู มันไม่ใช่ผลงานการออกแบบของ คริส เบงเกิล คนเดียวนะ เพราะที่นั่นทำงานเป็นทีม ผมเคยออกแบบงานที่เกือบเรียกได้เต็มปากว่าเป็นผลงานผม คือ ตอนที่ทำงานอยู่กับ เฟียต ที่นั่นเขาให้นักออกแบบแต่ละคนรับผิดชอบเต็มที่ในแต่ละรุ่นเลย แต่ที่ บีเอมดับเบิลยู เมร์เซเดส-เบนซ์ และ โพร์เช ผมเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น นักออกแบบไม่สามารถวาดฝันได้ตามอำเภอใจ เพราะพวกเขามองภาพรวม และเอาจริงเอาจังกับเรื่องภาพลักษณ์ของตราสินค้าอย่างมาก ซึ่งคุณไม่สามารถคิดอย่างอื่นได้เลย

ฟอร์มูลา : ในสายตาคุณ รถคันไหน คือ รถยนต์ที่สวยที่สุดในโลก ?

เบงเกิล : พูดยากครับ คือ รถที่สวยในสายตาผมมีหลายคัน เช่น อัลฟา โรเมโอ รุ่นก่อนๆ แฟร์รารี ยุค 1960-1963 และที่สำคัญมันต้องมี 4 ล้อ และมันขับเคลื่อนพาเราไปตามที่ต้องการ ผมอาจหมายถึงรถที่ผลิตมานานแล้ว เช่น บูกัตตี ทัวริง ซูเพอร์คาร์ จาก แบร์โตเน หรืออย่าง แฟร์รารี โมดูโล รถเหล่านี้เรียกได้ว่ามันเป็น “รถสวย” ตัวแทนวัฒนธรรมยุคนั้นเลยก็ว่าได้

ฟอร์มูลา : นอกจากความรู้ความสามารถแล้ว อะไรคือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด ที่นักออกแบบรถยนต์ระดับโลกต้องมี ?
เบงเกิล : ผมว่านักออกแบบที่ดี ต้องมีความสามารถในการเข้าใจอย่างถ่องแท้กับแนวทางของรถยนต์ยี่ห้อนั้นๆ แล้วให้การออกแบบนั้น “พูด” แทน นักออกแบบบางคนเป็นพวกที่พยายามใส่ทุกสิ่งที่วิศวกรประดิษฐ์คิดค้นได้ แล้วพยายามยัดใส่ลงในกล่อง หรือห้องโดยสารแคบๆ ตามโจทย์ที่ได้จากการตลาด แต่ผมกลับคิดว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น ผมคิดว่ามันต้องใช้ “ความรัก” พูดกับมัน แม้มันพูดไม่ได้ ก็ต้องสื่อสารกับมัน คือเมื่อคุณออกแบบผลงานนั้นเสร็จแล้ว ผลงานชิ้นนั้นมันต้องพูด และสื่อสารได้ด้วยตัวมันเอง โดยที่คุณไม่ต้องไปตามอธิบายในทุกที่ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

นักออกแบบจำเป็นต้องมีความมั่นใจในตัวเองสูง เพราะต้องมองไปข้างหน้าหลายปี เพราะความทันสมัยในวันนี้อาจไม่ใช่วันที่รถคันนี้ผลิตขายจริง ดังนั้นคุณจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเห็นมันและเชื่อในสิ่งที่คาดการณ์ไว้ ถ้ารถที่ออกแบบเชยในวันที่วางจำหน่ายก็จบกัน

ผมอยากเปรียบสิ่งนี้กับสัตว์ในเทพนิยายอย่าง UNICORN ถ้าคุณจะได้ ”ใจ” มัน คุณจำเป็นต้องใช้ความรัก และสื่อสารด้วยความเข้าใจอย่างมาก ไม่สามารถใช้ความรุนแรง และบังคับขู่เข็ญได้เลย

ฟอร์มูลา : อะไรคือเอกลักษณ์ “รถของเบงเกิล” ?

เบงเกิล : รถที่เรียกได้เต็มปากว่าผมเคยออกแบบในทุกๆ เส้นสาย คือ เฟียต คูเป (FIAT COUPE) ตอนนั้นผมเป็น DESIGN MANAGER ส่วนที่ บีเอมดับเบิลยู ทำงานบริหาร ไม่อาจเรียกว่าเป็นงานของผมทั้งหมด เพราะที่นั่นเราทำงานเป็นทีม งานออกแบบที่ผมถนัด คือ เรื่องของผิวสัมผัส (SURFACE SCULPTURE) ผมเชื่อว่างานออกแบบในอนาคตอาจเป็นเรื่องของ INFORMATION

คุณเชื่อไหมว่า บีเอมดับเบิลยู เซด 4 (BMW Z4) รุ่นปัจจุบัน และรุ่นก่อนหน้านี้ ออกแบบโดยสุภาพสตรี เรื่องนี้ผมอยากจะบอกว่า มันไม่สำคัญว่าคนออกแบบจะเป็น ชาติไหน ชายหรือหญิง มันสำคัญตรงที่ว่าคนออกแบบมี PASSION กับสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ และสามารถสื่อสารแรงบันดาลใจเหล่านั้นออกมาได้ดีแค่ไหนต่างหาก

ฟอร์มูลา : คุณออกแบบชีวิตตัวเองหลังจากนี้อย่างไร ?

