บทความ

รอยยิ้มบนคราบน้ำตา


ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง จากเหตุวุ่นวายทางการเมืองจนนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่เป็นของคนไทยด้วยกันเอง และไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดจึงจำเพาะเจาะจงต้องมาเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ถือเป็นอีกหนึ่งความอัปยศอดสูที่มีมูลเหตุมาจากความเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งความคิดเห็นทางการเมืองนี้ยากที่จะบ่งชี้ไปได้ว่า อุดมการณ์ความคิดของใครถูกใครผิด แต่ผู้ที่ใช้ความรุนแรงเข้าห้ำหั่นประหัตประหารมนุษย์ด้วยกันเอง ต้องมีคนรับผิดชอบ ถึงเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรต้องสืบเสาะหาความจริงมาตีแผ่ให้ได้ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องทำเต็มความสามารถ หาตัวผู้บงการ และผู้ลั่นไกปล่อยกระสุนสังหารชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองให้จงได้ อย่าปล่อยให้เงียบหายเป็นคลื่นกระทบฝั่งไปเหมือนกับหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา

แต่เชื่อหรือไม่ เหตุวุ่นวายดังกล่าวถึงแม้จะเกิดขึ้นในส่วนที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจ ม้าม ปอด ตับ เซี่ยงจี๊ ของธุรกิจของกรุงเทพ ฯ หรือจะเรียกว่าของประเทศเราเลยก็ว่าได้ แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อการตัดสินใจที่จะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของรถยนต์ใหม่ป้ายแดง ของผู้ที่กำลังทรัพย์พอจะสนองความต้องการตัวเอง หรือคนรอบข้างได้เลย เพราะตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ เดือนพฤษภาคม ยังคงเดินหน้าสร้างความอิ่มหนำสำราญเบิกบานใจให้กับผู้จำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อที่โดนใจผู้ซื้ออย่างต่อเนื่องต่อไป แบบว่าใครจะตีรันฟันแทงก็ว่ากันไป มีเงินซะอย่าง อยากจะซื้ออยากจะขายใครจะทำไม

ในเดือนพฤษภาคม ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศยังมีการเจริญเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น ชนิดที่รั้งไม่ได้ฉุดไม่อยู่จริงๆ เทียบกับเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว เติบโตสูงขึ้นถึง 53.4 % จาก 40,539 คัน ในเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 62,205 คัน ในปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี เรื่องของปัญหาราคาน้ำมันก็ค่อนข้างจะนิ่ง ไม่ได้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นปรับขึ้นและลงเป็นจังหวะตามความเคลื่อนไหวของตลาดโลก รวมถึงรถยนต์ที่ค้างส่งมอบจากยอดจองในงานมอเตอร์โชว์ เดือนเมษายน เริ่มมีการทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้า ทำให้เกิดเป็นตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นอย่างที่ได้เห็นกันไป

ในบรรดาบแรนด์เด่นดังที่ถือเป็นเจ้าตลาดอยู่ในปัจจุบัน ล้วนแต่มีตัวเลขยอดจำหน่ายที่บวกเพิ่มมากขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วทั้งสิ้น

เดือนพฤษภาคม 2553 โตโยตา กวาดยอดจำหน่ายไปได้อีกรวมทั้งสิ้น 25,353 คัน เป็นตัวเลขที่เติบโตสูงขึ้นกว่าเดือนพฤษภาคม 2552 ถึง 56.6 % ขณะที่ อีซูซุ ถึงจะมีข้อเสียเปรียบในเรื่องที่ว่าไม่มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้เลือกใช้ แต่ด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วนของรถพิคอัพ 1 ตัน ที่มีทั้งความสวยงาม ทนทาน และสมรรถนะในการใช้งานบรรทุก ทำให้ อีซูซุ ยืนหยัดอยู่ในอันดับที่ 2 ของรถยนต์ที่มีคนนิยมชมชอบนำไปใช้งานมากที่สุดโดยตลอด เดือนพฤษภาคม อีซูซุ กวาดยอดจำหน่ายไป 11,794 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 19.0 % เป็นยอดจำหน่ายที่สูงขึ้นกว่าเดือนพฤษภาคม ปีที่ผ่านมา 40.9 %

สำหรับรถยนต์ที่ติดโลโก ฮอนดา ซึ่งเน้นหนักไปทางด้านของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล แล้วเสริมไลน์ด้วยรถกิจกรรมกลางแจ้ง และรถอเนกประสงค์ ก็ยังได้รับความนิยม มีรถยนต์ใหม่ป้ายแดงถูกจำหน่ายออกไปจากโชว์รูมในอันดับที่ 3 เหมือนเช่นเดิม โดยเดือนพฤษภาคม ฮอนดา จำหน่ายรถยนต์โมเดลต่างๆ ได้รวมกันทั้งสิ้น 9,508 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 15.3 % เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว 24.8 %

อันดับที่ 4 เป็นของ นิสสัน ที่อีโคคาร์คันแรก นิสสัน มาร์ช เริ่มเข้าที่เข้าทาง มีการระบายรถยนต์ที่ถูกสั่งจองเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเปิดตัว และระหว่างงานมอเตอร์โชว์ได้มากขึ้น จึงทำให้บนท้องถนนทั่วไปเห็นอีโคคาร์คันนี้วิ่งอยู่หนาตามากขึ้นกว่าในช่วงแรก 4,273 คัน เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายทั้งหมดของรถยนต์ภายใต้บแรนด์ นิสสัน ในเดือนพฤษภาคม มีส่วนแบ่งการตลาด 6.9 % เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้วถึง 95.7 % ซึ่งก็เนื่องมาจากการมาถึงของ นิสสัน มาร์ช นั่นเอง

