บทความ

AUDI A1


เอาดี (AUDI) ผู้ผลิตรถยนต์เจ้าของเครื่องหมายการค้า “สี่ห่วง” ไม่เคยก้าวเท้า
เข้าสู่ตลาดของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า SUPERMINI CAR
มาก่อน จนกระทั่งเมื่อรถ เอาดี เอ 1 (AUDI A1) ปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชน
เป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งล่าสุด เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เอาดี เอ 1 รถยนต์นั่งขนาด SUPERMINI ซึ่งเป็นรถขนาดเล็กที่สุดในสายการผลิต
ปัจจุบันของค่าย “สี่ห่วง” นับเป็นรถแฮทช์แบคระดับ “พรีเมียม” ซึ่งจะเป็นคู่แข่งโดยตรง
ของรถแฮทช์แบคยอดนิยม คือ รถ มีนี (MINI) โดยที่ในระยะแรก รถจิ๋วอนุกรมนี้จะมี
ตัวถังเพียงแบบเดียว คือ ตัวถัง 3 ประตูแฮทช์แบค ยาว 3.954 ม. กว้าง 1.740 ม.
และสูง 1.417 ม. เป็นตัวถังที่ค่าย “สี่ห่วง” อวดโอ่อย่างภูมิอกภูมิใจว่า “ลื่นลมที่สุด”
เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกันทุกรุ่น ทุกแบบ ที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดยุโรปขณะนี้ เพราะ
มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่เยี่ยมยอดมาก คือ แค่ 0.32

นอกจากตัวถัง 3 ประตูแฮทช์แบคที่กล่าวข้างต้น ที่จะตามมาในปี 2011 คือ ตัวถัง
5 ประตูแฮทช์แบค ซึ่งมีหน้าตาและสัดส่วนตัวถังเหมือนๆ กัน และที่จะตามมาในอีก 1
ปีถัดไป ก็คือ ตัวถัง 2 ประตูเปิดประทุน

ค่าย “สี่ห่วง” กล่าวอ้างด้วยว่า ในรูปลักษณ์ของรถ 3 ประตูแฮทช์แบค ซึ่งมีขนาดความ
ยาวไม่เกิน 4.000 ม. เอาดี เอ 1 คือ SPORTIEST CAR IN ITS CLASS หรือ รถที่มี
ลักษณะสปอร์ทที่สุดเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกันทุกรุ่น ทุกแบบ แน่นอน ย่อมมีทั้ง
ผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

โดยที่ฝ่ายแรกให้ความเห็นว่า แค่เห็นแผงกระจังหน้ารูปสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดโตมหึมา ดวงโคมไฟหน้าซึ่งมีไฟ LED สำหรับการขับตอนกลางวันผนวกอยู่ด้วย และส่วนท้ายที่ดูเป็นรถคูเปมากกว่ารถแฮทช์แบค ก็ต้องยกนิ้วให้แล้ว

ส่วนฝ่ายหลังโต้ว่า รูปทรงองค์เอวโดยรวม ไม่เห็นจะมีอะไรวิจิตรพิสดารกว่ารถแฮทช์แบคที่เห็นกันอยู่ทั่วไป ก็แล้วแต่จะว่ากันไป

ชุดที่ออกจำหน่ายในเมืองแม่ คือ เยอรมนี และในยุโรปอีกหลายประเทศ จะแบ่งการ
ตกแต่ง และอุปกรณ์เป็น 2 ระดับ กำกับด้วยรหัส ATTRACTION กับ AMBITION โดย
ที่แบบแรกเน้นความหรูหรา และน่าประทับใจ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า CHA
RISMATIC ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย รวมทั้งการลอคศูนย์กลางด้วย
ระบบรีโมทคอนทโรล เก้าอี้ที่นั่งปรับระดับได้ ระบบถุงลมนิรภัยป้องกันการชนด้านหน้า
ด้านข้างและที่ศีรษะ ฯลฯ