เบงเกิล : ผมมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องทำอีกมากมาย อันดับแรก คือ การบูรณะโรงนาให้เป็นบ้านและออฟฟิศ ซึ่งผมมีโอกาสได้คุยกับหญิงชราท่านหนึ่งที่เติบโต และใช้ชีวิตอยู่ในละแวกนี้ เธอจุดประกายความคิดให้ผม เธอเล่าว่าในอดีตเมื่อ 40-50 ปีก่อน ที่นี่เคยมีคนทำงานอยู่ประมาณ 70-80 คน ผมฝันและตั้งใจจะชุบชีวิตที่นี่ โดยใช้แรงบันดาลใจด้านการออกแบบ ปลุกให้มันกลับฟื้นมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

ฟอร์มูลา : คุณยังออกแบบรถยนต์อยู่ไหม ?

เบงเกิล : ตอนนี้ผมยังไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับรถยนต์แม้แต่น้อย แต่ในอนาคตหลังจากนี้ก็เป็นไปได้

ฟอร์มูลา : รถคันแรก ที่คุณออกแบบ กับคันสุดท้าย มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ?

เบงเกิล : ผมไม่อยากใช้คำว่า ผมออกแบบ เพราะความจริงแล้ว การออกแบบรถแต่ละคันทำกันเป็นทีม และที่ บีเอมดับเบิลยู ผมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมออกแบบ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่ “ผมออกแบบ”

ในปี 2534 ผมทำงานที่ จีเอม ฝ่ายออกแบบภายในห้องโดยสาร มันเป็นงานที่ซับซ้อนมาก เพราะเน้นเรื่องนวัตกรรม (INNOVATION) ส่วนตอนที่ทำกับ เฟียต รับผิดชอบด้านการออกแบบภายนอก ซึ่งได้เรียนรู้ เรื่องความสัมพันธ์ของรูปทรงเรขาคณิต ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของรถเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หมด ได้เรียนรู้หลักการแล้วมันทำให้เข้าใจ และชัดเจนเกี่ยวกับการออกแบบมากยิ่งขึ้น รวมถึงกล้าเปลี่ยนแปลง

ส่วนที่ บีเอมดับเบิลยู เน้นเรื่องตราสินค้า อะไรก็ต้องบแรนด์ ! บแรนด์ ! บแรนด์ !

ฟอร์มูลา : คุณชอบรถอิตาเลียนหรือไม่ ?

เบงเกิล : ใช่ ผมชอบ เขาออกแบบมันด้วยความรัก มันจะน่าเสียดายหากออกแบบมาแล้วมันไม่สามารถสื่อสารถึงวัฒนธรรม

ฟอร์มูลา : อนาคตหากคุณได้ออกแบบรถสักคันในรูปแบบของคุณ คุณว่ามันจะเป็นแบบไหน ?

เบงเกิล : INFORMATION ทรงกล่องสี่เหลี่ยม ยุค ’90 อาจเปลี่ยนสีได้ นั่นสิ ทำไมเราต้องขับรถสีเดียวในทุกวัน บางทีมันอาจไม่ใช่เรื่องของรูปทรง แต่เป็นสี

ผมไม่แน่ใจว่าในประเทศไทยจะเป็นอย่างไรเรื่องรถยนต์ในอนาคต แต่ในประเทศอื่นแนวโน้มเริ่มเปลี่ยน คนเขาสนใจ คลั่งไคล้รถยนต์ลดลง อย่างใน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เด็กอายุ 16-18 ปี เขาทำใบขับขี่กันน้อยลง หันไปใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เดินทางน้อยลง สื่อสารกันผ่าน SOCIAL MEDIA อย่าง FACEBOOK ไม่อยากขับรถ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ผมไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับที่นี่ แต่เขามีวิจัย อย่างใน สิงคโปร์ เขากำลังสนใจเรื่อง PERSONAL EMOTIONAL MOBILITY ในปี 2593 DEMOGRAPHIC ของคนจะเปลี่ยนไป ประชากรจะเพิ่มขึ้นมาก จนอาจมีผลกระทบทำให้ไม่สามารถมีรถยนต์ส่วนตัวไปไหนมาไหนได้อิสระอย่างทุกวันนี้ อาจเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเป็นเจ้าของรถ เลยจำเป็นต้องมีระบบคมนาคมรูปแบบใหม่



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2553
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/JNDeZ

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New