ขณะที่ มาซดา ที่ถึงแม้จะเปิดตัวออกจำหน่ายมาเกือบครึ่งปีเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องสำหรับ มาซดา 2 ที่ปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบแฮทช์แบค และซีดาน ส่วน มาซดา 3 ก็ยังสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์นั่งที่แฝงความเป็นสปอร์ทเอาไว้ โดยแทบจะไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าอุปกรณ์เสริมแต่งอื่นใดให้มากเรื่องมากความ เดือนพฤษภาคม ปีนี้ ความเติบโตของ มาซดา พุ่งสูงขึ้นกว่าเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้วถึง 274.8 % จากยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 3,253 คัน รับส่วนแบ่งการตลาดไป 5.2 %

เดือนพฤษภาคม พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อของ อีซูซุ มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 10,199 คัน มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 41.3 % ในส่วนของ “จิ๊บ…จิ๊บ” ไฮลักซ์ วีโก ของ โตโยตา ที่มีหนุ่มป๋อ ดาราเจ้าบทบาท เป็นพรีเซนเตอร์หลัก ทำยอดจำหน่ายได้ไปทั้งสิ้น 9,789 คัน รับส่วนแบ่งการตลาด 39.6 % ที่จำหน่ายได้มากเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งก็เหมือนกับในทุกเดือนที่ผ่านมา ก็คือ พิคอัพ 1 ตัน ของ นิสสัน เดือนพฤษภาคมนี้ เก็บยอดจำหน่ายเข้าพกเข้าห่อไปอีกรวมทั้งสิ้น 1,781 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 7.2 %

ว่าไปแล้วสบายอกสบายใจกับอันดับที่ 4 ได้อย่างแน่นอน เมื่อสรุปยอดสิ้นปีสำหรับ มิตซูบิชิ ทไรทัน ที่มีพิคอัพ ทไรทัน ซีเอนจี ออกมาเสริมไลน์สำหรับผู้ที่เน้นเรื่องความประหยัดเป็นพิเศษ เดือนพฤษภาคม มิตซูบิชิ มียอดจำหน่ายในตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อทั้งสิ้น 1,202 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.9 % ส่วนอันดับที่ 5 เป็นของ เชฟโรเลต์ 497 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 2.0 % เป็นสถานการณ์ที่ไว้วางใจไม่ได้เช่นกันสำหรับ เชฟโรเลต์ เพราะ ซีนอน ของค่าย ทาทา เริ่มแรงขึ้นมาเป็นลำดับ มียอดจำหน่ายที่ไล่หลังอยู่ไม่ห่าง ถ้าตลาดนัด โคโลราโด ยังเรียกคนเข้าตลาดไม่ได้ตามเป้า มีสิทธิ์โดนแซงอีกเหมือนกัน

ในส่วนพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ยอดจำหน่ายรวมทั้งตลาดในเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ 1,446 คัน ไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใด ทั้งในส่วนของอันดับยอดจำหน่ายในแต่ละเดือน และอันดับรวมสิ้นปี โตโยตา, อีซูซุ, นิสสัน, มิตซูบิชิ และฟอร์ด เรียงกันมาตามนี้ เรื่องจะแซงเปลี่ยนอันดับคงยาก แต่ละบแรนด์มียอดจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 1,021/236/87/46 และ 40 คันตามลำดับ ตลาดรถกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเอสยูวี เดือนพฤษภาคม มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 4,343 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว 61. 1% ใครจำหน่ายได้มากน้อยใน 5 อันดับแรก เบอร์ 1 ของตลาด โตโยตา จำหน่ายไปทั้งสิ้น 1,665 คัน อันดับที่ 2 ฮอนดา 847 คัน มิตซูบิชิ 803 คัน อีซูซุ 511 คัน และอันดับ 5 เชฟโรเลต์ 312 คัน ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 38.3/19.5/18.5/11.8 และ 7.2 % ตามลำดับ ส่วนรถอเนกประสงค์มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 948 คัน เพิ่มขึ้นถึง 127.3 % อันเป็นผลมาจากการที่ค่าย ฮอนดา มี ฟรีด และค่าย ปโรตอน ภูมิใจนำเสนอ เอกโซรา เป็นทางเลือกเพิ่มเติมในตลาดนี้ ส่วนที่จำหน่ายได้มากที่สุดเป็นเอมพีวีของ โตโยตา 396 คัน ตามด้วย ฮอนดา 232 คัน ปโรตอน 156 คัน มิตซูบิชิ 112 คัน และเกีย 17 คัน

เดือนต่อไป มิถุนายน เป็นเดือนปิดท้ายของไตรมาสที่ 2 หรือครึ่งปีแรก ความวุ่นวายทางการเมืองอาจเป็นตัวแปรให้ยอดจำหน่ายเดือนมิถุนายน ไม่คล่องตัวนัก แต่ค่อนข้างแน่นอนว่าครึ่งปีแรก หรือ 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ เป็นตัวเลขที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าผู้ค้าผู้ขายอย่างแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2553
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/xfoTZ

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New