ส่วนแบบหลังเน้นลักษณะการขับขี่แบบรถสปอร์ท ติดล้ออัลลอย
ขนาดโต 16 นิ้ว พวงมาลัยแบบสปอร์ทหุ้มหนังแท้ เก้าอี้ที่นั่งปรับระดับได้ ฯลฯ
แต่รถพวงมาลัยขวาที่จะเริ่มจำหน่ายในอังกฤษเดือนตุลาคมนี้ จะแบ่งการตกแต่งและอุปกรณ์
เป็น 3 ระดับ กำกับด้วยรหัส STANDARD SPORT และ S-LINE

เอาดี เอ 1 ในตัวถัง 3 ประตูแฮทช์แบค ใช้พแลทฟอร์มชุดเดียวกับรถร่วมเครือ คือ
โฟล์คสวาเกน โพโล (VOLKSWAGEN POLO) เซอัต อีบิซา (SEAT IBIZA) และ
สโกดา ฟาบีอา (SKODA FABIO) แต่ระบบรองรับแบบหน้าอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท/
หลังอิสระคานบิด ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อให้ เอาดี เอ 1 มีบุคลิกการขับขี่แตก
ต่างไปจากรถร่วมเครือดังกล่าว

ในระยะแรก เอาดี เอ 1 จะมีแต่รถขับล้อหน้า และมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้รวม 4
ขนาด โดยแยกเป็นเครื่องเบนซิน 2 ขนาด คือ เครื่อง 1.2 TFSI ซึ่งเป็นเครื่อง
เทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง SOHC 4 สูบเรียง 1,197 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้า
ที่ 4,800 รตน. และแรงบิดสูงสุด 18.0 กก.-ม. ที่ 1,500-3,500 รตน. ส่งกำลังผ่าน
ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ กับเครื่อง 1.4 TFSI ซึ่งเป็นเครื่องเทอร์โบฉีดเชื้อ
เพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,390 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,000
รตน. และแรงบิดสูงสุด 20.4 กก.-ม. ที่ 1,500-4,000 รตน. ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์
อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ กับเป็นเครื่องดีเซลอีก 2 ขนาด คือ เครื่อง 1.6 TDI ซึ่ง
เป็นเครื่องเทอร์โบดีเซลคอมมอนเรล DOHC 4 สูบเรียง 1,598 ซีซี ที่ปรับแต่งเป็น 2
แบบ คือ แบบที่ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 23.5 กก.-ม. กับแบบให้
กำลังสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 25.5 กก.-ม. ทั้ง 2 แบบถ่ายทอดกำลังสู่
ล้อคู่หน้าผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของค่าย “สี่ห่วง” รุ่นพื้นฐานซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน
86 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 12.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 179
กม./ชม. ส่วนรุ่นหัวกะทิซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 122 แรงม้า ตัวเลขเปลี่ยนเป็น
9.1 วินาที และ 200 กม./ชม. ส่วนตัวเลขอัตราบริโภคเชื้อเพลิงและปริมาณคาร์บอน
ไดออกไซด์ ที่ทำได้ดีที่สุด คือ โมเดลที่ติดตั้งเครื่องดีเซล 90 แรงม้า ซึ่งมีอัตราสิ้นเปลือง
เชื้อเพลิงเฉลี่ย 3.8 ลิตร/100 กม. หรือ 26.3 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยคาร์
บอนไดออกไซด์ 99 กรัม/กม.

ค่าย “สี่ห่วง” ใช้โรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองบรัสเซลส์ (BRUSSELS) นครหลวงของเบลเยียม
เป็นที่ผลิตรถอนุกรมนี้ และสนนราคาค่าตัวของรถที่จำหน่ายในเยอรมนี จะเริ่มต้นที่ระดับ
16,000 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 640,000 บาท เมื่อคำนวณว่า เงินฝรั่ง 1 ยูโร
แลกได้ด้วยเงินไทย 40 บาทถ้วน



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2553
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/rowf9

บทความที่เกี่ยวข้อง

SUZUKI SWIFT
CITROEN C3 AIRCROSS
SEAT IBIZA
VOLKSWAGEN POLO
BMW 1-SERIES SEDAN
BMW 1-SERIES
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th