บทความ

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ เทอร์โบชาร์เจอร์ (3)


“รู้ลึกอุปกรณ์เสริมสมรรถนะ” ฉบับนี้ เหมาะมากกับใครที่กำลังคิดจะติดตั้งเทอร์โบชาร์เจอร์กับเครื่องยนต์เดิมๆ มีเรื่องต้องรู้ และข้อควรระวังหลายอย่างครับ

เนื่องจากเครื่องยนต์ที่มีการติดตั้งเทอร์โบชาร์เจอร์ จะให้ประสิทธิภาพในการประจุอากาศเข้าห้องเผาไหม้มากกว่า ส่งผลให้เครื่องยนต์ที่มีการติดตั้งเทอร์โบชาร์เจอร์ มีประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่สูงกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่มีการติดตั้งเทอร์โบชาร์เจอร์

การนำเทอร์โบชาร์เจอร์มาติดตั้งให้เครื่องยนต์นั้น จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง หรือดัดแปลงเครื่องยนต์หลักๆ 2 เรื่อง
ดังต่อไปนี้

1. เพิ่มโอเวอร์แลพ
การเพิ่มโอเวอร์แลพ (OVER LAP) คือ การทำให้ลิ้นไอดีสามารถเปิดได้เร็วขึ้น และการทำให้ลิ้นไอเสียปิดช้าลง เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถประจุไอดีได้มากขึ้น และสามารถกวาดล้างไอเสียได้ดีขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง โดยส่วนใหญ่จะตั้งให้มีการโอเวอร์แลพ ประมาณ 80-160 องศา

2. เพิ่มน้ำมันให้สัมพันธ์กับปริมาณอากาศ
สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ต้องมีการเพิ่มปริมาณน้ำมันที่ฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เพราะไอดีซึ่งมีแรงดันที่สูงจะหนีออกไปในขณะที่มีกระบวนการการขับไล่ไอเสียออก ซึ่งไอดีนี้จะมีส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศ จึงเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันส่วนนี้โดยไม่ได้ประโยชน์ และต้องลดอัตราส่วนกำลังอัดลงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดการนอค

นอกจากนี้ อุปกรณ์เร่งไฟล่วงหน้าที่ใช้สุญญากาศ จะต้องเปลี่ยนการทำงานใหม่ แทนที่จะทำการเร่งไฟให้แก่ขึ้นเพียงอย่างเดียว ตัวเร่งไฟแบบใช้แรงดูดของเครื่องยนต์ที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์เจอร์ จะต้องบังคับให้ไฟอ่อนลงด้วย ขณะที่เทอร์โบชาร์เจอร์ทำงานเต็มที่ เพื่อป้องกันการนอคของเครื่องยนต์

การติดตั้งเทอร์โบชาร์เจอร์ในเครื่องยนต์เบนซิน ไม่เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้คาร์บูเรเตอร์ แต่หากจะติดตั้งกันจริงๆ ก็อาจทำได้ โดยการนำเทอร์โบชาร์เจอร์ติดตั้งไว้ระหว่างคาร์บูเรเตอร์ กับเครื่องยนต์ หรือที่เรียกว่า ติดตั้งเทอร์โบระบบดูด นั่นเอง ส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศจะถูกดูดผ่านใบพัดของคอมพเรสเซอร์ ซึ่งจะมีชุดควบคุมแรงดันมิให้เกิน เพื่อป้องกันการเกิดการนอคของเครื่องยนต์

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรรู้อีกหลายประการ หากคิดจะติดตั้งจริงๆ

โครงสร้าง และส่วนประกอบเครื่องยนต์
โครงสร้างของเครื่องยนต์ที่ใช้เทอร์โบชาร์เจอร์ กับเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ใช้ หลักๆ มีความแตกต่างกัน 9 ประการ ถ้าจะติดตั้งเทอร์โบชาร์เจอร์ จะต้องปรับปรุงประเด็นรายละเอียดเหล่านี้ด้วย ซึ่งได้แก่

1. ฝาสูบ

ฝาสูบของเครื่องยนต์ที่ใช้เทอร์โบชาร์เจอร์ ใช้วัสดุที่ดีกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่มีเทอร์โบชาร์เจอร์ และมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า

2. ลูกสูบ
ลูกสูบของเครื่องยนต์ เป็นแบบใช้งานหนักได้ (HEAVY DUTY) ถ้าแรงดันของเทอร์โบชาร์เจอร์ไม่สูงมาก
อาจจะใช้วัสดุแบบเดิมทำลูกสูบได้ แต่ถ้าจะปรับปรุงต้องออกแบบให้มีความแข็งแรง ทนทาน มากขึ้นกว่าเดิม แหวนลูกสูบต้องกว้างกว่าเดิม เพื่อให้มีการระบายความร้อนได้ดี และรูปร่างของหัวลูกสูบต้องเปลี่ยนไป เพื่อลดอัตราการอัดในกระบอกสูบลง

3. เพลาลูกเบี้ยว
เพลาลูกเบี้ยว (CAM SHAFT) ใช้ชนิดความเร็วต่ำ (องศาน้อย) ทำให้ได้กำลังดีในความเร็วรอบต่ำ และจะค่อยๆ ลดลงในความเร็วรอบสูง แต่กำลังในความเร็วรอบสูง จะได้รับการชดเชยมาจากเทอร์โบชาร์เจอร์ นั่นเอง

4. ท่อร่วมไอดี
ท่อร่วมไอดี ต้องมีการเปลี่ยนขนาดของท่อ ความยาวของท่อ และโครงสร้าง เพื่อให้เหมาะสมกับการทำงานของเทอร์โบชาร์เจอร์

5. ท่อร่วมไอเสีย
ท่อร่วมไอเสีย ต้องเปลี่ยนเป็นวัสดุที่ทนความร้อนได้สูงขึ้น และเปลี่ยนรูปร่างให้ไอเสียไหลได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิม

6. ปั๊มน้ำมันเครื่อง
เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ต้องให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเครื่องยนต์ที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์เจอร์ จะต้องใช้น้ำมันเครื่องส่วนหนึ่งสำหรับระบายความร้อนให้กับตัวเทอร์โบชาร์เจอร์ ดังนั้น ก็ต้องทำการขยายขนาดเฟือง (ใบพัด) และเพิ่มรอบในการหมุนส่งน้ำมันเครื่อง เพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลได้สะดวกมากขึ้น 20-40 %

7. อ่างน้ำมันเครื่อง

อาจต้องขยายอ่างน้ำมันเครื่อง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันเครื่องให้มากขึ้นด้วย เพราะว่าน้ำมันเครื่องบางส่วนต้องเข้าไปอยู่ในชุดระบายความร้อน

การนำน้ำมันเครื่องกลับไปยังอ่างน้ำมันเครื่อง จะต้องปล่อยกลับไปให้เหนือระดับน้ำมันเครื่อง ถ้าปล่อยต่ำกว่าระดับน้ำมันเครื่อง จะทำให้มีปัญหาในการเกิดเป็นฟองภายในท่อ และจะลุกลามไปยังแบริงของเทอร์โบชาร์เจอร์ ทำให้การหล่อลื่นไม่มีประสิทธิภาพ และน้ำมันรั่วตามแกนคอมพเรสเซอร์เข้าไปยังห้องเผาไหม้ ทำให้มีควันไอเสียมากขึ้น

8. ระบบหล่อลื่น
ต้องมีท่อหล่อลื่นเทอร์โบชาร์เจอร์ เพิ่มขึ้นจากท่อหลักของน้ำมันเครื่องในเสื้อสูบสำหรับระบายความร้อนและให้มีน้ำมันคงอยู่ในท่อพอสมควร เพื่อจะได้หล่อลื่นได้ทันทีที่เครื่องยนต์ต้องการ

การหล่อลื่นเทอร์โบชาร์เจอร์ เป็นสิ่งสำคัญ การหล่อลื่นนั้นจะใช้น้ำมันเครื่องจากเครื่องยนต์ โดยต่อท่อที่มีแรงดัน เพื่อปั๊มน้ำมันให้ไหลเข้าไปหล่อลื่นที่แบริงของเทอร์โบชาร์เจอร์ แล้วปล่อยให้ไหลกลับไปยังอ่างน้ำมันเครื่อง การต่อท่อน้ำมันเครื่องไหลกลับจากเทอร์โบชาร์เจอร์ เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึง เพราะการนำน้ำมันเครื่องจากตัวเครื่องยนต์มาหล่อลื่นเทอร์โบชาร์เจอร์นั้น ท่อที่นิยมใช้เป็นขนาด 6.25 มม. (1/4 นิ้ว) และหลังจากหล่อลื่นและระบายความร้อนแล้ว ก็จะปล่อยน้ำมันส่วนนี้กลับไปยังอ่างน้ำมันตามเดิม ซึ่งท่อน้ำมันไหลกลับไม่ควรจะเล็กกว่า 7.8 มม. (5/8 นิ้ว)

9. ระบบระบายความร้อน
การระบายความร้อนจะต้องเพิ่มชุดระบายความร้อนน้ำมันหล่อลื่น (OIL COOLER) และอาจจะต้องเพิ่มปริมาตรของหม้อน้ำ เพื่อป้องกันความร้อนสูงเกินไป

ฉะนั้น ใครคิดจะปรับแต่งหรือเปลี่ยนเครื่องยนต์เดิมๆ ให้มีเทอร์โบชาร์เจอร์ แบบรถคันอื่นเขาบ้าง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะจับยัดเข้าไปได้เลย ที่แนะนำไปอาจไม่ต้องปรับเปลี่ยนทั้งหมด แต่ตัวช่างต้องพิจารณาเป็นกรณีไป เหตุนี้ตัวคุณเลยต้องศึกษาให้รู้เรื่องไว้บ้าง เลือกช่างที่มีฝีมือ มีประสบการณ์ ไว้ใจได้ ติดตั้งไปแล้วจะได้ใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหาตามมาภายหลังครับ



------------------------------
เรื่องโดย : คนผ่านมา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2553
คอลัมน์ : รู้ลึกอุปกรณ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tZiKi

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th